สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มอีก 10% มีผลบังคับใช้วันที่ 4 มี.ค. 2568 เพิ่มจากเดิมที่มีผลบังคับใช้ไปเมื่อ 4 ก.พ. 2568 โดยทางสหรัฐฯ ระบุว่าทางการจีนยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการลักลอบนำเข้าเฟนทานิลที่ไหลเข้าสู่สหรัฐฯ ได้เพียงพอ ในระยะเวลา 1 เดือนสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มขึ้นแล้วทั้งหมด 20%
ขณะที่ทางฝั่งจีนประกาศขึ้นภาษีตอบโต้สหรัฐฯ ทันที โดยประกาศเรียกเก็บภาษีบางรายการจากสหรัฐฯ ในอัตรา 10-15% ซึ่งครอบคลุมสินค้าจำพวกอาหาร และสินค้าเกษตร เช่น เนื้อไก่ ผ้าฝ้าย รวมถึงถั่วเหลืองที่เคยถูกใช้เป็นเครื่องมือของจีนในการตอบโต้สหรัฐฯ เมื่อสงครามการค้ารอบก่อน โดยถั่วเหลืองเป็นสินค้าที่จีนนำเข้าจากสหรัฐฯ มากที่สุด และสหรัฐฯ เป็นแหล่งนำเข้าถั่วเหลืองอันดับ 2 ของจีน
นอกจากนี้ ทางการจีนได้ขึ้นบัญชีดำบริษัทของสหรัฐฯ อีก 10 แห่ง และควบคุมการส่งออกไปยังบริษัทในสหรัฐฯ 15 แห่ง
มาตรการตอบโต้ของจีนรอบนี้ถือว่าเร็วและแรงกว่าในครั้งก่อน ซึ่งจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ มีแนวโน้มแย่ลง ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีการเริ่มต้นเจรจาระหว่างกัน ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ความไม่แน่นอนในเรื่องสงครามการค้าที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจะยิ่งทำให้เกิดการเร่งส่งออกจากจีนไปสหรัฐฯ ในขณะที่อัตราภาษีที่ถูกเก็บเพิ่มปัจจุบันยังอยู่ต่ำกว่าระดับที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง
Disclaimer
รายงานวิจัยนี้จัดทำโดย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) เพื่อเผยแพร่เป็นการทั่วไป โดยอาศัยแหล่งข้อมูลสาธารณะ หรือ ข้อมูลที่เชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือที่ปรากฏขณะจัดทำ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา ทั้งนี้ KResearch มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ ความเหมาะสม ความครบถ้วนสมบูรณ์ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้ชวน เสนอแนะ ให้คำแนะนำ หรือจูงใจในการตัดสินใจเพื่อดำเนินการใดๆ แต่อย่างใด ดังนั้น ท่านควรศึกษาข้อมูลด้วยความระมัดระวังและใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใดๆ KResearch จะไม่รับผิดในความเสียหายใดที่เกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว
ข้อมูลใดๆ ที่ปรากฎในรายงานวิจัยนี้ถือเป็นทรัพย์สินของ KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี) การนำข้อมูลดังกล่าว (ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน) ไปใช้ต้องแสดงข้อความถึงสิทธิความเป็นเจ้าของแก่ KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี) หรือแหล่งที่มาของข้อมูลนั้นๆ ทั้งนี้ ท่านจะไม่ทำซ้ำ ปรับปรุง ดัดแปลง แก้ไข ส่งต่อ เผยแพร่ หรือกระทำในลักษณะใดๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในทางการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้า เป็นลายลักษณ์อักษรจาก KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี)