นวัตกรรมเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-money) เริ่มต้นในช่วงปี 2547 โดยการฝากเงินในระบบอิเล็กทรอนิกส์และนำไปใช้จ่ายผ่านบัตรหรือ application ต่าง ๆ โดย e-money ได้รับความนิยมมากและเคยมีสัดส่วนชำระเงินรายย่อยสูงถึง 33% ในปี 2558 ก่อนบทบาทจะลดลงหลังผู้บริโภคมีความคุ้นชินกับ PromptPay มากขึ้น ผู้ให้บริการ e-money กลุ่ม Non-Bank จึงปรับตัวหันไปพัฒนาระบบรับชำระเงินให้ร้านค้าและจับมือกับสถาบันการเงินเพื่อเพิ่มช่องทางการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินแก่ผู้บริโภค ขณะที่กลุ่มสถาบันการเงินผสาน e-money กับบริการทางการเงินและผลักดันผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลายรูปแบบ ซึ่งทำให้ดึงสัดส่วนการตลาดได้ค่อนข้างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ปี 2568 และแนวโน้ม 2569 คาดว่า มูลค่าชำระเงินผ่าน e-money อาจทยอยเพิ่มสูงขึ้นกว่าระดับ 2 ล้านล้านบาท โดยในปี 2569 การเติบโตอาจชะลอลงมาที่ 13% ตามการชะลอตัวของทิศทางการใช้จ่ายและเศรษฐกิจในภาพรวม
เผยแพร่เมื่อ 2026 Feb 10
ธนาคารพาณิชย์และบริษัทย่อยรวม 9 แห่ง ปิดจบปี 2568 ด้วยภาพการประคองผลการดำเนินงาน ซึ่งสะท้อนจากการชะลอตัวติดต่อกันเป็นปีที่สองของกำไรสุทธิ โดยมีการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบจากการลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นจากการปรับตัวลงของอัตราดอกเบี้ยในประเทศและการหดตัวของสินเชื่อ สำหรับแนวโน้มในปี 2569 สถานการณ์ของปี 2568 ดังกล่าว ช่วยสะท้อนประเด็นสำคัญที่ธนาคารพาณิชย์ต้องเตรียมรับมือต่อเนื่องในปี 2569 แต่จุดที่มีความแตกต่างกันคือ ในปีนี้ สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและธุรกิจจะมีความท้าทายมากขึ้นต่อการประคองผลการดำเนินงาน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า โจทย์สำคัญของธุรกิจแบงก์ปี 2569 จะอยู่ที่ 3 เรื่องหลัก คือ (1) การกระจายแหล่งรายได้ โดยเฉพาะรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เพื่อชดเชยผลกระทบจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิซึ่งยังคงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องในปี 2569 (2) การบริหารจัดการต้นทุนในทุกมิติ ซึ่งรวมไปถึงต้นทุนทางการเงิน และ (3) การจัดการปัญหาคุณภาพสินทรัพย์ ซึ่งอาจต้องเฝ้าระวังการไหลตกชั้นของหนี้ดีและการไถลลงต่อเนื่องของหนี้ที่เริ่มมีปัญหาการชำระคืน รวมถึงการดูแลระดับการกันสำรองฯ ให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างปี
เผยแพร่เมื่อ 2026 Jan 29
จีนเคยเติบโตทางเศรษฐกิจโดยแลกกับมลพิษจากอุตสาหกรรมหนัก ถ่านหิน และการขยายเมืองอย่างรวดเร็ว จนเกิดวิกฤตหมอกควันรุนแรง และสร้างแรงกดดันจากสังคมและนานาชาติ ตั้งแต่ปี 2013 จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้รัฐบาลจีนยกระดับปัญหา PM2.5 เป็นวาระแห่งชาติ ก่อนดำเนินมาตรการ ปักกิ่งมีค่า PM2.5 เฉลี่ยสูงถึง 89.5 µg/m³ และมีอากาศดีเพียง 13 วันต่อปี แต่หลังใช้มาตรการเชิงโครงสร้างอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี ทั้งการเลิกใช้ถ่านหิน ควบคุมอุตสาหกรรม ยานยนต์ และการบังคับใช้กฎหมายข้ามภูมิภาค ค่า PM2.5 ลดลงกว่า 60% และเหลือวันอากาศไม่ดีเพียง 2 วันต่อปี บทเรียนจากจีนสะท้อนการแก้ปัญหา PM2.5 ต้องเปลี่ยนจากมาตรการเฉพาะหน้าไปสู่การจัดการเชิงโครงสร้างที่มุ่งลดจากแหล่งกำเนิดจริง โดยไทยแม้มีข้อมูล เทคโนโลยี และตัวอย่างจากต่างประเทศพร้อมแล้ว แต่ยังขาดการบังคับใช้ทางกฎหมายและความชัดเจนเชิงนโยบาย จำเป็นต้องยกระดับสู่กฎหมายอากาศสะอาดและการควบคุมแหล่งกำเนิดหลักอย่างจริงจัง
เผยแพร่เมื่อ 2026 Jan 26
มูลค่าตลาดนมพืชทางเลือกปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 4,200 ล้านบาท โต 5.0% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาต่อหน่วยที่มีแนวโน้มปรับลดลง การเพิ่มขึ้นของจำนวนผลิตภัณฑ์และช่องทางการขาย ที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น นมพืชทางเลือกยังเผชิญกับการแข่งขันสูง ท่ามกลางต้นทุนการผลิตที่ผันผวนและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ส่งผลให้การเติบโตของธุรกิจยังขึ้นอยู่กับความสามารถในบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์เพิ่มยอดขายและฐานลูกค้า
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 29
ตลอดทั้งปี 2568 ธนาคารพาณิชย์ทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 4 ครั้ง โดยรอบล่าสุด เริ่มมีผลแล้วตั้งแต่ช่วงวันที่ 22-24 ธ.ค. 2568 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ผลบวกสุทธิต่อลูกหนี้จะทยอยเกิดขึ้นในปี 2569 คาดว่า ภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้ธุรกิจและรายย่อย จะปรับลดลงรวมกันประมาณ 3,800-4,800 ล้านบาท ภายในครึ่งแรกของปี 2569 การปรับลดดอกเบี้ยเพียงปัจจัยเดียว อาจมีผลค่อนข้างจำกัดต่อทิศทางการปล่อยสินเชื่อใหม่ เพราะการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวมยังเปราะบาง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงตัวเลขคาดการณ์สินเชื่อระบบแบงก์ไทยในปี 2569 ไว้ที่ -0.7% ยังต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่ม SME และรายย่อย ขณะที่ คาดว่าสัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพหรือ NPL Ratio ในปี 2569 จะยังคงอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 2.80-2.97% ของสินเชื่อรวม
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 26
ในปี 2569 คาดว่าราคาทุเรียนสดไทยจะลดลง 2.7% ไปอยู่ที่ 90 บาทต่อ กก. เป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากแรงกดดันด้านการแข่งขัน รวมถึงมาตรฐานนำเข้าที่เข้มงวดของจีน และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ไทยยังครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในจีน แต่เวียดนามมาแรงจากความได้เปรียบด้านต้นทุนต่ำและระยะขนส่งที่ใกล้กว่า ซึ่งอาจกดดันให้มูลค่าส่งออกทุเรียนสดไทยในปี 2569 ลดลง 1.8% ตลาดทุเรียนสดที่มีศักยภาพของไทยอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง ยูนนาน และเจ้อเจียง ขณะที่กว่างซีจ้วง ไทยอาจเสียเปรียบเวียดนาม ส่วนเสฉวน เป็นตลาดที่น่าสนใจและยังมีโอกาสขยายการส่งออกได้มาก
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 25
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 สหภาพยุโรปจะเริ่มจัดเก็บภาษีนำเข้าภายใต้มาตรการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) โดยในระยะแรก ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า CBAM จะส่งผลกระทบต่อ 3.8% ของสินค้าส่งออกของไทยไปสหภาพยุโรปในปี 2569 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 28,000 ล้านบาท ในประเทศไทย สองอุตสาหกรรมหลักที่จะได้รับผลกระทบ คือ เหล็กและเหล็กกล้า (มีมูลค่าส่งออก 95.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567) และอะลูมิเนียม (มีมูลค่าส่งออก 56.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567) ขณะที่การส่งออกปูนซีเมนต์และปุ๋ยมีมูลค่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่สำหรับ อุตสาหกรรมที่ยังไม่อยู่ในขอบเขตโดยตรง เช่น โพลิเมอร์ พลาสติก เคมีภัณฑ์ แก้ว เซรามิก เยื่อและกระดาษ และ การประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ควรเร่ง วัดการปล่อยคาร์บอนต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ (Product Carbon Footprint) และศึกษา/เตรียมแผนลงทุน เทคโนโลยีปล่อยคาร์บอนต่ำ (Low-carbon) ตั้งแต่ตอนนี้
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 08
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า มูลค่าการส่งออกกุ้งของไทยในปี 2569 จะอยู่ที่ 1,075 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัว 3.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากอุปสงค์กุ้งในประเทศคู่ค้าหลักมีทิศทางลดลง ตามภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ผลกระทบจากภาษี Reciprocal Tariffs ที่ชัดเจนมากขึ้นเต็มปี รวมถึงเผชิญการแข่งขันรุนแรงกับคู่แข่งสำคัญ โดยเฉพาะเอกวาดอร์ และอินโดนีเซีย แนวโน้มการส่งออกกุ้งของไทย ยังเผชิญปัญหาความสามารถในการแข่งขัน จากทั้งปริมาณผลผลิตที่ปรับเพิ่มได้ยาก ต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าคู่แข่ง รวมถึงการแข่งขันด้านราคาที่เข้มข้นขึ้นจากสงครามการค้า
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 04
การส่งออกรถยนต์ไทยกำลังถูกจีนเข้าแย่งตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยในกลุ่มรถยนต์นั่งพบการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นชัดเจนจากกลุ่ม xEV จากจีน ส่วนกลุ่มปิกอัพแม้ยังส่งออกได้ดี แต่ตลาดหลักอย่างออสเตรเลียเริ่มมีปัญหา โดยจีนได้ขยับขึ้นเป็นหนึ่งคู่แข่งสำคัญ ซึ่งลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับในอีกหลายตลาด ปี 2569 คาดไทยยังคงส่งออกรถยนต์ลดลงต่อที่ 3% (YoY) เหลือราว 9 แสนคัน จากปีนี้ที่คาดทำได้ 9.3 แสนคัน ดังนั้นเพื่อก้าวข้ามการหดตัวต่อเนื่องในอนาคต การเร่งพัฒนาขึ้นเป็นฐานผลิตหลักของรถยนต์นั่งและปิกอัพ xEV ที่ตลาดกำลังต้องการเป็นสิ่งจำเป็น ขณะเดียวกันการพัฒนาลดต้นทุนการผลิตปิกอัพ ICE ให้พอแข่งขันกับจีนได้ รวมถึงการเร่งเพิ่มโอกาสส่งออกไปตลาดใหม่ก็เป็นสิ่งที่ควรทำควบคู่กันไป
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 03
ทีวียังเป็นอุปกรณ์หลักในการรับชมในยุคสตรีมมิ่ง โดยจากผลสำรวจพบว่า ผู้ชมสูงถึง 56% รับชมสตรีมมิ่งผ่าน smart TV ราคา smart TV จอใหญ่ระดับ 65-77 นิ้ว ลดลงอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 14.7% ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา หนุนให้ผู้บริโภคอัปเกรดขึ้นสู่รุ่นที่มีสเปกสูงกว่าเดิม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่ามูลค่าตลาดทีวีไทยในปี 2026 จะอยู่ที่ 21,210 ล้านบาท ขยายตัว 1.3%
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 02
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ก่อนสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้า มีแนวโน้มการนำเข้าไมโครเวฟจากมาเลเซียลดลง ขณะที่การส่งออกไมโครเวฟจากไทยไปยังสหรัฐฯ ขยายตัวเล็กน้อย เนื่องจากราคานำเข้าเฉลี่ยจากไทยลดลง ในขณะเดียวกัน ราคานำเข้าจากมาเลเซียกลับปรับตัวสูงขึ้น มูลค่าการส่งออกไมโครเวฟของไทยไปยังสหรัฐฯ ในปี 2569 คาดว่าจะหดตัวราว 4% หลังจากภาษีทรัมป์มีผลบังคับใช้ตลอดทั้งปี
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 01
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินผลกระทบจากเหตุอุทกภัยที่สงขลาและหลายจังหวัดภาคใต้ต่อเศรษฐกิจ เป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรก ผลกระทบทันทีจากการหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งพอจะประมาณได้ ส่วนที่สองจากความเสียหายต่อสินทรัพย์ ซึ่งซับซ้อนกว่า เพราะความเสียหายอาจทยอยรับรู้ในอนาคตโดยหลายภาคส่วน นอกเหนือไปจากครัวเรือน เช่น รัฐบาล สถาบันการเงิน คู่ค้า ฯลฯ สำหรับส่วนแรก ผลกระทบอาจไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้านบาทในกรอบเวลา 1 เดือน หรือราว 0.13% ของ Nominal GDP บนสมมติฐานเหตุการณ์รุนแรงในช่วง 10-15 วันแรก โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลาที่ช่วงแรกประสบภัยแทบทุกพื้นที่ และความรุนแรงทยอยลดระดับลงในอีก 10-15 วันถัดมา
เผยแพร่เมื่อ 2025 Nov 25
ประเทศไทยประกาศแผนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2050 อย่างเป็นทางการในที่ประชุม COP30 ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2025 พร้อมทั้ง ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 47% ในปี 2035 ทั้งนี้ ในการประชุม COP30 เห็นสัญญาณการร่วมมือที่เข้มงวดขึ้นเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในประเด็นการเร่งการเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล การเพิ่มการให้เงินทุนสีเขียว และกลไกคาร์บอนเครดิต อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังคงต้องจับตาการพิจารณาการบังคับใช้กฎหมาย และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมภายในประเทศ โดยเฉพาะ ร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ว่าจะมีความรวดเร็วในการบังคับใช้ และความเข้มงวดมากน้อยเพียงใด เพื่อให้ไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero ตามที่ประกาศไว้ได้ในปี 2050
เผยแพร่เมื่อ 2025 Nov 19
ธปท. กระทรวงการคลังและสถาบันการเงิน เตรียมเดินหน้าโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ดำเนินการผ่าน SAM ซึ่งจะปรับบทบาทเป็น Social AMC เพื่อช่วยแก้ปัญหาหนี้เสียให้กับลูกหนี้รายย่อย ซึ่งมีหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ในฐานข้อมูล NCB โครงการนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการช่วยหาทางออกให้กับลูกหนี้รายย่อยและสถาบันการเงินเจ้าหนี้ ในการจัดการกับปัญหาหนี้เสีย โดยใช้ทรัพยากรทางการเงินที่เหลืออยู่ให้เกิดประสิทธิผลเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี การจะช่วยลูกหนี้ให้หลุดออกจากสถานะหนี้เสียได้นั้น ยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการกลับมาจ่ายคืนหนี้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นซึ่งเชื่อมโยงกับการแก้ปัญหาทางการเงินและรายได้ของภาคครัวเรือนในภาพรวม
เผยแพร่เมื่อ 2025 Nov 12
ภายในปี 2593 กระบวนการผลิตและเทคโนโลยีที่ก่อให้เกิดการปล่อยคาร์บอนจำนวนมากอาจจะกลายเป็นสินทรัพย์สูญค่าในอนาคต (Stranded Assets) ได้ และหากไม่มีมาตรการบรรเทาการด้อยค่าของสินทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ ประเทศไทยอาจเผชิญความเสี่ยงที่บริษัทต่างๆ จะต้องตัดมูลค่าสินทรัพย์ในงบดุล หรืออัตราส่วนวงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) อาจลดลงต่ำกว่าระดับที่ยอมรับได้ ในแผนพลังงาน PDP 2024 คาดว่าจะยังมีโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลหลายแห่งดำเนินการผลิตไฟฟ้าอยู่หลังปี 2593 และโรงไฟฟ้าเหล่านี้อาจประสบปัญหาในการสร้างรายได้ เนื่องจากข้อกำหนดเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินลดลง ในภาคขนส่ง ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้า BEV ยังมีสัดส่วน 1.2% ของจำนวนรถยนต์ทั้งหมดในประเทศ และคาดว่าจะไม่สามารถทดแทนสต็อกรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ได้ทัน 2593 ได้ ภาครัฐจะต้องเร่งออก กฎระเบียบ Regulatory Sunset Clauses สำหรับสินทรัพย์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงให้ลดลงอย่างต่อเนื่องในระยะยาวแทนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Nov 10
การทำ Food Upcycle จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นให้ธุรกิจร้านอาหารประมาณ 4% จากเฉลี่ย 31.8% เป็นเฉลี่ย 35.8% จากการลดต้นทุนอาหารส่วนเกินที่เคยต้องทิ้งไป และมีรายได้เพิ่มเติมจากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดจากการแปรรูป Food Upcycle คือการนำวัตถุดิบเหลือกลับมาใช้ซ้ำ (Recycle) พร้อมเพิ่มมูลค่า (Upcycle) เช่น แกงโฮะ อาหารในภาคเหนือที่แปรรูปจากแกงต่างๆ ที่เหลือจากการทำบุญ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าในช่วงปี 2025 – 2035 มูลค่าตลาด Food Upcycle จะมีศักยภาพเติบโตราว 6.5% ต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 15,929 ล้านบาท ภายในปี 2035
เผยแพร่เมื่อ 2025 Nov 06
ในการประชุม COP30 จะมีการผลักดันประเด็นใหม่ เรื่องการมีส่วนร่วมของป่าไม้เขตร้อน เป็นประเด็นสำคัญ โดยจะทำให้ไทยมีบทบาท ผ่านการผลักดันจากการจัดตั้งพันธมิตรป่าไม้เขตร้อนระหว่าง แอมะซอน-คองโก-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ COP30 จะเป็นเวทีให้เกิดการผลักดันราคาคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ขั้นต่ำที่ 30 – 50 ดอลลาร์สหรัฐ/tCO2eq ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าราคาซื้อขายในไทยราว 4.25 เท่า และไทยมีศักยภาพผลิตคาร์บอนเครดิตได้ราว 20–30 MtCO2eq/ปี ไทยควรใช้โอกาสนี้ในการใช้ประโยชน์จากป่าไม้ให้เป็นเครื่องมือในการเจรจาต่อรองในการเข้าถึงกลไกทางการเงินใหม่ด้านป่าไม้ ได้แก่ Tropical Forest Finance Mechanism รวมถึงพัฒนากฎระเบียบ และมาตรฐานเพื่อต่อยอดการเข้าถึงตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Nov 05
ปริมาณการนำเข้าเครื่องซักผ้าของสหรัฐฯ จากประเทศคู่ค้าลดลง โดยเฉพาะในช่วง เมษายน–กรกฎาคม 2568 สะท้อนผลกระทบจากมาตรการภาษี และแนวโน้มที่ผู้บริโภคหันมาเลือกซื้อเครื่องซักผ้าที่ผลิตภายในประเทศแทน มูลค่าการส่งออกเครื่องซักผ้าของไทยไปยังสหรัฐฯ ในปี 2568 คาดว่าจะหดตัวราว 6% จากแรงกดดันของมาตรการภาษีศุลกากรตอบแทน (Reciprocal Tariff) ที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ช่วงต้นปี ส่งผลให้การนำเข้าเครื่องซักผ้าจากต่างประเทศหดตัวลง
ราคาข้าวไทยในปี 2568 หดตัวครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่ราว 10.9% จากแรงกดดันด้านผลผลิตที่พุ่งสูงจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย และอินเดียเร่งผลักดันส่งออกข้าวพุ่งกว่า 34.2% ราคาข้าวไทยคาดยังปรับลดลงในไตรมาสแรกปี 2569 ที่ 0.9% จากผลผลิตยังสูงตามปรากฏการณ์ลานีญาที่ยังคงอยู่ และอุปสงค์ที่ลดลงในผู้นำเข้าหลักอย่างฟิลิปปินส์ที่งดการนำเข้าข้าว ทั้งปี 2569 คาดว่าราคาข้าวไทยอาจฟื้นขึ้นได้เล็กน้อยราว 0.8% เป็นไปตามราคาข้าวโลกที่เผชิญอุปสงค์ส่วนเกิน เนื่องจากผลผลิตข้าวอาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนแล้งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 31
แม้รายได้จากธุรกิจหลักยังคงอ่อนแอ แต่กลุ่มแบงก์ยังสามารถประคองผลการดำเนินงานไว้ได้ในไตรมาส 3/2568 เนื่องจากมีแรงหนุนจากกำไรจากเงินลงทุน การเพิ่มขึ้นของ FVTPL และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เชื่อมโยงกับสภาวะตลาดเงินตลาดทุน ผลตอบแทนจากการปล่อยสินเชื่อลดลงเร็วกว่าต้นทุนทางการเงิน และ NIM กลุ่มแบงก์ปรับตัวลงมาแล้ว 4 ไตรมาสติดต่อกัน ขณะที่ แม้ว่าสัดส่วน NPL ขยับขึ้นเล็กน้อยในไตรมาส 3/2568 แต่ปัญหาคุณภาพสินเชื่อยังเป็นประเด็นติดตามต่อเนื่อง ภาพงบการเงินรวมของกลุ่มแบงก์ 9 แห่งอาจสะท้อนว่า ข้อมูลของระบบแบงก์ไทย 17 แห่งที่จะทยอยประกาศออกมาหลังจากนี้น่าจะมีภาพที่คล้ายคลึงกัน และเมื่อต่อภาพไปในช่วงที่เหลือของปี 2568 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจจะเป็นโจทย์ที่ท้าทายต่อรายได้จากธุรกิจหลักอย่างการปล่อยสินเชื่อ และเมื่อรวมกับผลของทิศทางดอกเบี้ยที่มีโอกาสปรับลดลงอีกครั้งก่อนสิ้นปี อาจทำให้ NIM ของระบบแบงก์ไทยชะลอลงต่อเนื่องไปอยู่ต่ำว่าระดับ 2.72% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 22
ปี 2568 การลงทุนธุรกิจร้านเครื่องดื่มยังเติบโต คาดจำนวนร้านเครื่องดื่มเปิดใหม่เพิ่มขึ้น 4.8% จากปีก่อน จากการขยายสาขาและการลงทุนใหม่ของผู้ประกอบไทยและต่างชาติ พื้นที่พาณิชยกรรม (Retail space) เปิดใหม่เพิ่มขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดตลาดเครื่องดื่มทั้งปี 2568 จะมีมูลค่าอยู่ที่ 5.69 หมื่นล้านบาท โต 5.0% จากปี 2567 เนื่องจากราคาเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่สูง และร้านเปิดใหม่กลุ่มพรี เมียมเข้ามาในตลาด แต่เป็นการเติบโตที่ไม่ทั่วถึง ในปี 2569 มูลค่าตลาดน่าจะยังเติบโตที่ประมาณ 2% จากปี 2568 แต่เป็นการเติบโตที่ชะลอลง ท่ามกลางปัจจัยท้าทายสูงจากทั้งกำลังซื้อ การแข่งขัน ต้นทุน และเทรนด์การบริโภค
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 15
นักท่องเที่ยวมาเลเซียถือเป็นตลาดสำคัญของภาคการท่องเที่ยวไทย แต่หลายปัจจัยลบกระทบชาวมาเลเซียเที่ยวไทยลดลง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ปี 2568 ชาวมาเลเซียเที่ยวไทยลดลง 7% จากปีก่อน หรืออยู่ที่ประมาณ 4.60 ล้านคน ขณะที่การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวคิดเป็นมูลค่า 96,100 ล้านบาท ลดลง 8% จากปีก่อน ประเด็นติดตามสำคัญ คือ การแข่งขันระหว่างประเทศที่สูง ทำให้ไทยเริ่มสูญเสียการตลาด นอกจากนี้ปัจจัยเรื่องความปลอดภัยยังสร้างความกังวลต่อนักท่องเที่ยวมาเลเซีย
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 14
ออสเตรเลียปรับเกณฑ์นำเข้ารถยนต์ใหม่คุมการปล่อยก๊าซ CO2 และความปลอดภัยระบบเบรก นำมาสู่ความต้องการรถยนต์ HEV&PHEV ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดี บางส่วนของรถยนต์ที่ผลิตจากไทยยังไม่พร้อม จึงทำให้การส่งออกรถยนต์ไทยไปออสเตรเลียหดตัว 16% ซึ่งมีผลต่อการส่งออกรวมปี 2568 ที่คาดเหลือ 9 แสนคัน จากที่ปกติทำได้มากกว่า 1 ล้านคัน เนื่องจากออสเตรเลียเป็นตลาดที่มีส่วนแบ่งถึง 28% ของไทย ในระยะข้างหน้า ต้องติดตามว่าโอกาสการลงทุนในไทยของค่ายรถเพื่อพัฒนารถยนต์ HEV&PHEV มาตรฐานสูงจะเป็นเช่นไร เนื่องจาก ปัจจุบันการแข่งขันในตลาดออสเตรเลียเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะรถยนต์จากจีน ท่ามกลางการควบคุมก๊าซ CO2 ที่เข้มงวดขึ้นทุกปี ขณะที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นนักลงทุนหลักในไทยอาจจำเป็นต้องรักษากำลังการผลิตในประเทศตนเองมากขึ้นหลังโดนสหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์
ภาครัฐมีจะเร่งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์จากปี 2065 มาเป็นปี 2050 อย่างไรก็ตาม การขยับเป้าหมายให้เร็วขึ้นถึง 15 ปีนี้ จำเป็นต้องมีแผนปฏิบัติและงบประมาณรองรับที่ชัดเจนกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าภาครัฐจะเร่งผลักดัน กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมหลัก 3 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติอากาศสะอาด, พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม๋ การเร่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอาจทำให้ โรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานเชื้อเพลิงฟอสซิลกลายเป็น “สินทรัพย์สูญค่า” หรือ Stranded Asset และในขณะเดียวกัน ยังมีช่องว่างด้านงบประมาณมากกว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี ในการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน หากไม่มีมาตรการระดมทุนและแรงจูงใจที่เพียงพอ การบรรลุเป้าหมายปี 2050 จะเป็นเรื่องยากในทางปฏิบัติ
การจัดเก็บภาษีศุลกากรตอบแทน (Reciprocal Tariff) 19% ที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากไทย คาดว่าจะเปิดโอกาสให้การส่งออกเครื่องปรับอากาศระบบ Self-contained จากไทย แข่งขันกับจีนได้มากขึ้น การเร่งส่งออกก่อนมาตรการภาษีมีผลบังคับใช้ ส่งผลให้มูลค่าส่งออกเครื่องปรับอากาศไทยไปสหรัฐฯ ปี 2568 มีแนวโน้มจะขยายตัว 36% YoY
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ประกาศ 4 โครงการ Quick Big Win ด้านพลังงานยั่งยืนสำหรับภาคครัวเรือน ได้แก่ 1) โซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร 2) โซลาร์ฟาร์มชุมชน 3) มาตรการลดหย่อนภาษีติดตั้งโซลาร์ในครัวเรือน และ 4) โซลาร์ลอยน้ำของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าโครงการทั้งหมดนี้จะช่วยให้ 1) ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในไทยเพิ่มขึ้นสูงสุด 1.4 เท่า และ 2) ลดค่าไฟครัวเรือนราว 50 – 60% ในภาพรวม 4 โครงการนี้ยังส่งเสริมการใช้พลังงานยั่งยืนได้ค่อนข้างจำกัด แต่เป็นจุดเริ่มต้นการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดในอนาคตและช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 10
การจัดเก็บภาษีนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ไม้ของสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 232 ที่ 25% อาจเพิ่มแรงกดดันต่อการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ของไทยมากขึ้น โดยกลุ่มตู้ในครัวและตู้ล้างหน้าในห้องน้ำคาดว่าจะยังแข่งขันได้ แต่ที่นั่งไม้มีเบาะหุ้มด้วยผ้าอาจเสี่ยงสูญเสียส่วนแบ่งในตลาดสหรัฐฯ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า มูลค่าการส่งออกเฟอร์นิเจอร์โดยรวมของไทยปี 2568 จะขยายตัว 9.3% จากปีก่อน ขณะที่ ในปี 2569 กลับมาหดตัว 4.5% จากผลของภาษีนำเข้ามีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงต้องเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นทั้งในตลาดสหรัฐฯ และตลาดส่งออกอื่นๆ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 09
คนละครึ่งพลัส & เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ น่าจะช่วยกระตุ้นบรรยากาศการใช้จ่ายของผู้บริโภคได้บางส่วน โดยเฉพาะร้านค้าปลีก เอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการ ผลของมาตรการอาจหนุนยอดขายค้าปลีกปี 2568 เพิ่มขึ้นอีก 0.3% เป็นโต 3.1% จากเดิมที่คาดว่าจะโต 2.8% ภายหลังสิ้นสุดมาตรการ ธุรกิจค้าปลีกยังเผชิญหลายปัจจัยเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นตัวของกำลังซื้อผู้บริโภค การแข่งขันที่รุนแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะกับสินค้าจีน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 08
ช่องว่างทางการเงินด้าน Climate Finance ของไทยยังมีอยู่มาก โดยปัจจุบันไทยลงทุนด้านการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศเพียง 1.7 ล้านล้านบาท แต่ความต้องการสูงถึง 28.7 ล้านล้านบาท เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แม้มีแหล่งทุนระดับโลกและในประเทศหลากหลาย แต่การเข้าถึงยังยากเพราะขั้นตอนที่ซับซ้อน เงื่อนไขการกู้ และข้อจำกัดด้านความรู้ความเข้าใจทางการเงิน ทำให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนยาก รูปแบบมี ตั้งแต่ Grant, Seed Funding, Loan ไปจนถึง Co-Finance แต่ละประเภทมีข้อดี–ข้อจำกัดต่างกัน การเลือกใช้ที่เหมาะสมจะช่วยให้ธุรกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก สามารถขับเคลื่อนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและแข่งขันได้ในเวทีโลก
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 03
ในปี 2024 คนไทยอ่านหนังสือนานขึ้น แต่นิยมการอ่านออนไลน์มากกว่าหนังสือเล่มถึง 100.7 นาที ราคาหนังสือเล่มสูงขึ้นเฉลี่ยปีละ 4.7% จากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มต่อเนื่อง ขณะที่ e-book ราคาถูกกว่าราว 27% ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนลดการซื้อหนังสือเล่มและหันไปอ่าน e-book รายได้ร้านหนังสือยังหดตัวแต่ชะลอลง โดยปี 2025 คาดลดลงเพียง 4.5% เทียบกับที่เคยหดตัวเฉลี่ย 14% ต่อปี ก่อนโควิด-19
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 02
การจัดเก็บภาษีศุลกากรตอบแทน (Reciprocal Tariff) 19% ที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากไทย คาดว่าจะกดดันการส่งออกตู้เย็นและตู้แช่แข็งบางประเภท ในขณะที่ บางรุ่นยังแข่งขันได้ แต่โดยรวมผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น ตู้เย็นและตู้แช่แข็งที่ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ ราว 38% เผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากการถูกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่สูงขึ้น ส่งผลให้มูลค่าส่งออกในปี 2568 มีแนวโน้มจะหดตัว 2.1% YoY
มาตรการลดหย่อนภาษีติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเปิดโอกาสให้หักลดหย่อนสูงสุด 200,000 บาทต่อปี ถึงสิ้นปี 2570 โดยกลุ่มรายได้กลาง (120,000–180,000 บาท/เดือน) ได้ประโยชน์สูงสุด ประหยัดภาษีได้ราว 50,000 บาทต่อปี ส่วนรายได้น้อยไม่เข้าเกณฑ์ และรายได้สูงมักใช้ระบบเกินขนาดที่มาตรการรองรับ การติดตั้งโซลาร์ช่วยลดค่าไฟได้เฉลี่ย 50% ต่อเดือน คืนทุนเร็วขึ้นเหลือ 3–4 ปี หากใช้สิทธิลดหย่อนและได้ราคาติดตั้งที่ลดลงตามแนวโน้มตลาด หลังจากนั้นจะได้กำไรต่อเนื่องอีกกว่า 20 ปี ก่อนถึงรอบเปลี่ยนแผงใหม่ แม้มาตรการจะกระตุ้นตลาดในประเทศได้ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่เพียงพอชดเชยแรงกดดันจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่สูงถึง 300–900% ซึ่งกระทบต่อความสามารถแข่งขันของผู้ส่งออกไทยในอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์โดยรวม
เผยแพร่เมื่อ 2025 Sep 23
อินเดียเร่งส่งออกก่อนสหรัฐฯ ปรับภาษีเป็น 50% แม้ค่าเงินรูปีอ่อนค่าช่วยหนุนระยะสั้น แต่เสี่ยงกดดันเงินเฟ้อและเสถียรภาพ โดยปี 2025 ผลกระทบยังจำกัด ทว่าแรงกดดันจะชัดเจนในปี 2026 จากสัดส่วนการส่งออกไปสหรัฐฯ ที่สูงถึง 18% ของทั้งหมด โดยทุกการส่งออกไปสหรัฐฯ ที่ลดลง 1% จะฉุด GDP อินเดียราว 0.02% ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า มาตรการภาษีของสหรัฐฯ ต่ออินเดียเป็นสัญญาณการจัดขั้วเศรษฐกิจโลกใหม่ที่ไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้จะเปิดโอกาสให้ไทยใช้จุดได้เปรียบด้านภาษีช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดสหรัฐฯ ในสินค้าที่มีศักยภาพอยู่แล้ว แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมรับแรงกดดันจากการที่สินค้าอินเดียอาจไหลเข้ามาแข่งขันในตลาดอาเซียนมากขึ้น
เผยแพร่เมื่อ 2025 Sep 19
การนำเข้ายางรถยนต์ไทยจากสหรัฐฯ คาดยังมีโอกาสโตต่อที่ 3% (YoY) นำโดยยางรถยนต์ขนาดเล็กสำหรับรถยนต์นั่ง รถปิกอัพ และรถบรรทุกเล็ก ที่ขยายตัว 11.8% (YoY) แม้เจอภาษีหลายตัว แต่อัตราภาษีไม่ต่างจากคู่แข่งมาก ทำให้ยังแข่งขันได้ดี ตรงข้ามกับยางรถยนต์ขนาดใหญ่สำหรับรถบัสและรถบรรทุกใหญ่ที่หดตัวถึง 24% (YoY) จากปัญหาหลักคือ ภาษี AD ที่ถูกเก็บในอัตราสูง ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาโดยตรง ทำให้ไทยถูกคู่แข่งแย่งส่วนแบ่งการตลาดไป
เผยแพร่เมื่อ 2025 Sep 17
อินโดนีเซียเปลี่ยนทิศทางนโยบายเศรษฐกิจคลายแรงกดดันทางสังคม โดยแต่งตั้งนายปูร์บายา ยูดิ ซาเดวา เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจวงเวิน 200 ล้านล้านรูเปียห์ คิดเป็น 0.9% ของ GDP เพื่อเร่งปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกร สหกรณ์ หมู่บ้าน และผู้มีรายได้น้อย หวังผลักดัน GDP สู่ 8% ความเสี่ยงการคลังและหนี้สาธารณะมีมากขึ้น โดยอาจขาดดุลการคลังเร่งขึ้นอีกท่ามกลางแนวทางการจัดเก็บรายได้รัฐที่ไม่ชัดเจนและรายจ่ายที่รอเบิกจ่ายจำนวนมาก หากเดินหน้านโยบายประชานิยมต่อเนื่อง หนี้สาธารณะอาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและบั่นทอนความเชื่อมั่นนักลงทุน ตลาดตอบรับระยะสั้นแต่มีความเสี่ยงสูงขึ้นในอนาคต โดยค่าเงินรูเปียห์แข็งค่าขึ้นและหุ้น JCI ฟื้นตัวตอบรับรัฐมนตรีคลังคนใหม่ แต่ยังมีความน่ากังวลหากรัฐบาลแทรกแซงการดำเนินงานของธนาคารกลาง อาจกดดันค่าเงินและสร้างความเปราะบางต่อเสถียรภาพการเงินในระยะต่อไป
เผยแพร่เมื่อ 2025 Sep 15
ธปท. ผ่อนคลายเกณฑ์เกี่ยวกับตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งในส่วนของ 1) มาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาท และ 2) หลักเกณฑ์ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อให้เอกชนมีความสะดวกในการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ โดยจะเริ่มมีผล 1 ธ.ค. 2568 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การผ่อนคลายเกณฑ์ดังกล่าวไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาทโดยตรง แต่เน้นเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำธุรกรรมที่เป็น Real flows ที่มีการค้า/การลงทุน/การชำระเงินรองรับ ตามแผนพัฒนา FX ecosystem ซึ่งทำให้ธุรกรรมเงินขาไหลเข้า-ออกมีความสมดุลมากขึ้น ธปท. ยังคงมาตรการส่วนอื่น ๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเก็งกำไรค่าเงินบาทไว้ตามเดิม ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า เงินบาทที่มีแรงกดดันด้านแข็งค่าในระยะนี้มีสาเหตุสำคัญมาจากทิศทางเงินดอลลาร์ฯ ที่อ่อน และแรงหนุนจากราคาทองคำในตลาดโลก
เผยแพร่เมื่อ 2025 Sep 04
ธุรกิจโรงแรมและที่พักเผชิญหลายปัจจัยลบ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2568 รายได้ธุรกิจโรงแรมและที่พักจะหดตัว 4.5% จากปี 2567 จากรายได้ห้องพักที่ลดลงตามการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยว ราคาห้องพักเฉลี่ยที่ปรับลดลง รวมถึงรายได้จากการจัดงานประชุมและสัมมนาที่ลดลง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate: OCC) ของสถานพักแรมทั่วประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 69.83% ลดลง 2.3% จากปี 2567 ขณะที่ราคาห้องพัก (Average Daily Rate: ADR) เฉลี่ยปรับลดลง 4% จากปี 2567 เนื่องจากผู้ประกอบการต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคากระตุ้นตลาดต่อเนื่อง กระทบรายได้ของธุรกิจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยลดลง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Sep 02
การประท้วงในอินโดนีเซียลุกลามสู่เมืองหลักทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เช่น จาการ์ตา บาหลี สุราบายา บันดุง และสุลาเวสี หลังรัฐบาลจัดสวัสดิการค่าที่พักให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 50 ล้านรูเปียห์/เดือน แม้จะเป็นการจ่ายครั้งเดียว แต่สร้างแรงต้านจากสาธารณชน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเปราะบางและกำลังซื้ออ่อนแรง สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างด้านความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่ฝังลึก เศรษฐกิจอินโดนีเซียเสี่ยงชะลอตัวมากขึ้นจากความไม่แน่นอนในประเทศ จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สะดุดโดยเฉพาะจาการ์ตาและบาหลีซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 65% ของทั้งประเทศได้รับผลกระทบโดยตรง ขณะเดียวกันตลาดเงิน-ตลาดทุนผันผวน ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงเกือบ 1% ในไม่กี่วันหลังเริ่มประท้วง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า หากสถานการณ์ประท้วงยืดเยื้อเกินกว่า 1 เดือน และรัฐบาลไม่สามารถเรียกคืนความเชื่อมั่นได้โดยเร็ว เศรษฐกิจอินโดนีเซียปี 2025 อาจเติบโตต่ำกว่า 4.8% ที่เคยคาดการณ์ไว้ ซึ่งจะยิ่งกระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและทำให้การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในระยะยาวของประเทศเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น
