ในเดือน ก.ย. 68 ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีนหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 36 อยู่ที่ -2.3%YoY โดยอัตราการหดตัวลดลงจากเดือน ส.ค. 68 ที่ -2.9% เนื่องจากราคาสินค้าประเภทโลหะ (Ferrous metal) ปรับดีขึ้นจากนโยบาย Anti-Involution ของจีนที่ต้องการเข้ามาแก้ไขปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินของจีน โดยผลผลิตเหล็ก (Steel Production) เริ่มทยอยปรับลดลง
ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีนหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 อยู่ที่ -0.3%YoY ได้รับปัจจัยกดดันจากราคาสินค้าประเภทของอาหารเป็นหลัก โดยเฉพาะราคาเนื้อสัตว์ (-4.2%YoY) และราคาไข่ (-7.7%YoY) อย่างไรก็ดี ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 1.0% YoY โดยราคาสินค้าประเภทเครื่องใช้ในบ้านเพิ่มขึ้น 2.2%YoY สะท้อนว่ามาตรการของเก่าแลกของใหม่ (Trade in) เข้ามาช่วยหนุนการบริโภคได้บางส่วน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าในระยะข้างหน้าปัญหาเงินฝืดจะยังเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจจีน แม้ทางการจะทยอยออกนโยบายมาเพื่อแก้ไขปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน แต่สถานการณ์สงครามการค้าที่ตึงเครียดขึ้น และยังมีความไม่แน่นอนสูงจะยังเป็นปัจจัยที่ทำให้สินค้าบางส่วนถูกนำมาลดราคาในจีนสะท้อนจากดัชนีราคาผู้ผลิตในส่วนของสินค้าบริโภคยังคงอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ ปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงอยู่จะยังฉุดรั้งความเชื่อมั่นผู้บริโภคในจีน ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนของการบริโภคขนาดใหญ่คาดยังไม่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ติดตามการประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 3/2568 ของจีนในวันที่ 20 ต.ค. 68 นี้ และจีนจะเริ่มมีการประชุม 4th plenum ในวันที่ 20-23 ต.ค. 68 โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15
Disclaimer
รายงานวิจัยนี้จัดทำโดย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) เพื่อเผยแพร่เป็นการทั่วไป โดยอาศัยแหล่งข้อมูลสาธารณะ หรือ ข้อมูลที่เชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือที่ปรากฏขณะจัดทำ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา ทั้งนี้ KResearch มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ ความเหมาะสม ความครบถ้วนสมบูรณ์ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้ชวน เสนอแนะ ให้คำแนะนำ หรือจูงใจในการตัดสินใจเพื่อดำเนินการใดๆ แต่อย่างใด ดังนั้น ท่านควรศึกษาข้อมูลด้วยความระมัดระวังและใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใดๆ KResearch จะไม่รับผิดในความเสียหายใดที่เกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว
ข้อมูลใดๆ ที่ปรากฎในรายงานวิจัยนี้ถือเป็นทรัพย์สินของ KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี) การนำข้อมูลดังกล่าว (ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน) ไปใช้ต้องแสดงข้อความถึงสิทธิความเป็นเจ้าของแก่ KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี) หรือแหล่งที่มาของข้อมูลนั้นๆ ทั้งนี้ ท่านจะไม่ทำซ้ำ ปรับปรุง ดัดแปลง แก้ไข ส่งต่อ เผยแพร่ หรือกระทำในลักษณะใดๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในทางการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้า เป็นลายลักษณ์อักษรจาก KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี)