สหรัฐฯ ใช้อำนาจตามมาตรา 122 จัดเก็บภาษีชั่วคราวแทนในอัตรา 15% (มีระยะเวลาไม่เกิน 150 วัน) อัตราภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ จัดเก็บจากจีนยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากมีภาษีนำเข้าเดิมที่เก็บตั้งแต่ช่วง Trump 1.0 จึงคาดว่าจีนจะยังเร่งการส่งออกผ่านประเทศที่ 3 เช่น ASEAN อย่างไทย และเวียดนาม สี จิ้นผิง และทรัมป์มีกำหนดพบกันช่วงต้นเดือนเม.ย. 69 (31 มี.ค.-2 เม.ย.69) คาดจีนมีแต้มต่อในการเจรจาการค้ามากขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ อาจนำประเด็นด้านเทคโนโลยีมากดดันจีนเพิ่มเติม
เผยแพร่เมื่อ 2026 Feb 24
เดือน ม.ค. 2569 เงินเฟ้อขยายตัวชะลอลงอยู่ที่ 0.2%YoY จาก 0.8%YoY ในเดือน ธ.ค.68 ส่วนหนึ่งคาดเป็นผลจากฐานที่สูงในปีก่อน เนื่องจากเทศกาลวันตรุษจีนปีก่อนมีขึ้นในเดือน ม.ค.68 แต่ปีนี้อยู่ในช่วงกลางเดือน ก.พ.69 ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ยังหดตัวต่อเนื่องแต่ชะลอการหดตัวลงจากปัจจัยด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตในส่วนของสินค้าผู้บริโภคยังหดตัวเพิ่มขึ้น ในปี 2569 เงินเฟ้อจีนมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนแต่คาดว่ายังอยู่ในระดับต่ำ ความเสี่ยงด้านเงินฝืดจะยังเป็นปัจจัยกดดันต่อการใช้จ่ายของครัวเรือน และเศรษฐกิจจีนในปี 2569
เผยแพร่เมื่อ 2026 Feb 11
จีนยังคงใช้ “การทูตแพนด้า” เป็นสัญลักษณ์สะท้อนความสัมพันธ์กับนานาชาติ โดยการส่งแพนด้าไปยังสวนสัตว์ต่างประเทศถือเป็นการแสดงมิตรภาพที่มีมายาวนาน ล่าสุด ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศที่ไม่มีแพนด้าเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี หลังจากแพนด้าคู่สุดท้ายถูกส่งกลับไปยังจีน ถือเป็นการสิ้นสุดยุคที่ญี่ปุ่นเคยมีแพนด้าเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน เกาหลีใต้ ไทย เยอรมนี และฝรั่งเศส กำลังเตรียมรับแพนด้าคู่ใหม่จากจีน สะท้อนให้เห็นว่าจีนยังคงใช้สัตว์สัญลักษณ์นี้เป็น “ทูตสันถวไมตรี” เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับประชาคมโลก
เผยแพร่เมื่อ 2026 Feb 09
แม้ว่าปีที่ผ่านมาจีนจะทยอยออกนโยบายส่งเสริมการมีบุตร เช่น นโยบายสนับสนุนเงินค่าเลี้ยงดูบุตรสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี แต่อัตราการเกิดของประชากรปี 2025 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ปี 2026 จีนจะเริ่มเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกับสินค้ากลุ่มคุมกำเนิดสนับสนุนอัตราการเกิด ปัญหาจำนวนประชากรที่ลดลงในประเทศจะส่งผลกระทบต่อกำลังแรงงานและเพิ่มอัตราค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุ ในระยะข้างหน้าทางการจีนมีแนวโน้มออกนโยบายส่งเสริมการมีบุตรเพิ่มเติม
เผยแพร่เมื่อ 2026 Jan 22
ในปี 2025 เศรษฐกิจจีนเติบโตตามเป้าหมายของทางการจีน ได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากภาคการส่งออกที่เติบโตดีกว่าคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศยังส่งสัญญาณอ่อนแอ โดยเฉพาะการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร และยอดค้าปลีก ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ปี 2026 เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงอยู่ที่ 4.2%
เผยแพร่เมื่อ 2026 Jan 20
อัตราเงินเฟ้อของจีนเดือน ธ.ค. 2568 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.8%YoY สูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี แต่ทั้งปี 2568 เงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่ 0% ต่ำสุดในรอบ 16 ปี โดยแรงหนุนหลักยังมาจากราคาอาหาร ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัวอยู่ที่ 1.2%YoY สะท้อนว่าอุปสงค์ภายในยังฟื้นตัวจำกัด ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ธ.ค.2568 ยังติดลบต่อเนื่องยาวนานที่ -1.9%YoY ส่งผลให้ PPI ทั้งปี 2568 อยู่ที่ -2.6% หดตัวเป็นปีที่ 3 สะท้อนแรงกดดันเงินฝืดในภาคอุตสาหกรรมผลมาจากกำลังการผลิตส่วนเกิน การแข่งขันด้านราคา และอุปสงค์ภายในที่อ่อนแอ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เงินเฟ้อจีนปี 2569 มีแนวโน้มฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยแต่ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยได้แรงหนุนจากฐานต่ำ วัฏจักรราคาสุกรที่ฟื้นกลับมาและมาตรการ Anti-Involution ที่ช่วยลดแรงกดดันด้านราคา อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงเงินฝืดยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญเนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
เผยแพร่เมื่อ 2026 Jan 09
การประชุมกำหนดแผนงานด้านเศรษฐกิจประจำปีของจีน (CEWC) ในวันที่ 10-11 ธ.ค.2568 ได้ระบุถึงทิศทางการดำเนินเศรษฐกิจ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปี 2569 ทางการจีนมีแนวโน้มตั้งเป้าหมาย GDP อยู่ที่ 5% ตามเดิม ขณะที่เป้าหมายงบประมาณขาดดุลต่อ GDP คาดอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 12
ในเดือนพ.ย.68 เงินเฟ้อจีนขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ 0.7%YoY จาก 0.2%YoY ในเดือนต.ค. 68ได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากราคาอาหาร โดยเฉพาะราคาผักสด ทั้งนี้ ปัญหาเงินฝืดในจีนยังคงมีอยู่ ซึ่งคาดว่าจะกดดันการบริโภคจีนต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า มี 3 ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตามอง ได้แก่ ผลของการเร่งซื้อรถ EV ในช่วงปลายปี 2568 ก่อนทางการจีนปรับเกณฑ์รถ EV ที่เข้าเงื่อนไขในปี 2569 อาจกดดันอุปสงค์ในระยะข้างหน้า, ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังหดตัวจะยังเป็นปัจจัยสำคัญกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภคในจีน และปัญหาสงครามการค้าที่ยังมีอยู่
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 11
ในเดือน พ.ย. 68 ส่งออกจีนพลิกกลับมาขยายตัวอยู่ที่ 5.9%YoY จากที่หดตัว -1.1% ในเดือน ต.ค 68 ช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออกของจีนเติบโตแข็งแกร่งกว่าคาดการณ์หนุนให้จีนเกินดุลการค้าทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.07 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปี 2569 การส่งออกจีนมีความเสี่ยงที่ชะลอลง โดยเผชิญความท้าทายหลายด้าน เช่น ข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่จะสิ้นสุดในเดือน พ.ย.2569
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 08
ส่งออกจีนเดือนต.ค.68 หดตัวที่ -1.1%YoY จาก 8.3%YoY ในเดือนก.ย.68 ได้รับปัจจัยกดดันจากผลการเร่งส่งออกที่เริ่มชะลอลง ขณะที่การส่งออกไปสหรัฐฯ ยังหดตัว และการส่งออกไปประเทศอื่นๆ เริ่มชะลอการเติบโต การบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนคาดลดแรงกดดันทางสงครามการค้าเพียงระยะสั้น แต่สงครามการค้ายังไม่สิ้นสุด ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า 2 เดือนที่เหลือของปี 2568 ส่งออกจีนไปสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มหดตัว ขณะที่การส่งออกรวมมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงจากการเร่งส่งออกไปแล้วในช่วง 10 เดือนแรกของปี
เผยแพร่เมื่อ 2025 Nov 10
ในเดือน ต.ค.68 เงินเฟ้อผู้ผลิตจีน (PPI) ชะลอการหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 อยู่ที่ -2.1%YoY จาก -2.3%YoY ในเดือน ก.ย.68 แม้เงินเฟ้อผู้ผลิตจะชะลอการหดตัวในบางอุตสาหกรรม แต่การจัดการปัญหาสงครามราคา และกำลังการผลิตส่วนเกินคาดต้องใช้มาตรการที่ชัดเจน และต้องใช้เวลา ขณะที่เงินเฟ้อผู้บริโภคจีนเดือน ต.ค.68 พลิกกลับมาเป็นบวกอยู่ที่ 0.2%YoY จาก -0.3%YoY ในเดือน ก.ย.68 ได้รับปัจจัยหนุนจากภาคบริการ เนื่องจากช่วงต้นเดือน ต.ค.68 มีวันหยุดยาวช่วงวันชาติจีน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าความเสี่ยงด้านเงินฝืดจะยังเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจจีนในช่วงที่เหลือของปี 2568
การเจรจาระหว่างทรัมป์ และสี จิ้นผิงที่พบกันครั้งแรกในรอบ 6 ปี ที่ประเทศเกาหลีใต้สิ้นสุดลงพร้อมบรรลุข้อตกลงทางการค้าในหลายประเด็น เช่น สหรัฐฯ จะปรับลดภาษี Fentanyl ที่เก็บจากจีนลง 10% และจีนจะนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนล่าสุดนับเป็นการลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างกันเพียงชั่วคราว เศรษฐกิจจีนปี 2025 ยังมีแนวโน้มเติบโตที่ 4.8% ตามคาดการณ์เดิม แม้การส่งออกจะมีแนวโน้มเติบโตดีกว่าคาด แต่ปัจจัยภายในประเทศ เช่น การใช้จ่าย และการลงทุน ยังมีทิศทางอ่อนแอ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 30
การประชุมสะท้อนว่าทางการจีนได้เตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายทางทางเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้น และระยะกลาง ทางการจีนไม่ได้เปิดเผยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ได้เน้นย้ำถึงแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในด้านต่าง ๆ เช่น การให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี การใช้จ่ายในประเทศ เป็นต้น ติดตามการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่จะมีขึ้นที่ประเทศมาเลเซียในวันที่ 24-27 ต.ค.2025 นี้
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 24
การเติบโตของเศรษฐกิจจีนยังคงต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกอย่างภาคการส่งออก ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจภายในประเทศส่งสัญญาณอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจจีนยังเผชิญความท้าทาย 3 ด้านหลัก ได้แก่ (1) ทิศทางการส่งออกยังมีความไม่แน่นอนสูง (2) มาตรการ Anti-involution ที่จะเข้ามาควบคุมกำลังการผลิตส่วนเกินอาจทำให้มีการควบรวมบริษัท และปรับลดแรงงาน (3) การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการเงิน และนโยบายการคลังคาดมีจำกัด ทั้งนี้ ในวันนี้จีนมีเปิดการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 4 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (Fourth plenum) (20-23 ต.ค.2025) คาดว่าจะมีการหารือกันในประเด็นสำคัญอย่าง แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 (2026-2030)
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 20
ในเดือน ก.ย. 68 ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีนหดตัวอยู่ที่ -2.3%YoY โดยอัตราการหดตัวลดลงจากเดือนส.ค.68 ที่ -2.9% เนื่องจากราคาสินค้าประเภทโลหะ (Ferrous metal) ปรับดีขึ้นจากนโยบาย Anti-Involution ของจีน ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีนหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 อยู่ที่ -0.3%YoY ได้รับปัจจัยกดดันจากราคาสินค้าประเภทของอาหารเป็นหลัก ด้านดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 1.0% YoY ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าในระยะข้างหน้าปัญหาเงินฝืดจะยังเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจจีน ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนของการบริโภคขนาดใหญ่คาดยังไม่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ติดตามการประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 3/2568 ของจีนในวันที่ 20 ต.ค.68 นี้ และจีนจะเริ่มมีการประชุม 4th plenum ในวันที่ 20-23 ต.ค.68 โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 15
ในเดือนก.ย.68 การส่งออกจีนเร่งตัวขึ้นอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน เติบโตที่ 8.3%YoY ทั้งนี้ การนำเข้าของจีนเติบโตเร่งตัวขึ้นเช่นกันอยู่ที่ 7.4%YoY เดือนก.ย.68 จีนเกินดุลการค้าอยู่ที่ 90 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การส่งออกจีนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 เติบโตดีกว่าคาดการณ์ ขณะที่ความตึงเครียดของสงครามการค้ารอบใหม่คาดไม่ทำให้อัตราภาษีที่สหรัฐฯ เก็บจากสินค้านำเข้าจีนกลับไปสูงกว่า 100% เหมือนในเดือน เม.ย.68 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าการส่งออกจากจีนไปสหรัฐฯ จะยังมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง แต่การส่งออกไปประเทศอื่นๆ เช่น อาเซียน และอียู จะช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 14
ปัญหาการว่างงานของคนหนุ่มสาวในจีนยังวิกฤต หลังตัวเลขการว่างงานในคนหนุ่มสาวเดือน ส.ค.68 อยู่ที่ 18.9% แรงกดดันจากการว่างงานทำให้เกิด "Pretend to work companies" ขึ้นในหลายเมืองของจีน โดยผู้ใช้บริการจะต้องจ่ายเงินราว 135 - 230 บาทเพื่อเข้าใช้บริการสถานที่ที่จำลองบรรยากาศคล้ายสำนักงาน (คล้ายกับ co-working space) บริการดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันทางสังคมต่อคนหนุ่มสาวที่ว่างงานในจีนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจจีนที่มีทิศทางชะลอตัวจากปัญหาภายในประเทศ และสงครามการค้ารอบใหม่ที่เกิดขึ้น
เผยแพร่เมื่อ 2025 Sep 24
ในเดือน ส.ค.68 เงินเฟ้อจีนกลับมาติดลบอยู่ที่ -0.4%YoY จากปัจจัยฐานในส่วนของราคาอาหารที่สูงในปีก่อน ทั้งในส่วนของราคาไข่และผักสด ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานปรับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ 0.9%YoY ด้านดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ส.ค.68 หดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 35 แต่ชะลอการปรับลดลงจากเดือนก่อนอยู่ที่ -2.9%YoY จาก -3.6%YoY ในเดือน ก.ค.68 โดย PPI ในส่วนของโลหะกลุ่มเหล็ก (Ferrous metal) ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่จีนเตรียมใช้นโยบาย Anti-Involution ชะลอการหดตัว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าในช่วงที่เหลือของปี 2568 เงินเฟ้อจีนยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ ปัญหาเงินฝืดจะยังเป็นปัจจัยกดดันการใช้จ่ายในประเทศและเศรษฐกิจจีน รวมถึงปัญหาสินค้าราคาถูกของจีนทะลักเข้าไทย
เผยแพร่เมื่อ 2025 Sep 10
เดือน ส.ค.68 การส่งออกจีนมายังประเทศในอาเซียนยังเติบโตดีที่ 22.5%YoY หนุนให้การส่งออกจีนยังขยายตัวอยู่ที่ 4.4%YoY อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการส่งออกเติบโตในอัตราที่ชะลอลง เนื่องจากการส่งออกจีนไปสหรัฐฯ ยังหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 อยู่ที่ -33.1% ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออกจีนเติบโตได้ที่ 5.9%YoY ได้รับปัจจัยหนุนจากการส่งออกมาอาเซียนที่ขยายตัวดี ในระยะข้างหน้าคาดจีนยังมีแนวโน้มส่งออกมาอาเซียนเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงที่สินค้าจีนจะทะลักเข้าไทยยังมีแนวโน้มสูงขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าช่วงที่เหลือของปี 2568 การส่งออกจีนยังมีแนวโน้มเติบโตชะลอลง จากความไม่แน่นอนของสงครามการค้า การส่งออกจากจีนไปสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มหดตัว และการเรียกเก็บอัตราภาษีสวมสิทธิ์ในอัตรา 40%
เผยแพร่เมื่อ 2025 Sep 08
ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. ที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในไทยลดลง 35%YoY มาที่ 2.7 ล้านคน ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในเวียดนามเพิ่มขึ้น 46%YoY มาที่ 3.1 ล้านคน อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมของไทย ยังคงมากกว่าของเวียดนาม ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. ที่ผ่านมา คาดเวียดนามจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมแซงไทยภายใน 10 ปีข้างหน้า
เผยแพร่เมื่อ 2025 Sep 02
ในเดือน ส.ค.68 ตลาดหุ้นจีน (CSI300) พุ่งขึ้นหนุนให้ผลตอบแทนของดัชนี CSI300 เร่งตัวขึ้นเหนือตลาดหุ้นหลักในหลายประเทศรวมถึงไทย แม้ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจจีนยังอ่อนแอ แต่แรงซื้อจากกองทุน Hedge fund และนลท.รายย่อยหนุนดัชนีให้ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าส่วนนึงมาจากดอกเบี้ยในจีนอยู่ในระดับต่ำส่งผลให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ทั้งนี้ มูลค่าเงินกู้ยืมเพื่อมาซื้อขายหลักทรัพย์ปรับสูงขึ้นใกล้เคียงในระดับเดียวกับปี 2015 ที่เกิดวิกฤตฟองสบู่ในตลาดหุ้นจีน ส่งผลให้บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งออกมาเพิ่มมาตรการในการซื้อขายหลักทรัพย์
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 29
“Evergrande” บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีนได้ถูกเพิกถอน (delisting) ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญเชิงสัญลักษณ์ว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนยังเป็นปัจจัยกดดันสำคัญของเศรษฐกิจจีน ช่วงที่ผ่านมาทางการจีนทยอยออกมาตรการต่างๆ มาเพื่อประคับประคองสถานการณ์มากกว่าพลิกฟื้นสถานการณ์ในภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยจีนอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเชิงเศรษฐกิจ โดยจะเน้นลงทุนในอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรมไฮเทค ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้คาดว่าภาคอสังหาริมทรัพย์จะยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ยังกดดันเศรษฐกิจจีน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 27
ทางการจีนให้ความสำคัญกับ "การบริโภคภายในประเทศ" มากขึ้น โดยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการของเก่าแลกของใหม่ ในสินค้าประเภทรถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังอยู่ในระดับต่ำจากปัญหาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศส่งผลให้ตัวเลขยอดค้าปลีกเติบโตชะลอลง ขณะที่การบริโภคในกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z) มีทิศทางที่เปลี่ยนแปลงจากเดิม โดยคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ ใช้จ่ายเพื่อความสุขของตนเอง หรือ "Emotional Spending" สะท้อนจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Art toy หรือเครื่องดื่มที่เติบโตขึ้นอย่างมาก ในระยะข้างหน้ากลุ่มคนรุ่นใหม่จะเริ่มเข้ามาเป็นกลุ่มประชากรหลักของจีน จึงเป็นที่น่าจับตาว่าพฤติกรรมการบริโภคในประเทศจากนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 25
จีนเผชิญปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน และปัญหาสงครามราคา โดยดัชนีราคาผู้ผลิตในจีนหดตัวติดต่อกัน 3 ปี ในการประชุมคณะกรรมาธิการกลางด้านเศรษฐกิจและการเงินของจีน (CCFEA) และการประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (โปลิตบูโร) ได้ระบุว่าจะเข้าควบคุมปัญหาสงครามราคาและการผลิตส่วนเกินของจีน ทั้งนี้ รอติดตามมาตรการที่ทางการจีนจะนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหา ซึ่งคาดว่ายังต้องใช้เวลา
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 15
ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 ทางการจีนพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคการบริโภคในประเทศผ่านโครงการของเก่าแลกของใหม่ และการปรับลดดอกเบี้ย ขณะที่ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 วงเงินในโครงการของเก่าแลกของใหม่ลดลงกว่าครึ่งแรกของปี ทางการจีนจึงได้ประกาศแผนกระตุ้นการบริโภคครั้งใหม่ผ่าน “มาตรการอุดหนุนอัตราดอกเบี้ย” เพื่อลดต้นทุนการกู้ยืมเพื่อการบริโภค และกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลบวกต่อการใช้จ่ายคาดมีจำกัด โดยทิศทางการใช้จ่ายของชาวจีนที่ยังเผชิญความท้าทายจะยิ่งเป็นอีกปัจจัยกดดันต่อการเดินทางมาท่องเที่ยวไทย
แม้จะมีการตกลงเจรจาระงับ Reciprocal tariffs ระหว่างสหรัฐฯ และจีน แต่การส่งออกจีนไปสหรัฐฯ ในเดือน ก.ค. 68 ยังหดตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ -21.7%YoY การหดตัวลงของการส่งออกจากจีนไปสหรัฐฯ ยังคงถูกชดเชยด้วยการการส่งออกไปอาเซียน ที่ยังเติบโตแข็งแกร่งที่ 16.6%YoY ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการเร่งส่งออกก่อนผลของอัตราภาษีใหม่ของทางสหรัฐฯ จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือน ส.ค. 68 ส่งผลให้เดือน ก.ค.68 ส่งออกจีนขยายตัวดีกว่าคาดการณ์อยู่ที่ 7.2%YoY ขณะที่การนำเข้าขยายตัวต่อเนื่องติดกันเป็นเดือนที่ 2 ที่ 4.4%YoY ส่งผลให้จีนเกินดุลการค้าลดลงในเดือน ก.ค. 68
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 07
ปี 2024 อัตราการแต่งงานในจีนลดลง สะท้อนแนวโน้มการลดลงของเด็กเกิดใหม่ในประเทศ จีนเผชิญปัญหาจำนวนประชากรลดลงติดต่อกัน 3 ปี (2022-2024) ล่าสุดจีนให้อุดหนุนสนับสนุนการเลี้ยงดูบุตรทั่วประเทศเป็นครั้งแรก เพื่อแก้ไขปัญหาจำนวนประชากรที่ลดลงในประเทศ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 01
ท่ามกลางปัจจัยกดดันเรื่องสงครามการค้าที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง เศรษฐกิจจีนไตรมาส 2/2568 เติบโตชะลอลงเล็กน้อยจากไตรมาสแรก แต่ยังเติบโตในอัตราที่สูงกว่าเป้าหมายของรัฐบาล โดยขยายตัวอยู่ที่ 5.2%YoY ทั้งนี้ เศรษฐกิจจีนครึ่งแรกของปี 2568 เติบโตดีกว่าคาดที่ 5.3%YoY ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าเศรษฐกิจจีนปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตดีกว่าคาดการณ์เดิมอยู่ที่ 4.8% จาก 4.2% ทั้งนี้ เศรษฐกิจจีนที่มีทิศทางเติบโตชะลอลงจะส่งผลกระทบมาถึงไทยผ่านภาคการท่องเที่ยวที่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนเริ่มเข้ามาในไทยน้อยลง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 15
หลังสหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงการค้าปรับลดภาษี Reciprocal Tariffs ระหว่างกัน ส่งออกจีนในเดือน มิ.ย.68 กลับมาเติบโตเร่งตัวขึ้นครั้งแรกตั้งแต่เดือน มี.ค.68 อยู่ที่ 5.8%YoY จาก 4.8%YoY การส่งออกจีนไปสหรัฐฯ ชะลอการหดตัวอยู่ที่ -16.1%YoY จาก -34.5%YoY ขณะที่ จีนส่งออกมาไทยเติบโตสูงสุดในอาเซียนอยู่ที่ 27.9%YoY รองลงมาคือเวียดนามที่เติบโตที่ 23.8%YoY ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 การเติบโตของการส่งออกจีนมีแนวโน้มชะลอลง โดยเผชิญความเสี่ยงอีกหลายประการ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 14
เมื่อมองไประยะข้างหน้าผู้ผลิตในจีนยังมีแนวโน้มปรับลดราคาสินค้าลงจากปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินที่ได้รับปัจจัยกดดันจากปัญหาสงครามการค้าตั้งแต่ 1 ส.ค. 2658 ที่ระดับภาษีในแต่ละประเทศมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น โดยสินค้าคงคลังในบางอุตสาหกรรมของจีน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยายังอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะกดดันต่อเนื่องไปถึงทิศทางระดับราคาสินค้าในประเทศที่จีนส่งออกสินค้าไป โดยเฉพาะประเทศในอาเซียนอย่างเวียดนามรวมถึงไทย
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 09
การประชุมลู่เจียจุ่ย (Lujiazui Forum) ที่เป็นการประชุมของผู้นำภาคการเงิน และผู้กำกับดูแลจากทั่วโลกประจำปี 2568 ในวันที่ 18-19 มิ.ย.68 ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเพิ่มบทบาทของสกุลเงินหยวนในเวทีการค้าโลก ซึ่งสะท้อนความต้องการที่จะลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางความตีงเครียดของสงครามการค้าและเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และจีน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าทางการจีนจะทยอยเพิ่มบทบาทของเงินหยวนในเวทีการค้าโลก โดยคาดว่าจะมีมาตรการอื่น ๆ ออกมาสนับสนุนการใช้เงินหยวนในเวทีการค้าโลกเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม การที่หยวนจะขยับขึ้นมาทดแทนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเป็นสกุลเงินหลักของโลกคาดว่ายังต้องใช้เวลา
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jun 20
แม้จะมีวันหยุดยาว Golden week ของจีน (1-5 พ.ค.68) แต่เงินเฟ้อในส่วนของภาคบริการที่เพิ่มขึ้นยังไม่สามารถชดเชยแรงกดดันจากการปรับลดลงของราคาอาหาร และราคาสินค้าได้ เงินเฟ้อจีนยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำตลอดทั้งปี 2568 โดย ผลของมาตรการซื้อของเก่าและของใหม่ (Trade in program) เริ่มส่งผลบวกต่อการจับจ่ายใช้สอยของครัวเรือนลดลง สงครามราคาในบางกลุ่มสินค้า เช่น รถยนต์ไฟฟ้าจะยังกดดันเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับต่ำ สงครามการค้ารอบใหม่จะยิ่งกดดันการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ และระดับราคาสินค้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าความเสี่ยงเรื่องเงินฝืดจะเป็นปัจจัยกดดันสำคัญต่อเศรษฐกิจจีนตลอดทั้งปี 2568
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jun 09
สหรัฐฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการเรียกเก็บภาษีตามนโยบายทรัมป์ต่อไปหรือไม่ โดยหลายมาตรการถูกศาลสั่ง “เบรก” หรือ “คืนสถานะชั่วคราว” เช่น ภาษีนำเข้าตามคำสั่ง IEEPA, Reciprocal Tariffs, ภาษีนำเข้ายาเฟนทานิล, ภาษีนำเข้าสินค้าตามมาตรา 232 และภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (AD/CVD) ขณะเดียวกันยังมีประเด็นที่ต้องติดตามเพิ่มเติม เช่น ความไม่แน่นอนของ Reciprocal Tariffs, การใช้กฎหมายเพื่อป้องกันการทุ่มตลาด และความพยายามเร่งออกกฎหมายหรือคำสั่งใหม่เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ
เผยแพร่เมื่อ 2025 May 30
ในเดือนพฤษภาคม 2568 ธนาคารกลางจีนได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ทั้งประเภท 1 ปีและ 5 ปีลง 0.1% ซึ่งถือเป็นการลดครั้งแรกนับตั้งแต่ตุลาคม 2567 โดยอัตราดอกเบี้ย LPR 1 ปีลดจาก 3.1% เหลือ 3.0% และ LPR 5 ปีลดจาก 3.6% เหลือ 3.5% การปรับลดนี้มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามการค้าและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังเผชิญความเชื่อมั่นครัวเรือนต่ำและภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นตัว โดยธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายตลอดปี 2568 เพื่อรักษาสมดุลเศรษฐกิจ
เผยแพร่เมื่อ 2025 May 20
การส่งออกจีนไป ASEAN ยังเร่งตัวขึ้นหนุนให้การส่งออกจีนเดือนเม.ย.68 ยังเติบโตได้ที่ 8.1%YoY จาก 12.4%YoY ในเดือนมี.ค.68 ส่งออกจีนปี 2568 ยังมีแนวโน้มหดตัว มาตรการการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีจะเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ความไม่แน่นอนทางการค้ายังคงมีอยู่ ติดตามผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่คาดจะเกิดขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์สัปดาห์นี้
เผยแพร่เมื่อ 2025 May 09
ก่อนการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ซิดนีย์ในวันที่ 9–12 พฤษภาคม 2568 ธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 โดยปรับลดอัตราส่วนการกันสำรอง (RRR) ลง 0.5% ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ระบบถึง 1 ล้านล้านหยวน พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนระยะ 7 วันลง 0.1% เพื่อส่งสัญญาณการลดดอกเบี้ย LPR ในระยะถัดไป มาตรการเหล่านี้สะท้อนแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินของจีนตลอดปี 2568 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามการค้าและสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกคือ การส่งออกขยายตัวแข็งแกร่ง การใช้จ่ายในประเทศขยายตัวดี และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเร่งตัวขึ้นตามทิศทางการส่งออก ไตรมาสที่เหลือของปี 2568 ยังเผชิญความไม่แน่นอนสูงจาก 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การส่งออกจีนจะเริ่มมีทิศทางชะลอลงจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ, ความไม่แน่นอนจากการเจรจาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ, ความเสี่ยงเรื่องเงินฝืดสูงขึ้น และ ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจจีน ปี 2568 เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงจากปีก่อนที่ 3.6%
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 16
สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงทวีความรุนแรง โดยทั้งสองประเทศต่างปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของกันและกันอย่างมีนัยสำคัญ—สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 145% ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2568 ขณะที่จีนตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสูงสุดถึง 125% ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน โดยมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศในปี 2567 อยู่ที่ 525 พันล้านดอลลาร์สำหรับการส่งออกจากจีนไปสหรัฐฯ และ 144 พันล้านดอลลาร์สำหรับการส่งออกจากสหรัฐฯ ไปจีน ท่ามกลางความตึงเครียดนี้ จีนยังเตรียมเดินทางเยือนรัสเซียและมองโกเลียเพื่อกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการเจรจาระหว่างสองมหาอำนาจยังไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 11
11 เม.ย. 2568 สหรัฐฯ ประกาศ "หากไม่ตอบโต้จะตอบแทน" หยุดเก็บ Reciprocal Tariffs เป็นเวลา 90 วัน โดยกำหนดอัตราภาษีชั่วคราวอยู่ที่ 10%สำหรับคู้ค้าทุกราย ยกเว้น จีนพร้อมเปิดทางเจรจาให้ทุกประเทศยื่นข้อเสนอ
ในเดือนมีนาคม 2568 เงินเฟ้อจีนยังคงติดลบต่อเนื่องจากราคาสินค้าอาหารที่ลดลง โดยเฉพาะไข่และผักสด อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อพื้นฐานเริ่มฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการ Trade-in ที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ สินค้ากลุ่มเสื้อผ้าและของใช้ในบ้านมีราคาสูงขึ้น ขณะที่ราคารถยนต์เริ่มชะลอการลดลง แม้จะมีสัญญาณบวก แต่เศรษฐกิจจีนยังเผชิญแรงกดดันจากสงครามการค้ารอบใหม่กับสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลต่อการส่งออกและความเชื่อมั่นผู้บริโภค ทำให้แนวโน้มเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำตลอดปีนี้
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 10
ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2568 ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง จีนตอบโต้โดยประกาศขึ้นภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ ถึง 34% และขยายการจัดเก็บภาษีครอบคลุมทุกประเภท ขณะที่สหรัฐฯ จะเพิ่มอีก 50% ในวันที่ 7–8 เมษายน พร้อมขู่ว่าจะยกเลิกการเจรจาหากจีนไม่ถอนมาตรการตอบโต้ นอกจากนี้ ทรัมป์ อาจใช้ Tiktok เป็นเครื่องมือกดดัน โดยการแบนแอปดังกล่าวออกไปอีก 75 วัน สะท้อนการใช้เทคโนโลยีเป็นกลยุทธ์ในสงครามการค้าระดับโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนในภูมิภาค รวมถึงไทย
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 08
ในไตรมาสแรกของปี 2025 หุ้นเทคโนโลยีจีนที่จดทะเบียนในฮ่องกงปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 20% โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายภาครัฐที่ผลักดันการพัฒนา AI ทั้งในด้านการเงินและการศึกษา ผ่านการจัดตั้งกองทุนมูลค่า 1 หมื่นล้านหยวน และการเพิ่มหลักสูตร AI ในระดับประถมและมัธยมศึกษา ข้อมูลกราฟแสดงการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นสำคัญ เช่น HSTECH, HSCEI, KOSPI, NIKKEI, NASDAQ และ SET ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม ถึง 25 มีนาคม 2025 สะท้อนภาพรวมการฟื้นตัวของตลาดหุ้นในภูมิภาคและการตอบรับเชิงบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 04
สหรัฐฯ ประกาศอัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับจีนที่ 34% โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 9 เม.ย.2568 ซึ่งจะส่งผลให้อัตราภาษีนำเข้าเฉลี่ยที่สหรัฐฯ เก็บจากจีนสูงถึง 75% นอกจากนี้ สหรัฐฯ เตรียมยกเลิกข้อยกเว้นภาษีนำเข้ากับสินค้าสินค้าขั้นต่ำที่มีมูลค่าไม่เกิน 800 ดอลลาร์สหรัฐฯ (De Minimis) มีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 พ.ค. 2568
สหรัฐอเมริกาจะเริ่มใช้มาตรการ “Reciprocal Tariffs” หรือภาษีตอบโต้ในวันที่ 5 เมษายน 2568 โดยปรับอัตราภาษีนำเข้าให้เท่ากับที่แต่ละประเทศเรียกเก็บจากสินค้าสหรัฐฯ ส่งผลให้จีนถูกเก็บภาษีสูงสุดถึง 75% ตามด้วยกัมพูชา 49%, ลาว 48%, และเวียดนาม 46% ขณะที่ประเทศในข้อตกลง USMCA ได้รับการยกเว้นหรือปรับลดอัตราภาษี ภาพนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายการค้าระหว่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและความสามารถในการแข่งขันของประเทศคู่ค้าในหลายภูมิภาค
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 03
จีนกำลังปรับทิศทางนโยบายเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับแรงกดดันจากสงครามการค้ารอบใหม่ โดยเน้นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในด้านการคลัง รัฐบาลจีนใช้มาตรการลดภาษี เพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ และลดภาระทางการเงินของภาคธุรกิจ เพื่อเสริมสภาพคล่องและกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน นโยบายการเงินก็ถูกปรับให้ผ่อนคลายมากขึ้น ผ่านการลดอัตราดอกเบี้ย ลดสัดส่วนเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ และเพิ่มสภาพคล่องในระบบการเงิน เป้าหมายการกู้เงินของรัฐบาลจีนในปี 2025 สูงกว่าระดับก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 โดยมีการออกพันธบัตรหลายประเภท ทั้งพันธบัตรพิเศษ พันธบัตรรัฐบาลท้องถิ่น และพันธบัตรทั่วไป ซึ่งสะท้อนถึงการใช้เครื่องมือทางการคลังอย่างเข้มข้นเพื่อรองรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า การบริโภคภายในประเทศจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดยในปี 2025 คาดว่าจะมีสัดส่วนสูงถึง 46% ของ GDP ซึ่งถือเป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจากการพึ่งพาการส่งออกและการลงทุนภาภาครัฐ ไปสู่การขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์ภายในประเทศอย่างยั่งยืน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 18
แม้ผลจากฐานที่สูงในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีก่อนจะกดดันให้เงินเฟ้อจีนเดือน ก.พ.2568 ติดลบ แต่เมื่อหักผลของเทศกาลตรุษจีนเงินเฟ้อจีนเดือน ก.พ.2568 ยังคงอยู่ในระดับต่ำ องค์ประกอบของเงินเฟ้อชะลอลงจากเดือนก่อนในทุกด้าน สะท้อนว่าผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าความเสี่ยงด้านเงินฝืดจะยังคงกดดันเศรษฐกิจจีนในปี 2568 แม้ในการประชุมสองสภาล่าสุดทางการจีนระบุว่าจะเตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 10
ในเดือน ม.ค.-ก.พ. 2568 ส่งออกจีนเติบโตชะลอลงอยู่ที่ 2.3%YoY จาก 10.7% ในเดือน ธ.ค. 2567 ผลจากการเร่งส่งออกในช่วงปลายปี 2567 ก่อนสหรัฐฯ จะเริ่มเก็บภาษีจากจีนเริ่มแผ่วลง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าส่งออกจีนปี 2568 ยังมีแนวโน้มเติบโตได้แต่ในอัตราชะลอลง โดยความไม่แน่นอนของการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของทางสหรัฐฯ และอัตราภาษีที่สหรัฐฯ เก็บยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงหาเสียงเลือกตั้งอาจทำให้การเร่งส่งออกยังมีอยู่
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 07
จีนประกาศเรียกเก็บภาษีบางรายการจากสหรัฐฯ ในอัตรา 10-15% ซึ่งครอบคลุมสินค้าจำพวกอาหาร และสินค้าเกษตร เช่น ถั่วเหลือง มาตรการตอบโต้ของจีนเร็วและแรงกว่าในครั้งก่อน ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังมีแนวโน้มแย่ลง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 04
ท่ามกลางสงครามการค้ารอบใหม่ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ในวันที่ 17 ก.พ. 2568 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จัดประชุมรวมผู้บริหารบริษัทเอกชนรายใหญ่ของจีน ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มาจากธุรกิจที่อยู่ในกำลังการผลิตใหม่ (New productive force) การประชุมดังกล่าวถือเป็นการส่งสัญญาณสำคัญจากทางการจีนในหลายประการ โดยต้องติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมในการประชุมสองสภาของจีนเดือน มี.ค. 2568
เผยแพร่เมื่อ 2025 Feb 19
แม้ทางการจีนจะทยอยออกมาตรการเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ แต่มูลค่าเงินลงทุนจากต่างชาติสุทธิ (Net FDI) ปี 2567 ยังคงลดลงอยู่ที่ -168 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปี 2568 เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติจะยังมีแนวโน้มไหลออกจากจีนต่อเนื่อง หลังความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทวีความรุนแรงขึ้น
เผยแพร่เมื่อ 2025 Feb 18
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้