การปิดด่านมีผลกระทบต่อการค้าไทย-เมียนมาอย่างมาก เพราะ 82.5% ของการค้าระหว่างไทย-และเมียนมาเกิดขึ้นที่ชายแดน อีกทั้ง แม่สอดคือด่านส่งออกที่สำคัญที่สุดของไทยไปเมียนมาคิดเป็นสัดส่วน 58.1% ของมูลค่าส่งออกชายแดนไทย-เมียนมา ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า หากปิดด่านแม่สอด-เมียวดี ไทยจะสูญเสียรายได้จากการส่งออก 5,600 ล้านบาทต่อเดือน หรือคิดเป็นราว 4.8% ของการส่งออกชายแดนไทย-เมียนมา แต่หากสถานการณ์ขยายไปยังด่านชายแดนอื่น ๆ ทั้งหมด ผลกระทบจะเพิ่มขึ้นเป็น 9,700 ล้านบาทต่อเดือน หรือคิดเป็นราว 8.2% ของการส่งออกชายแดนไทย-เมียนมา ในระยะต่อไป เหตุการณ์นี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแนวโน้มการค้าชายแดนไทย-เมียนมา เพราะสะท้อนถึงความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ให้น้ำหนักกับเส้นทางการค้าหลักเพียงจุดเดียว
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 27
ในช่วงกลางเดือน ส.ค. 2568 ธ.พ. ขนาดใหญ่หลายแห่งทยอยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% หลังจากที่ กนง. มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ไปที่ระดับ 1.50% ในการประชุมวันที่ 13 ส.ค. 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้รอบนี้ ส่งผ่านได้ “เร็วและเต็มที่” กว่ารอบก่อน ๆ โดยขนาดการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ MLR MRR และ MOR ลง 0.25% ในรอบนี้ เท่ากับขนาดการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งไม่พบบ่อยในการปรับลดดอกเบี้ยช่วงที่ผ่านมา คาดว่า ผลของการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้อ้างอิงลงถึง 0.25% ทั้ง 3 ประเภท (MLR, MRR, MOR) จะช่วยบรรเทาภาระทางการเงินให้กับลูกหนี้ได้ถึง 5-7 พันล้านบาท โดยผลส่วนใหญ่จะอยู่ในสินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบุคคลที่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อบ้านแลกเงิน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 18
ไทยมีผลผลิตข้าวโพดต่ำกว่าความต้องการราว 3.8 ล้านตันต่อปี ทำให้ต้องนำเข้าเพื่อรองรับความต้องการอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2568 คาดว่าความต้องการอาหารสัตว์ของไก่และหมูจะโต 3.7% ไทยจะได้ประโยชน์จากการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯในราคาเฉลี่ยที่ 254 ดอลลาร์ฯต่อตัน ซึ่งถูกกว่าที่ไทยซื้อจากแหล่งนำเข้าหลักอย่างเมียนมาและสปป.ลาวอยู่ราว 47-118 ดอลลาร์ฯต่อตัน การนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ จะส่งผลบวกต่อผู้ผลิตอาหารสัตว์และผู้เลี้ยงสัตว์ให้มีต้นทุนลดลง แต่จะส่งผลลบต่อผู้ปลูกข้าวโพดจากราคาที่ลดลง อย่างไรก็ดี ไทยไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากการส่งออกเนื้อไก่ที่เลี้ยงด้วยข้าวโพด GMO
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 14
ภาษีศุลกากรตอบแทน (Reciprocal Tariff) 19% ที่ไทยได้รับ คาดกระทบต่อการส่งออกมอเตอร์ไซค์ไปสหรัฐฯ เป็นบางรุ่น โดยรุ่นที่อาจเผชิญการแข่งขันมากขึ้น คือ รุ่นขนาดมากกว่า 800 ซีซี และรุ่นขนาดมากกว่า 90 ซีซี แต่ไม่เกิน 190 ซีซี ทว่า มอเตอร์ไซค์ส่งออกจากไทยราว 56% ไปสหรัฐฯ ยังแข่งขันด้านราคาได้แม้โดนเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกมอเตอร์ไซค์ปี 2568 คาดว่าจะยังคงขยายตัว 28% (YoY) แม้มีประเด็นภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้น
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 01
คนไทยออกกำลังกายสม่ำเสมอเพิ่มขึ้นเป็น 44.4% ในปี 2024 หนุนให้รายได้ธุรกิจฟิตเนสปี 2025 โต 18% คาดทะลุ 12,000 ล้านบาท รายได้ฟิตเนสกว่า 80% ยังกระจุกตัวในกรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีประชากรกลุ่มมีกำลังซื้อสูง ฟิตเนสแนวเฉพาะทาง โดยเฉพาะโยคะและพิลาทิส กำลังนำกระแสธุรกิจฟิตเนสในกรุงเทพฯ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 31
สินเชื่อยั่งยืน จะช่วยให้ธุรกิจ SMEs และรายย่อยได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อทั่วไป อีกทั้งยังได้รับเทคนิคและความรู้ ทำให้ SMEs สามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาดที่เน้นความยั่งยืนมากขึ้น ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ในไทยเร่งออกสินเชื่อยั่งยืนมากขึ้น จนสัดส่วนยอดคงค้างสินเชื่อยั่งยืนต่อสินเชื่อรวมเร่งขึ้นจากเฉลี่ย 1.6% ในปี 2021 เป็น 3.9% ในปี 2024 จากการเร่งบรรลุเป้าหมายการสนับสนุนการเงินยั่งยืน ศูนย์วิจัยกสิกร คาดว่า พอร์ตสินเชื่อของธนาคารจะทยอยเพิ่มสัดส่วนไปสู่ Green Portfolio มากขึ้นในระยะยาว จากแนวโน้มการขยายเป้าหมายวงเงินสนับสนุนการเงินยั่งยืน หลังใกล้บรรลุเป้าหมายเดิม
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 14
เนื้อหมูและเครื่องใน เป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรอันดับต้นๆที่ถูกนำมาใช้ต่อรองเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ หลังจากสหรัฐฯประกาศภาษีนำเข้าตอบโต้ โดยไทยโดน 36% มีผลบังคับใช้ 1 ส.ค. 2568 หมูสหรัฐฯมีการผลิตในขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพ และมีความสามารถในการแข่งขันสูง ทำให้สหรัฐฯขายหมูได้ในราคาต่ำเฉลี่ย 1.7 ดอลลาร์ฯต่อ กก. ขณะที่ราคาขายหมูไทยสูงเฉลี่ยที่ 2.3 ดอลลาร์ฯต่อ กก. หากไทยเปิดให้หมูสหรัฐฯราคาถูกเข้ามาตีตลาด จะกระทบทั้งห่วงโซ่อุปทานหมูไทย โดยเฉพาะเกษตรกรที่จะถูกบีบให้เลิกกิจการมากขึ้น รวมถึงมูลค่าตลาดเนื้อหมูที่อาจสูญเสียไปราว 112,330 ล้านบาท
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 11
น้ำมันรำข้าว ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวไทย และจะเป็นหนึ่งในทางรอดของข้าวไทยได้อย่างยั่งยืน จากแรงกระตุ้นสำคัญที่น้ำมันรำข้าวมีราคาสูงและผันผวนน้อยกว่าราคาข้าว สร้างมูลค่าเพิ่มจากข้าวได้ 3.3 เท่า และยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพที่โดดเด่นกว่าน้ำมันพืชอื่น ในปี 2568 มูลค่าส่งออกน้ำมันรำข้าวไทย คาดว่าจะโต 12.8% ไปอยู่ที่ 73.3 ล้านดอลลาร์ฯ มาจากทั้งปริมาณโต 8.8% และราคาโต 3.6% แรงหนุนมาจากตลาดส่งออกหลักอย่างญี่ปุ่นที่โตสูงกว่า 19.1% ตามการเติบโตของตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ในเกาหลีใต้อาจหดตัว 0.4% จากแรงกดดันของอุปทานน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันปาล์มที่เพิ่มขึ้น
