เดือน ม.ค. 2569 เงินเฟ้อจีนโตชะลอลงอยู่ที่ 0.2%YoY จาก 0.8%YoY ในเดือน ธ.ค.68 ได้รับปัจจัยกดดันจากราคาอาหารที่หดตัวอยู่ที่ -0.2%YoY นอกจากนี้เงินเฟ้อในส่วนของภาคบริการยังเติบโตชะลอลง โดยส่วนหนึ่งคาดเป็นผลจากฐานที่สูงในปีก่อน เนื่องจากเทศกาลวันตรุษจีนปีก่อนมีขึ้นในเดือนม.ค.68 แต่ปีนี้อยู่ในช่วงกลางเดือน ก.พ.69 ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานชะลอลงเล็กน้อยอยู่ที่ 0.8%YoY จาก 1.2%YoY ในเดือน ธ.ค.68
ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ยังหดตัวต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 40 อยู่ที่ -1.4%YoY แต่ชะลอการหดตัวลงจากปัจจัยด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตในส่วนของสินค้าผู้บริโภค (Consumer goods) เช่น อาหาร เสื้อผ้า ยังหดตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ -1.7%YoY จาก -1.3%YoY ในเดือนธ.ค.68 สะท้อนถึงราคาสินค้าผู้บริโภคที่ยังมีแนวโน้มหดตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าการส่งผ่านสินค้าราคาถูกจากจีนไปต่างประเทศ รวมถึงไทยยังมีอยู่ โดยพิจารณา Trade Index ในส่วนของราคา (Unit value) ในเดือนธ.ค.2568 ยังปรับลดลง -3.6%YoY
ในปี 2569 เงินเฟ้อจีนมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนแต่คาดว่ายังอยู่ในระดับต่ำ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ปัจจัยหนุน:
ฝั่งอุปทานคาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการ Anti-involution ของทางการจีนที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาสงครามราคา และกำลังการผลิตส่วนเกิน โดยล่าสุดทางการจีนได้ปรับเกณฑ์ใหม่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า เช่น กฎใหม่ระบุว่ารถยนต์ประเภท Plug in Hybrid (PHEV) ต้องสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 100 กิโลเมตรขึ้นไป (เดิม 43 กิโลเมตร) จึงจะสามารถเข้าเกณฑ์ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี สะท้อนว่าทางการจีนต้องการให้บริษัทรถยนต์ในจีนเน้นการลงทุนใน R&D เพื่อให้ผลิตรถยนต์คุณภาพแทนการแข่งขันกันทางด้านราคา
ปัจจัยท้าทาย:
- ผลจากมาตรการ Anti-involution คาดต้องใช้เวลา และมีการบังคับใช้อย่างค่อยเป็นค่อยไปในแต่ละอุตสาหกรรม
- ครัวเรือนยังมีแนวโน้มระมัดระวังการใช้จ่าย โดยความเชื่อมั่นครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับต่ำจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นตัว
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจคาดเป็นมาตรการเฉพาะจุด เช่น มาตรการของเก่าแลกของใหม่อย่างโครงการ Trade-in คาดมีวงเงินทั้งปี 2569 ลดลง
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าความเสี่ยงด้านเงินฝืดจะยังเป็นปัจจัยกดดันต่อการใช้จ่ายของครัวเรือน และเศรษฐกิจจีนในปี 2569 ทั้งนี้ ติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนที่คาดจะทยอยออกมา โดยตั้งแต่ต้นปีจีนมีการผ่อนคลายนโยบายการเงินเฉพาะกลุ่ม และคาดว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมในระยะต่อไป
Disclaimer
รายงานวิจัยนี้จัดทำโดย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) เพื่อเผยแพร่เป็นการทั่วไป โดยอาศัยแหล่งข้อมูลสาธารณะ หรือ ข้อมูลที่เชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือที่ปรากฏขณะจัดทำ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา ทั้งนี้ KResearch มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ ความเหมาะสม ความครบถ้วนสมบูรณ์ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้ชวน เสนอแนะ ให้คำแนะนำ หรือจูงใจในการตัดสินใจเพื่อดำเนินการใดๆ แต่อย่างใด ดังนั้น ท่านควรศึกษาข้อมูลด้วยความระมัดระวังและใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใดๆ KResearch จะไม่รับผิดในความเสียหายใดที่เกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว
ข้อมูลใดๆ ที่ปรากฎในรายงานวิจัยนี้ถือเป็นทรัพย์สินของ KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี) การนำข้อมูลดังกล่าว (ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน) ไปใช้ต้องแสดงข้อความถึงสิทธิความเป็นเจ้าของแก่ KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี) หรือแหล่งที่มาของข้อมูลนั้นๆ ทั้งนี้ ท่านจะไม่ทำซ้ำ ปรับปรุง ดัดแปลง แก้ไข ส่งต่อ เผยแพร่ หรือกระทำในลักษณะใดๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในทางการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้า เป็นลายลักษณ์อักษรจาก KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี)