หลังทางการจีนทยอยออกมาตรการมาจัดการปัญหาสงครามราคา และกำลังการผลิตส่วนเกิน (Anti-involution) เช่น การกำหนดโควต้าสำหรับผลผลิต (output quotas) ในอุตสาหกรรมเหล็ก และถ่านหิน รวมถึงการปรับลดเวลาการจ่ายเงิน Supplier ของบริษัทรถยนต์ลงอยู่ที่ 60 วัน หนุนให้เงินเฟ้อผู้ผลิตจีนทยอยลดการหดตัวลง
ในเดือน ต.ค. 68 เงินเฟ้อผู้ผลิตจีน (PPI) ชะลอการหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 อยู่ที่ -2.1%YoY จาก -2.3%YoY ในเดือน ก.ย. 68 สะท้อนว่ามาตรการ Anti-Involution ของทางการจีนได้เข้ามาช่วยหนุนระดับราคาผู้ผลิตได้ในบางอุตสาหกรรม เช่น โลหะกลุ่มเหล็ก (Ferrous Metal) ถ่านหิน รวมถึงอุตสาหกรรมรถยนต์
ขณะที่เงินเฟ้อผู้บริโภคจีนเดือน ต.ค. 68 พลิกกลับมาเป็นบวกอยู่ที่ 0.2%YoY จาก -0.3%YoY ในเดือน ก.ย. 68 ได้รับปัจจัยหนุนจากภาคบริการ เนื่องจากช่วงต้นเดือน ต.ค. 68 มีวันหยุดยาวช่วงวันชาติจีน ขณะที่ราคาอาหารชะลอการหดตัวแต่ยังเป็นปัจจัยกดดันเงินเฟ้อจีน ด้านเงินเฟ้อพื้นฐานปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 1.2%YoY จาก 1.0%YoY
แม้เงินเฟ้อผู้ผลิตจะชะลอการหดตัวในบางอุตสาหกรรม แต่การจัดการปัญหาสงครามราคา และกำลังการผลิตส่วนเกินคาดต้องใช้มาตรการที่ชัดเจน และต้องใช้เวลา รวมถึงทางการควรมีมาตรการฝั่งอุปสงค์มาเพื่อรองรับปัญหาอื่นๆ ที่คาดจะเกิดขึ้นตามมา เช่น การปรับลดคนงาน ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำจากปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ และความไม่แน่นอนจากสงครามการค้า
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าความเสี่ยงด้านเงินฝืดจะยังเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจจีนในช่วงที่เหลือของปี 2568 จนถึงปีหน้า การบริโภคในประเทศยังมีทิศทางอ่อนแอ ขณะที่โครงการของเก่าแลกของเก่าเริ่มส่งผลบวกต่อการใช้จ่ายในประเทศลดลง มาตรการหนุนการใช้จ่ายในประเทศเพิ่มเติมยังมีความจำเป็น