Narrative Banner

รัฐบาลจีนพร้อมสนับสนุนภาคเอกชนให้มีบทบาทต่อเศรษฐกิจจีนมากขึ้นเพื่อรับมือสงครามการค้ารอบใหม่

จิรดา ภักดิ์วิไลเกียรติ

  • ท่ามกลางสงครามการค้ารอบใหม่ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ในวันที่ 17 ก.พ. 2568 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จัดประชุมรวมผู้บริหารบริษัทเอกชนรายใหญ่ของจีน ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มาจากธุรกิจที่อยู่ในกำลังการผลิตใหม่ (New productive force)
  • การประชุมดังกล่าวถือเป็นการส่งสัญญาณสำคัญจากทางการจีนในหลายประการ โดยต้องติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมในการประชุมสองสภาของจีนเดือน มี.ค. 2568

ท่ามกลางสงครามการค้ารอบใหม่ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ในวันที่ 17 ก.พ. 2568 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จัดประชุมรวมผู้บริหารบริษัทเอกชนรายใหญ่ของจีน ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มาจากธุรกิจที่อยู่ในกำลังการผลิตใหม่ (New productive force)  เช่น เทคโนโลยี รถยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ และ AI เป็นต้น โดยการประชุมครั้งนี้ “แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา” ที่หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินจีนเคยสั่งให้ยุติการทำ IPO ของบริษัทเทคโนโลยีด้านการเงินในเครืออาลีบาบาได้มาเข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน 
การประชุมดังกล่าวถือเป็นการส่งสัญญาณสำคัญจากทางการจีนในหลายประการ ดังนี้
  1. ภาคเอกชนจะมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนมากขึ้น โดยประธานาธิบดีจีนระบุว่าจะผ่อนคลายกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคในการลงทุนของภาคเอกชน เช่น ต้นทุนเงินทุนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงการปฎิบัติแก่บริษัทเอกชนให้เท่าเทียมกับบริษัทของรัฐบาล (Equal Treatment)

  2. กลยุทธ์ที่จีนจะใช้รับมือกับสหรัฐฯ โดยจีนจะลดบทบาทการพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศจะมีความเข้มข้นขึ้น โดยการประชุมดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับวันสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ผู้เข้าร่วมมาจาก CEO ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี

  3. การเน้นย้ำจุดยืนของทางการจีนที่จะนำอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนทดแทนอุตสาหกรรมเดิมอย่างภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยนักวิเคราะห์จาก Bloomberg ระบุว่า “ผู้บริหารในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมสะท้อนกลุ่มอุตสาหกรรมที่จีนให้ความสนใจที่เปลี่ยนไป”

  4. การคุมเข้มและกฎระเบียบต่าง ๆ ของรัฐบาลจีนต่อภาคเอกชนที่เคยเกิดขึ้นในอดีตอาจสิ้นสุดลงแล้ว
หลังการประชุมตลาดหุ้นจีนตอบรับในเชิงบวก โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจีนที่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกง (HSTECH) ปิดบวกที่ 5639.05 จุด (+2.5%)  และดัชนีตลาดหุ้นจีนที่จดทะเบียนในฮ่องกง (HSCEI) ปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 8475.4 จุด (+1.8%) (ณ วันที่ 18 ก.พ. 2568 )
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจได้มากขึ้น แต่ยังต้องรอติดตามรายละเอียดและแนวนโยบายที่ชัดเจนที่คาดว่าจะมีระบุเพิ่มเติมในการประชุมสองสภาของจีนเดือน มี.ค. 2568

มูลค่าการส่งออก IC คาดเติบโต 22% ในปี 2026 แรงหนุนหลักมาจากการขยายตัวของ AI และ Data Center

รินรดา อัมพรสิทธิกูล

การประชุม กนง. 25 ก.พ. 69 มติไม่เป็นเอกฉันท์ลดดอกเบี้ยลงมาอยู่ที่ 1.00%

ลลิตา เธียรประสิทธิ์

ราคาเอทิลีนในปี 2569 คาดหดตัว 6.4% จากภาวะอุปทานส่วนเกิน

ณัฐนรี จิรัปปภา

1 ปี ภาษีทรัมป์ สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสินค้าเพิ่มขึ้น ขาดดุลกับไทยมากขึ้น และเป็นอันดับ 7 ในปี 2025

เกวลิน หวังพิชญสุข

การเผาพื้นที่เกษตรไทยต้นปี 2569 มีแนวโน้มชะลอลง จากการรวมศูนย์คำสั่งและใช้ดาวเทียมตรวจเรียลไทม์ทั่วประเทศ

นราพร สังสะนา

หลังศาลสูงสหรัฐสั่งยกเลิกใช้ IEEPA จัดเก็บภาษี คาดยังเห็นการส่งออกจีนผ่านประเทศที่ 3

จิรดา ภักดิ์วิไลเกียรติ

เงินรูเปียห์อ่อนค่ายังเป็นแรงกดดันสำคัญ BI คงดอกเบี้ยที่ 4.75%

ทัศน์วรรณ ขาวอุปถัมภ์

Video

ภาพปกวิดีโอจาก YouTube