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 08
โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง โดยรัฐบาลช่วยจ่ายค่าโรงแรมและที่พักสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท ต่อห้องต่อคืน จำนวน 5 แสนสิทธิ์ ปัจจัยด้านบวกในช่วงโลว์ซีซั่น แต่เนื่องจากในปี 2568 ตลาดไทยเที่ยวไทยเผชิญความท้าทายสูง เศรษฐกิจไทยชะลอตัว ปัจจัยการเมืองในประเทศ ภัยธรรมชาติ รวมถึงคนไทยเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ปี 2568 คนไทยเที่ยวในประเทศจะมีจำนวน 205 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2.2% ชะลอลงจากปีก่อน และก่อให้เกิดรายได้คิดเป็นมูลค่า 1.14 ล้านล้านบาท โต 2% ชะลอลงจากปีก่อนเช่นกัน แต่เทรนด์คนไทยนิยมเที่ยวเมืองรองมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนและรายได้
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 04
ไทยเป็นฐานการผลิต PCB ที่มีความสำคัญเพิ่มขึ้นในระดับโลก โดยคาดว่าจะมีสัดส่วนการผลิตคิดเป็น 4.7% ของโลกในปี 2025 จากกระแสลดการพึ่งพาจีน และการย้ายฐานการผลิตมายังอาเซียน ผู้ผลิต PCB เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะ PCB ขั้นสูง อย่าง HDI PCB รวมแล้วกว่า 10 โครงการในช่วงปี 2023-2024 สะท้อนการยกระดับสู่เทคโนโลยีขั้นสูง มูลค่าการส่งออก PCB ไทยในปี 2025 คาดว่าจะเติบโต 3.9% แม้จะเผชิญแรงกดดันด้านภาษีจากสหรัฐฯ โดยในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโตที่ 0.4% ชะลอลงจากครึ่งแรกที่เติบโตสูงถึง 8.0% จากการเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ ก่อนการขึ้นภาษีทรัมป์
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 02
จากกรณีระหว่างไทยและกัมพูชาที่หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนยังอยู่ระหว่างติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ทำการรวบรวม ประเมินผลเบื้องต้น และมีมุมมองต่อประเด็นที่ภาคการเงินของไทยมีความเชื่อมโยงกับกัมพูชาใน 3 มิติ ดังนี้ มิติการโอนเงินและชำระเงิน โดยหากเป็นธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จะยังสามารถดำเนินการได้ต่อเนื่อง แต่ยังมีประเด็นข้อกังวลด้านอื่นของภาคธุรกิจที่จะต้องติดตามใกล้ชิดหลังจากนี้ มิติการลงทุนในสินทรัพย์กัมพูชาของผู้ลงทุนไทย ซึ่งจากข้อมูลล่าสุด พบว่า ยังมีสัดส่วนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับการลงทุนในต่างประเทศทั้งหมด และ มิติภาคการธนาคาร โดยพบว่า ขนาดสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินรับฝากจากการดำเนินงานในกัมพูชายังมีสัดส่วนไม่สูง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับยอดคงค้างทั้งระบบธนาคารพาณิชย์ในไทย ในเบื้องต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า พัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยข้อกังวลส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นในเรื่องธุรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการค้าและกิจกรรมทางเศรษฐกิจบริเวณแนวชายแดน อย่างไรก็ดี ผลกระทบต่อภาคธนาคารของไทยจะอยู่ในขอบเขตที่สามารถบริหารจัดการได้ เนื่องจาก 2 ประเด็นหลัก คือ ในการออกไปให้บริการทางการเงินในต่างประเทศ ธนาคารพาณิชย์จะใช้กลยุทธ์การดำเนินงานที่ระมัดระวังอยู่แล้ว โดยคำนึงถึงความพร้อมของทรัพยากรด้านการเงินและกำหนดขอบเขตการให้บริการทางการเงินเฉพาะในด้านที่มีความถนัด และ ธนาคารพาณิชย์มีการติดตามและประเมินสถานการณ์ รวมถึงบริหารจัดการความเสี่ยงในธุรกิจต่างประเทศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jun 24
เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2568 ธปท. ประกาศรายชื่อผู้ได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) จำนวน 3 ราย ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า แม้รายชื่อที่ได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้ง Virtual Bank จะมีจุดแข็งที่สามารถให้บริการทางการเงินที่สอดคล้องกับ Green Line ของธปท. ที่แตกต่างกัน แต่ทั้ง 3 รายล้วนมีความเชี่ยวชาญในการให้บริการทางการเงินสำหรับรายย่อยและ SMEs เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี รวมถึงมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในช่วง 3 ปีแรกจะเห็นภาพการเร่งสร้างฐานลูกค้าด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากเป็นหลัก โดยเฉพาะนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ตอบโจทย์เฉพาะรายบุคคลและอาจให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไปเล็กน้อย และตามมาด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ในฝั่งสินเชื่อและการลงทุนนอกจากนี้ อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับผู้เล่นในภาคการเงิน ทั้งธนาคารพาณิชย์และนอนแบงก์อื่นๆ ที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน รวมถึง Virtual Bank ที่กำลังเตรียมจะเริ่มดำเนินการ ก็คือ Open Data ซึ่งธปท. และหน่วยงานทางการอยู่ระหว่างผลักดันให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี โจทย์ท้าทายจะอยู่ที่ความสามารถและศักยภาพของผู้เล่นในภาคการเงินที่จะนำข้อมูลเหล่านั้นไปเพิ่มแต้มต่อให้กับการให้บริการทางการเงิน รวมถึงรับมือกับความท้าทายเชิงโครงสร้าง เช่น หนี้ครัวเรือนสูง รายได้ครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการปล่อยสินเชื่อทั้งรายย่อยและ SMEs
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jun 20
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้