ปี 2569 มูลค่าธุรกิจสนามบินจะมีมูลค่ารวมประมาณ 87,200 หมื่นล้านบาท เติบโต 13.4% จากปี 2568 ปัจจัยสนับสนุนรายได้มาจาก การปรับเพิ่มค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge: PSC) สนามบินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ และ จำนวนผู้โดยสารที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 153 ล้านคน และแผนเที่ยวบินจากสายการบินระหว่างประเทศมาไทยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ยังสะท้อนภาพบวก ไปข้างหน้า ธุรกิจสนามบินในไทยเผชิญความท้าทายสูง จากความเสี่ยงที่จำนวนผู้โดยสารและแผนเที่ยวบินของสายการบินอาจลดลงกว่าที่ประเมิน ซึ่งจะมีผลต่อรายได้ที่เกี่ยวกับกิจการการบิน และผลต่อเนื่องถึงรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 22
รายได้ธุรกิจก๊าซธรรมชาติไทยคาดว่าจะลดลงในปี 2568 และ 2569 เพราะราคา Pool Gas และความต้องการก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มหดตัว ทั้งนี้ ราคา Pool Gas คาดว่าจะลดลง 3.7% และ 5.2% ตามทิศทางขาลงของราคาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย ในขณะที่ อุปสงค์ก๊าซธรรมชาติในไทยคาดว่าจะหดตัว 3.8% และ 3.0% ในปี 2568 และ 2569 โดยภาคการผลิตไฟฟ้ามีแนวโน้มใช้ก๊าซน้อยลง ตามการนำเข้าไฟฟ้าและการใช้พลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น ส่วนความต้องการภาคขนส่ง (NGV) ก็ยังคงหดตัวจากจำนวนรถ CNG ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 18
ปี 2569 ปริมาณการผลิตเนื้อไก่ของไทยคาดอยู่ที่ 3.47 ล้านตัน ขยายตัว 0.9% ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปี 2568 ที่คาดว่าจะโตราว 1.3% ซึ่งสอดคล้องไปกับปริมาณการบริโภคที่คาดว่าจะอยู่ในระดับทรงตัว จากความต้องการในประเทศและตลาดส่งออกที่โตช้าลงตามภาวะเศรษฐกิจ มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่ของไทยปี 2569 คาดจะอยู่ที่ 4,665 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โต 3.0% เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่คาดว่าจะโตราว 5.0% ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจคู่ค้าหลักอย่างญี่ปุ่น สหราชอาณาจักรและจีน รวมถึงยังต้องแข่งขันด้านราคาเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด ความเสี่ยงของธุรกิจในระยะต่อไป ยังคงเป็นเรื่องของต้นทุนการผลิตที่ยังคงผันผวน อุปสรรคทางการค้าจากทั้งมาตรการทางภาษีและมิใช่ภาษีและความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 11
ในปี 2568-2569 กำไรธุรกิจโพลิเมอร์ไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น แต่ยังต่ำกว่าช่วงปี 2565 เพราะส่วนต่างระหว่างราคาโพลิเมอร์และวัตถุดิบตั้งต้น (Spread) แม้จะเพิ่มขึ้น 1.1% และ 1.7% ตามทิศทางหดตัวของราคาแนฟทา แต่ spread ก็ยังต่ำกว่าปี 2565 อยู่ราว 22% ในขณะที่ อุปสงค์โพลิเมอร์ไทยคาดว่าจะโต 2.6% และ 1.7% ในปี 2568 และ 2569 ตามลำดับ จากการขยายตัวของบรรจุภัณฑ์พลาสติกในธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม และยอดขายอะไหล่ซ่อมบำรุงรถยนต์ อย่างไรก็ดี การหดตัวของตลาดเครื่องนุ่งห่มก็ยังเป็นแรงกดดันต่ออุปสงค์โพลิเมอร์ ส่งออกโพลิเมอร์มีแนวโน้มขยายตัว 4.6% ในปี 2568 จากการเติบโตของส่งออก PP ไปอินโดนีเซีย สำหรับปี 2569 ส่งออกโพลิเมอร์คาดว่าจะโตชะลอที่ 0.8% เพราะส่งออก PET มีทิศทางลดลงตามการส่งออกไปยังสหรัฐฯ และเวียดนาม
เผยแพร่เมื่อ 2025 Nov 20
ในปี 2569 ยอดขายปุ๋ยเคมีของไทย คาดว่าจะอยู่ที่ 94,627 ล้านบาท หรือโต 0.5% ชะลอลงจากปี 2568 ที่โต 1.5% ตามความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีที่เพิ่มขึ้นไม่มาก และราคาขายปุ๋ยเคมีในประเทศที่ปรับลดลง ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มราคาปุ๋ยเคมีในตลาดโลก ราคาขายปุ๋ยเคมีไทยในปี 2569 คาดว่าลดลง 1.5% จะช่วยหนุนความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีไทยให้โต 2.1% ไปอยู่ที่ 4.49 ล้านตัน ตามราคาสินค้าเกษตรรายการหลักที่อาจขยับขึ้นเล็กน้อยอย่างข้าวและปาล์มน้ำมัน จึงจูงใจให้เกษตรกรมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มผลผลิต
เผยแพร่เมื่อ 2025 Nov 18
ตลาดบริการดาต้าเซ็นเตอร์ในปี 2569 คาดว่าจะมีสัดส่วนสูงถึง 47.2% ของตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ไทยโดยรวม ทั้งนี้ องค์กรธุรกิจไทยมีแนวโน้มหันมาเลือกใช้บริการดาต้าเซ็นเตอร์แทนการลงทุนเอง เพื่อลดค่าใช้จ่ายและเข้าถึง Solution AI สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลที่ผู้ให้บริการนำเสนอควบคู่กับการจัดเก็บข้อมูล ในปี 2569 รายได้ธุรกิจบริการดาต้าเซ็นเตอร์ไทยคาดว่าจะขยายตัว 9% ตามความต้องการใช้งานที่มากขึ้นใน 3 ตลาดหลัก ได้แก่ ตลาดภาคการเงิน และตลาดภาคค้าส่ง-ค้าปลีก ที่ขยายตัวได้ดีตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้จ่ายออนไลน์มากขึ้น ในขณะที่ตลาดภาคบริการสุขภาพ จะขยายตัวตามกระแสรักสุขภาพและการเข้าสู่สังคมสูงอายุ รวมถึงการขยายตัวของบริการสุขภาพดิจิทัล
เผยแพร่เมื่อ 2025 Nov 14
ในปี 2569 รายได้รวมของธุรกิจผลิตภัณฑ์น้ำคาดว่าจะเติบโตราว 0.4% โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้การจำหน่ายน้ำประปาและน้ำอุตสาหกรรมที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่รายได้จากน้ำดิบคาดว่าจะลดลงจากปีก่อนหน้า รายได้จากการจำหน่ายน้ำประปาคาดว่าจะโต 0.9% ในปี 2569 จากจำนวนผู้ใช้น้ำประปาที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้อุปสงค์จากภาคการท่องเที่ยวจะมีทิศทางลดลง ขณะที่รายได้จากการจำหน่ายน้ำอุตสาหกรรมคาดว่าจะโต 7.0% จากปริมาณการจำหน่ายที่เติบโต และสัดส่วนการจำหน่ายน้ำมูลค่าเพิ่มที่มากขึ้น อย่างไรก็ดี น้ำดิบเป็นผลิตภัณฑ์เดียวที่รายได้จากการจำหน่ายในปี 2569 มีแนวโน้มลดลง โดยคาดว่าจะหดตัวราว 5.3% จากอุปสงค์ที่ลดลงของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นตลาดหลักและมีราคาขายที่สูงกว่าภาคอุปโภคบริโภค
เผยแพร่เมื่อ 2025 Nov 03
ปี 2568 มูลค่าตลาดธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทยคาดอยู่ที่ 75,200 ล้านบาท โต 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จำนวนการใช้บริการ รวมถึงอัตราค่ารักษาและบริการจะเพิ่มขึ้น แต่ยังคงเผชิญกับกำลังซื้อและการแข่งขันที่รุนแรง สำหรับปี 2569 มูลค่าตลาดธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทยคาดโตราว 1.0% จากจำนวนการใช้บริการที่ชะลอลง ขณะที่การแข่งขันยังคงรุนแรง จากภาวะเศรษฐกิจที่กดดันต่อการทำรายได้และขยายฐานลูกค้า แม้ว่าโอกาสของธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทย จะได้รับแรงหนุนจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการเพิ่มขึ้นของลูกค้า Medical Tourism ในไทย แต่การแข่งขันจะรุนแรงต่อเนื่อง ทั้งจากคู่แข่งในประเทศและความนิยมออกไปทำศัลยกรรมในต่างประเทศ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Sep 22
ปี 2568 ภาพรวมตลาดเกมคาดมีมูลค่าอยู่ที่ 36,500 ล้านบาท ขยายตัว 2.8% จากปี 2567 (เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่เติบโต 1.6% หรือมีมูลค่า 36,100 ล้านบาท ณ เดือนเมษายน 2568) โดยได้รับปัจจัยหนุนจากจำนวนผู้เล่นเกมที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการใช้จ่ายระหว่างการเล่นเกมภายในแอป (In-App Purchase (IAP)) ของผู้เล่นที่เติบโต โดยธุรกิจการจัดจำหน่าย นำเข้าและดูแลลิขสิทธิ์เกมในไทยคาดมูลค่าตลาดเติบโต 3.5% ขณะที่บริษัทผู้พัฒนาเกมและรับจ้างการผลิตเผชิญกับความท้าทายคาดมูลค่าตลาดหดตัว 26.4% จากปีก่อน เนื่องจากการแข่งขันในอุตสาหกรรมเกมสูงจากบริษัทเกมต่างประเทศ และคนไทยส่วนใหญ่นิยมเล่นเกมจากผู้พัฒนาต่างประเทศ กอปรกับการใช้ AI เข้ามาช่วยในการพัฒนาเกมส่งผลกระทบต่อผู้รับจ้างผลิต
เผยแพร่เมื่อ 2025 Sep 15
ในปี 2568 รายได้ธุรกิจเอทานอลเชื้อเพลิงไทยมีทิศทางลดลงแรง จากราคาเอทานอลที่คาดว่าจะหดตัว 30.5% ตามราคาวัตถุดิบกากน้ำตาลและมันสำปะหลัง ในขณะที่ อุปสงค์เอทานอลมีแนวโน้มขยายตัวเพียง 0.1% สำหรับปี 2569 รายได้ธุรกิจเอทานอลเชื้อเพลิงคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากฐานที่ต่ำ เพราะราคาเอทานอลมีทิศทางปรับตัวขึ้น 2.6% ตามราคากากน้ำตาล แม้อุปสงค์คาดว่าจะหดตัว 0.7% ตามความต้องการน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ทั้งนี้ แนวโน้มพฤติกรรมการใช้แก๊สโซฮอล์ของผู้บริโภคในปี 2568-2569 ยังคงใกล้เคียงกับหลายปีที่ผ่านมา โดยสัดส่วนการเลือกใช้ E10 อยู่ที่ราว 83% และการใช้ E20 อยู่ที่ 16% เพราะผู้บริโภคมีความกังวลในเรื่องปัญหาเครื่องยนต์ไม่รองรับ E20 และประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่อาจลดระยะทางวิ่ง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Sep 12
ในปี 2026 รายได้ธุรกิจอินเทอร์เน็ตภาคพื้นดินคาดว่าจะเติบโต 3.4% จากการขยายตัวของอินเทอร์เน็ตผู้บริโภค (B2C) 3.3% และอินเทอร์เน็ตองค์กร (B2B) 6.8% ตลาด B2C ได้แรงหนุนหลักจากการขยายตัวของอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ราว 3.4% ขณะที่อินเทอร์เน็ตประจำที่ขยายตัวเพียง 2.9% สำหรับรายได้ธุรกิจดาวเทียมสื่อสาร ในปี 2026 คาดว่ารายได้จะมีการเติบโต 3.5% จากการที่ผู้ประกอบการได้รับสิทธิใช้งานวงโคจรใหม่จาก กสทช. และการเดินหน้าการประมูลโครงการ USO 3
เผยแพร่เมื่อ 2025 Sep 08
ในปี 2569 ความต้องการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมีทิศทางเพิ่มสูงขึ้นทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน โดยปริมาณไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ขายให้ภาครัฐคาดว่าจะอยู่ที่ 24,303 GWh และภาคเอกชนคาดว่าจะอยู่ที่ 4,249 GWh เพิ่มขึ้น 2.8% และ 8% ตามลำดับ ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ผู้ประกอบการจำหน่ายมากที่สุดในปี 2569 ได้แก่ไฟฟ้าชีวมวลและแสงอาทิตย์ตามลำดับ มีสัดส่วนรวมกันเป็น 79% ของไฟฟ้าที่จำหน่ายให้ภาครัฐ และ 96% ของไฟฟ้าที่จำหน่ายให้ภาคเอกชน ในปี 2569 โรงไฟฟ้าชีวมวล คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นทั้งจากการขายให้ภาครัฐและเอกชน ในขณะเดียวกัน สำหรับธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ความต้องการก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกันทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน สะท้อนถึงภาพรวมธุรกิจที่มีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Sep 03
ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมการผลิตไบโอดีเซล (B100) เผชิญปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน โดยในปี 2564 อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 53% และจะลดสู่ระดับราว 34% ในปี 2568 รายได้ธุรกิจไบโอดีเซลไทยในปี 2568 มีทิศทางลดลง เพราะอุปสงค์ไบโอดีเซลคาดว่าจะหดตัว 14.0% จากนโยบายการใช้ B5 ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว และความต้องการน้ำมันดีเซลที่จะลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ แม้ว่าราคาไบโอดีเซลจะเพิ่มขึ้นก็ตาม สำหรับปี 2569 รายได้ธุรกิจไบโอดีเซลอาจจะดีขึ้นเล็กน้อย จากอุปสงค์ไบโอดีเซลที่มีโอกาสเพิ่มขึ้น 1.1% หากภาครัฐปรับเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซล ในขณะที่ ราคาไบโอดีเซลคาดว่าจะปรับขึ้นตามราคาน้ำมันปาล์มดิบ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 22
ตลาดบริการรักษาภาวะมีบุตรยากของไทยในปี 2568 คาดมีมูลค่าราว 6.1 พันล้านบาท ขยายตัว 3.1% จากความต้องการใช้บริการที่ยังเพิ่มขึ้นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสอดคล้องไปกับเทรนด์โลก แต่ชะลอลงจากปีก่อนที่โต 4.3% ตามจำนวนผู้มารับบริการต่างชาติที่โตช้าลง รวมถึงมีปัจจัยกดดันจากภาวะเศรษฐกิจกำลังซื้อที่ลดลงของคนในประเทศ ในปี 2568 มูลค่าตลาดผู้รับบริการชาวไทย คาดว่าจะขยายตัว 2.8% จากค่านิยมมีบุตรช้าลง และปัญหาด้านการเจริญพันธุ์ที่มีความซับซ้อนและมีสาเหตุมาจากเพศชายมากขึ้น ทำให้ต้องพึ่งพาวิธีการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ขณะที่ มูลค่าตลาดผู้รับบริการชาวต่างชาติ คาดว่าจะขยายตัว 3.5% โดยมีแรงหนุนจากราคาและคุณภาพบริการที่ยังโดดเด่น รวมถึงการขยายตลาดใหม่ของธุรกิจ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 14
สำหรับธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ปี 2568 รายได้ของธุรกิจในภาพรวมคาดหดตัว 5.6% (YoY) นำโดยการลดลงของรายได้จากการขาย 6.3% (YoY) หลังยอดขายรถยนต์ในประเทศคาดลดเหลือ 565,000 คัน จากกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ที่คาดหดตัวสูงจากปัญหากำลังซื้อ แม้กลุ่มรถยนต์นั่งอาจพลิกกลับมาขยายตัว หลังกลุ่มรถยนต์นั่ง xEV โดยเฉพาะ PHEV และ BEV คาดเติบโตสูง ส่วนรายได้จากการซ่อมบำรุงคาดว่าจะหดตัว 1.2% (YoY) หลังจำนวนรถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 10 ปี ซึ่งเป็นลูกค้าหลักคาดทยอยลดลงจนเหลือ 8.99 ล้านคัน หลังยอดขายรถยนต์ในช่วงหลังเผชิญกับหลายวิกฤติ จำนวนดีลเลอร์รถยนต์ปี 2568 คาดหดตัวมากกว่า 2.3% (YoY) เหลือไม่ถึง 2,146 แห่ง จาก 2,197 แห่ง ในปีก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากจำนวนดีลเลอร์รถยนต์ค่ายญี่ปุ่น&ค่ายตะวันตกที่คาดว่าจะลดลงกว่า 5.7% (YoY)
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jun 30
ปริมาณการผลิตเนื้อไก่ของไทยปี 2568 คาดอยู่ที่ 3.44 ล้านตัน ขยายตัว 1.3% จากปีก่อน สอดคล้องไปกับปริมาณการบริโภคในประเทศที่คาดว่าจะกลับมาขยายตัว 0.7% โดยมีปัจจัยหนุนมาจากราคาเนื้อสุกรที่เป็นสินค้าทดแทนปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับโรคระบาดในวัว มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่ของไทยปี 2568 คาดจะอยู่ที่ 4,445 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โต 3.0% ชะลอลงจากปีก่อนที่ 5.7% จากความต้องการในประเทศคู่ค้าหลักอย่างญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และจีนที่โตช้าลง ตามภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงยังต้องแข่งขันด้านราคาเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jun 27
ปี 2568 คาดว่ารายได้ธุรกิจสนามบินจะอยู่ที่ 80,700 ล้านบาท หรือขยายตัว 0.2% เป็นอัตราที่ชะลอลงจากปี 2567 ปัจจัยสนับสนุนรายได้มาจาก จำนวนผู้โดยสารที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 145.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.4% แม้ชะลอลงจากปี 2567 เนื่องจากชาวต่างชาติเที่ยวไทยมีทิศทางลดลงจากปีที่ผ่านมา และ แผนเที่ยวบินจากสายการบินระหว่างประเทศมาไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ยังสะท้อนภาพบวก ไปข้างหน้า ธุรกิจสนามบินในไทยเผชิญความท้าทายสูง จากความเสี่ยงที่จำนวนผู้โดยสารและแผนเที่ยวบินของสายการบินอาจลดลงกว่าที่ประเมิน จากทิศทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศชะลอตัวและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ ที่มีผลต่อการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งจะมีผลต่อรายได้ที่เกี่ยวกับกิจการการบิน และผลต่อเนื่องถึงรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน ในส่วนของสัมปทานก็อาจได้รับผลกระทบจากส่วนแบ่งรายได้ที่ลดลง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jun 16
ในปี 2568 รายได้รวมของธุรกิจผลิตภัณฑ์น้ำคาดว่าจะเติบโตราว 0.6% ได้รับแรงหนุนจากน้ำประปา (+0.7%) และน้ำอุตสาหกรรม (+8.4%) ขณะที่รายได้จากน้ำดิบคาดว่าจะลดลง (- 5.2%) จากปีก่อนหน้า รายได้จากการจำหน่ายน้ำประปาคาดว่าจะโต 0.7% ในปี 2568 จากจำนวนผู้ใช้น้ำประปาที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้อุปสงค์จากภาคการท่องเที่ยวจะมีทิศทางลดลง ขณะที่รายได้จากการจำหน่ายน้ำอุตสาหกรรมคาดว่าจะโต 8.4% จากปริมาณการจำหน่ายที่เติบโต และสัดส่วนการจำหน่ายน้ำมูลค่าเพิ่มที่มากขึ้น อย่างไรก็ดี น้ำดิบเป็นผลิตภัณฑ์เดียวที่รายได้จากการจำหน่ายในปี 2568 มีแนวโน้มลดลง โดยคาดว่าจะหดตัวราว 5.2% จากอุปสงค์ที่ลดลงของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นตลาดหลักและมีราคาขายที่สูงกว่าภาคอุปโภคบริโภค
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jun 10
ในปี 2568 รายได้ธุรกิจก๊าซธรรมชาติไทยมีทิศทางทรงตัว แต่ยังต่ำกว่าปี 2566 เพราะราคา Pool Gas คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% ตามราคานำเข้า LNG เฉลี่ยที่สูงขึ้นจากปีก่อนหน้า ในขณะที่ อุปสงค์ก๊าซธรรมชาติในไทยคาดว่าจะลดลง 0.3% ทั้งนี้ แม้ว่าอุปสงค์ภาคการผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของเขตชุมชนเมือง แต่ภาคอุตสาหกรรมจะหดตัวตามกิจกรรมการผลิต ส่วนภาคขนส่ง (NGV) ก็มีแนวโน้มหดตัวจากจำนวนรถ CNG ที่ลดลง ปริมาณนำเข้าก๊าซธรรมชาติคาดว่าจะลดลง 5.5% โดยการนำเข้าจากเมียนมามีทิศทางหดตัวจากแหล่งก๊าซหลักของเมียนมาที่มีการผลิตลดลง ขณะเดียวกัน การนำเข้า LNG ก็มีแนวโน้มหดตัวตามอุปสงค์ก๊าซธรรมชาติไทย
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jun 09
ในปี 2568 ยอดขายขนมขบเคี้ยวของไทยคาดอยู่ที่ 49,550 ล้านบาท หรือโต 1.5% ชะลอจากปี 2567 ที่โต 4.7% โดยกลุ่มขนมขบเคี้ยวรสเค็มหรือเผ็ด ซึ่งเป็นตลาดหลักจะโตได้ไม่มากที่ 0.7% ตามจำนวนผู้ออกเดินทางท่องเที่ยวและจำนวนผู้ใช้การสตรีมวิดีโอที่โตชะลอ รวมถึงจำนวนอีเวนต์ใหญ่ที่ลดลง ขณะที่ยอดขายขนมขบเคี้ยวกลุ่มที่เติบโตได้สูงกว่าภาพรวมตลาดในปี 2568 คือ กลุ่มขนมปังกรอบและบิสกิต คาดโต 2.6% แรงหนุนจากความเป็นเมืองและจำนวนร้านค้าปลีกสมัยใหม่ที่เพิ่มขึ้น และกลุ่มขนมขบเคี้ยวที่ทำจากสาหร่าย/เนื้อสัตว์/ธัญพืช คาดโต 1.9% จากเทรนด์การบริโภคที่ดูแลสุขภาพมากขึ้น
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jun 05
ในปี 2568 ธุรกิจโรงไฟฟ้าฟอสซิลไทยยังคงเติบโตจากความต้องการไฟฟ้าฟอสซิลที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 0.6% แม้จะชะลอลงจากปีก่อนหน้า ทั้งนี้ ต้นทุนเชื้อเพลิงเฉลี่ยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามราคาก๊าซธรรมชาติโลก ขณะที่ราคาขายไฟให้ภาครัฐมีแนวโน้มทรงตัว แต่ราคาขายให้นิคมอุตสาหกรรมอาจปรับลดลง รายได้จากการผลิตไฟฟ้าฟอสซิลเพื่อขายให้ภาครัฐในปี 2568 ยังคงมีแนวโน้มเติบโต ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าที่คาดว่าจะยังคงขยายตัวที่ราว 1% แม้จะชะลอลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากผลกระทบของการชะลอตัวทั้งในภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน รายได้จากการขายไฟฟ้าให้นิคมฯ ปี 2568 มีแนวโน้มหดตัว ตามความต้องการที่คาดว่าจะลดลงราว 3.6% เพราะการผลิตที่ยังหดตัว จากผลกระทบของสงครามการค้า อุปทานส่วนเกินจากสินค้าจีนที่ล้นตลาด และเศรษฐกิจไทยที่ยังชะลอตัวต่อเนื่อง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jun 04
ยอดขายของธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.26 แสนล้านบาท โต 2.0% ชะลอจากปีก่อนที่ 4.5% โดยมีปัจจัยกดดันทั้งด้านกำลังซื้อของคนในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มหดตัวลง มูลค่าการส่งออกเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ของไทยปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 1,744 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โตราว 1.0% โดยตลาดส่งออกหลักยังเป็นกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 67% ขณะที่การส่งออกไปยังตลาดใหม่ อาทิ มาเลเซีย ยังคงเพิ่มขึ้น
เผยแพร่เมื่อ 2025 May 30
ธุรกิจร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มในปี 2568 โตชะลอลง จากเศรษฐกิจไทยชะลอตัวกระทบการใช้จ่ายของผู้บริโภค และภาคการท่องเที่ยวที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเสี่ยงไม่โต คาดว่ามูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 646,000 ล้านบาท เติบโต 2.8% จากปี 2567 (ปรับลดจากคาดการณ์เดิมที่เติบโต 4.6% หรือมีมูลค่า 657,000 ล้านบาท ณ เดือนธันวาคม 2567) ธุรกิจร้านอาหารในปี 2568 คาดมูลค่าตลาดอยู่ที่ 562,000 ล้านบาท เติบโต 3.0% จากปี 2567.กลุ่มร้านอาหารที่ให้บริการเต็มรูปแบบ (Full service restaurant) เติบโตต่ำกว่ากลุ่มอื่น สำหรับธุรกิจร้านเครื่องดื่ม (รวมร้านเบเกอรี่และไอศกรีม) ในปี 2568 คาดมูลค่าตลาดอยู่ที่ 84,200 ล้านบาท เติบโต 1.9% จากปี 2567 กลุ่มเบเกอรี่ยังเติบโตดีจากความหลากหลายประเภทของเบเกอรี่และร้านค้าที่มากขึ้น แต่การแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารเครื่องดื่มที่สูง เทรนด์ของร้านอาหารและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ขณะที่ต้นทุนราคาวัตถุดิบอาหารผันผวนในระดับสูง แต่การปรับราคาทำได้จำกัด ส่งผลกระทบต่อรายได้และผลกำไรของผู้ประกอบการ
เผยแพร่เมื่อ 2025 May 23
ในปี 2568 อุปสงค์น้ำมันเชื้อเพลิงไทยคาดว่าจะโต 0.7% โดยความต้องการในตลาดภาคขนส่งมีโอกาสขยายตัว 1.0% จากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตทางการเกษตร และการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ในขณะที่ความต้องการในภาคอุตสาหกรรมจะลดลง 1.4% ตามกิจกรรมการผลิตที่มีแนวโน้มหดตัว นอกจากนี้ ความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคการผลิตไฟฟ้าไทยก็คาดว่าจะลดลง 14.6% ในปี 2568 เนื่องจากมีการกลับมาใช้ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณเพื่อผลิตไฟฟ้า
เผยแพร่เมื่อ 2025 May 21
ในปี 2568 ยอดขายปุ๋ยเคมีของไทย คาดว่าจะอยู่ที่ 94,602 ล้านบาท หรือโต 2% ชะลอลงจากปี 2567 ที่โต 7.7% เนื่องจากเผชิญปัจจัยบวกที่แผ่วลงจากปี 2567 ตามความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีที่โตชะลอ และราคาขายปุ๋ยเคมีในประเทศที่ปรับลดลง ราคาขายปุ๋ยเคมีไทยในปี 2568 คาดลดลง 3.4% จะช่วยหนุนความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีไทยโต 5.7% ไปอยู่ที่ 4.7 ล้านตัน ตามการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจหลักจากสภาพอากาศเอื้ออำนวยมากขึ้น อย่างไรก็ดี คงได้รับแรงกดดันบางส่วนจากราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ที่ปรับลดลง ทำให้ความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีจะเติบโตชะลอลง
เผยแพร่เมื่อ 2025 May 08
ในปี 2569 คาดว่า มูลค่าตลาดเชื้อเพลิงขยะ RDF เพิ่มขึ้นราว 15.1% จากการสนับสนุนของภาครัฐในด้านการจัดการกับปัญหาขยะ และการเปลี่ยนถ่ายไปสู่พลังงานทดแทน ความต้องการ RDF ในภาคไฟฟ้า คาดว่า จะมีการเติบโตราว 16.8% ในปี 2569 จากการที่มีโรงไฟฟ้าขยะที่ถึงกำหนดจ่ายไฟเข้าระบบ ในขณะที่ ความต้องการ RDF สำหรับผลิตพลังงานความร้อนในภาคอุตสาหกรรมการผลิต คาดว่า เพิ่มขึ้น 10.8% จากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทดแทนและการลดการพึ่งพาถ่านหินจากมาตรการ CBAM
เผยแพร่เมื่อ 2025 May 06
ในปี 2568 กำไรธุรกิจโพลิเมอร์ไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น แต่ยังต่ำกว่าช่วงปี 2565 เพราะส่วนต่างระหว่างราคาโพลิเมอร์และวัตถุดิบตั้งต้น (Spread) แม้จะเพิ่มขึ้น 8.8% ตามทิศทางหดตัวของราคาแนฟทา แต่ Spread ก็ยังต่ำกว่าปี 2565 อยู่ 17% ในขณะที่ อุปสงค์โพลิเมอร์ไทยคาดว่าจะโต 1.6% จากการขยายตัวของปริมาณบรรจุภัณฑ์พลาสติกในธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม และการเพิ่มขึ้นของยอดขายอะไหล่ซ่อมบำรุงรถยนต์ อย่างไรก็ดี การหดตัวของตลาดเครื่องนุ่งห่มก็จะส่งผลให้อุปสงค์โพลิเมอร์ปรับตัวขึ้นไม่มากนัก ปริมาณส่งออกโพลิเมอร์คาดว่าจะลดลง 2.7% ในปีนี้ โดยการส่งออก PE/PP ไปจีนมีทิศทางหดตัวจากการเพิ่มกำลังการผลิตของจีน ในขณะที่ การส่งออก PET ก็มีแนวโน้มลดลงตามการส่งออกไปยังสหรัฐฯ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 21
ตลาดบริการดาต้าเซ็นเตอร์ในปี 2568 คาดว่าจะมีสัดส่วนสูงถึง 43.3% ของตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ไทยโดยรวม ทั้งนี้ องค์กรธุรกิจไทยมีแนวโน้มหันมาเลือกใช้บริการดาต้าเซ็นเตอร์แทนการลงทุนเอง เพื่อลดค่าใช้จ่ายและเข้าถึง Solution AI สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลที่ผู้ให้บริการนำเสนอควบคู่กับการจัดเก็บข้อมูล ในปี 2568 รายได้ธุรกิจบริการดาต้าเซ็นเตอร์ไทยคาดว่าจะขยายตัว 8% ตามความต้องการใช้งานที่มากขึ้นใน 3 ตลาดหลัก ได้แก่ ตลาดภาคการเงิน และตลาดภาคค้าส่ง-ค้าปลีก ที่ขยายตัวได้ดีตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้จ่ายออนไลน์มากขึ้น ในขณะที่ตลาดภาคบริการสุขภาพ จะขยายตัวตามกระแสรักสุขภาพและการเข้าสู่สังคมสูงอายุ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 10
ปี 2568 ตลาดเกมจะมีมูลค่าอยู่ที่ 36,100 ล้านบาท ขยายตัว 1.6% จากปี 2567 แรงหนุนจากจำนวนผู้เล่นเกมที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเปิดตัวเกมใหม่และการกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้ให้บริการเกม มูลค่าตลาดเกมกว่า 97.8% มาจากธุรกิจจัดจำหน่าย นำเข้าและดูแลลิขสิทธิ์ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นการใช้จ่ายในเกมต่างประเทศ ขณะที่เกมส่วนใหญ่ที่ผลิตโดยบริษัทไทยรายได้ยังต่ำ บริษัทผู้พัฒนาเกมของไทยมีมูลค่าตลาดเพียง 2% ของมูลค่าตลาดเกม เนื่องจากการแข่งขันสูง จากบริษัทเกมต่างประเทศ การใช้ Generative AI ในการพัฒนาเกม ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรและข้อจำกัดของแหล่งเงินลงทุน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 01
ในปี 2568 คาดมูลค่าตลาดชิ้นส่วนรถยนต์ (ไม่รวมยางรถยนต์) ที่ผลิตในไทยโดยรวม หดตัว 1.0% มีมูลค่า 8.3 แสนล้านบาท โดยเป็นชิ้นส่วนรถยนต์ประเภท OEM (Original Equipment Manufacturing) ที่เข้าสู่สายการผลิตรถยนต์ ซึ่งคาดว่าจะหดตัว 1.8% จากความต้องการในประเทศที่มีทิศทางหดตัว ตามการผลิตรถยนต์ในไทยที่อาจเหลือไม่ถึง 1.45 ล้านคัน แม้ความต้องการในตลาดส่งออกจะเพิ่มขึ้น ในขณะที่ชิ้นส่วน REM (Replacement Equipment Manufacturing) หรือชิ้นส่วนอะไหล่ที่ใช้ในการซ่อมบำรุงรถยนต์ของไทย โดยรวมในปี 2568 นี้ อาจขยายตัว 3.6% จากความต้องการในประเทศที่มีทิศทางขยายตัว ตามปริมาณรถยนต์จดทะเบียนสะสมที่เพิ่มขึ้น และความต้องการในตลาดส่งออกที่เพิ่มขึ้น
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 21
ในปี 2568 คาดว่า อุปทานเนื้อสุกรลดลง 2.4% ตามจำนวนสุกรเลี้ยงที่ลดลง เนื่องจากมาตรการปรับลดจำนวนแม่พันธุ์สุกรและผลกระทบโรคระบาด แม้ว่าราคาอาหารสัตว์จะมีแนวโน้มลดลง อาทิเช่น ปลายข้าว กากถั่วเหลือง และปลาป่น โดยอุปทานเนื้อสุกรจะมาจากผู้ผลิตสุกรรายกลาง-ใหญ่เป็นสำคัญ ในขณะที่ผู้ผลิตสุกรรายย่อยจะลดบทบาทลง อุปสงค์เนื้อสุกรปี 2568 คาดว่าลดลง 1.7% ตามราคาเนื้อสุกรที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก จะกดดันความต้องการของผู้บริโภคไทย ในขณะที่ผู้บริโภคที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่ายังเติบโตได้ ทำให้ภาพรวมการบริโภคเนื้อสุกรในประเทศลดลงไม่มากนัก
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 19
มูลค่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศปี 2568 คาดโต 12% เทียบกับปีก่อน จากความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนสัตว์เลี้ยง โดยพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเติบโตคือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล เนื่องจากมีจำนวนสัตว์เลี้ยงมากที่สุดและผู้เลี้ยงมีกำลังซื้อ มูลค่าการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยปี 2568 คาดโต 15% ชะลอตัวลงจากปีก่อนที่ขยายตัว 28.4% ตามความต้องการในตลาดคู่ค้าหลักที่คาดว่าจะโตช้าลง อาทิ สหรัฐฯ อิตาลี และญี่ปุ่น ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันกว่า 50%
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 17
ในปี 2568 อุปสงค์เม็ดพลาสติกชีวภาพโลกคาดจะขยายตัว 28.6% จากกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมโลกที่เข้มงวดขึ้น ผลักดันให้ส่วนแบ่งตลาดเม็ดพลาสติกชีวภาพเพิ่มขึ้นแตะ 0.4% ของปริมาณความต้องการเม็ดพลาสติกทุกประเภทในตลาดโลก ส่งออกเม็ดพลาสติกชีวภาพไทยในปี 2568 คาดจะขยายตัว 24% ชะลอตัวจากปีก่อนหน้า โดยต้องเผชิญการแข่งขันกับคู่แข่ง โดยเฉพาะผู้ผลิตจากจีน ในขณะที่ตลาดในประเทศคาดว่าจะขยายตัวจำกัดที่ 2% จากราคาที่ยังคงสูงกว่าเม็ดพลาสติกทั่วไปอยู่ราว 2-3 เท่า
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 07
ในปี 2568 ปริมาณการจำหน่ายถ่านหินของผู้ประกอบการไทย ในตลาดต่างประเทศคาดว่าจะอยู่ที่ราว 38.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 0.3% จากปีก่อนหน้า ตามอุปสงค์ถ่านหินโลก ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวเล็กน้อยที่ราว 0.4% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นในอินเดียและอาเซียน ขณะที่ปริมาณถ่านหินที่จำหน่ายในไทยคาดว่าจะลดลง 1.2% ในปี 2568 มาอยู่ที่ 5.04 ล้านตัน โดยความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมจะลดลงราว 5% จากภาคการผลิตที่ยังคงอ่อนแอ และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับภาคการผลิตไฟฟ้า อุปสงค์มีแนวโน้มขยายตัวเล็กน้อยที่ราว 0.4% ตามความต้องการใช้ไฟที่เติบโต รายได้รวมจากการขายถ่านหินของผู้ประกอบการไทย คาดว่าจะลดลง 4.5% ในปี 2568 เนื่องจากราคาขายถ่านหินเฉลี่ยมีแนวโน้มปรับตัวลงจากปีก่อนหน้า โดยรายได้จากการขายในตลาดต่างประเทศ และในไทยคาดว่าจะลดลง 4.3% และ 5.7% ตามลำดับ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 04
ในปี 2568 ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติในไทยโต 9.7% ชะลอตัวจากปีก่อนหน้าเล็กน้อยจากจำนวนโรงเรียนนานาชาติที่เปิดใหม่ 8 โรงเรียน น้อยกว่าที่เปิดในปี 2567 อยู่ 5 โรงเรียน โรงเรียนนานาชาติยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวไปสู่นอกกรุงเทพฯ มากขึ้น เนื่องจากพื้นที่ที่จำกัดและการแข่งขันที่สูงในเมืองหลวง โรงเรียนกวดวิชามีแนวโน้มเช่นเดียวกันกับโรงเรียนนานาชาติ ในปี 2568 คาดรายได้ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาจะเพิ่มขึ้น 9.2% โดยในช่วงปี 2564-2568 ภูมิภาคอื่นมีอัตราการเติบโตของรายได้ที่สูงกว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ ถึง 19.7%
เผยแพร่เมื่อ 2025 Feb 27
ปี 2568 มูลค่าตลาดธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทยคาดว่าจะอยู่ที่ 76,500 ล้านบาท โต 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากจำนวนการใช้บริการ รวมถึงอัตราค่ารักษาและบริการที่เพิ่มขึ้น การทำศัลยกรรมในไทยกว่า 79% เป็นแบบผ่าตัดและเทรนด์ศัลยกรรมและเสริมความงามส่วนใหญ่ยังนิยมทำที่ช่วงบริเวณใบหน้ามากที่สุด ขณะที่ฐานผู้ใช้บริการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีกลุ่มลูกค้าศักยภาพใหม่ ได้แก่ กลุ่มเพศทางเลือก (LGBTQIA+) กลุ่ม GenZ และผู้ชาย โอกาสของธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทย ยังได้รับแรงหนุนจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการเพิ่มขึ้นของลูกค้า Medical Tourism ในไทย แต่การแข่งขันจะรุนแรงต่อเนื่อง ทั้งจากคู่แข่งในประเทศและความนิยมออกไปทำศัลยกรรมในต่างประเทศ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Feb 25
ในปี 2568 รายได้ธุรกิจเอทานอลเชื้อเพลิงคาดว่าจะลดลง 2.1% จากที่ทรงตัวในปี 2567 เพราะราคาเอทานอลคาดว่าจะหดตัว 2.2% ตามแนวโน้มที่ลดลงของราคาวัตถุดิบ ในขณะที่ ความต้องการเอทานอลเชื้อเพลิงมีทิศทางเพิ่มขึ้น 0.2% ตามอุปสงค์น้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่ขยายตัวเล็กน้อย ทั้งนี้ พฤติกรรมการใช้แก๊สโซฮอล์ของผู้บริโภคยังคงใกล้เคียงกับปี 2567 โดยสัดส่วนการเลือกใช้ E10 อยู่ที่ราว 82.7% และการใช้ E20 อยู่ที่ 17.1% เพราะผู้บริโภคมีความกังวลในเรื่องปัญหาเครื่องยนต์ไม่รองรับ E20 และประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่อาจลดระยะทางวิ่ง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Feb 18
ในปี 2568 รายได้ตลาดอินเทอร์เน็ตผู้บริโภค (B2C) คาดว่าจะเติบโต 1.6% จากการขยายตัวของอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ 2.7% และการหดตัวของอินเทอร์เน็ตประจำที่ 2.0% ในขณะที่ ตลาดอินเทอร์เน็ตองค์กร (B2B) คาดว่าจะเติบโต 5.1% สำหรับธุรกิจดาวเทียมสื่อสาร ในปี 2568 คาดว่า จะมีการเติบโตของรายได้ราว 5.0% จากการที่มีดาวเทียมเปิดใช้งานเพิ่มขึ้นและการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอินเทอร์เน็ตและดาวเทียมสื่อสารในไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านรายได้ ทำให้ต้องมีการปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มรายได้และรักษาความสามารถในการแข่งขัน สำหรับธุรกิจอินเทอร์เน็ต มีการเสนอแพ็กเกจพ่วงและบริการเสริม ส่วนธุรกิจดาวเทียมสื่อสารได้มีการลงทุนในโมเดลธุรกิจดาวเทียมแบบใหม่ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป
เผยแพร่เมื่อ 2025 Feb 11
ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมการผลิตไบโอดีเซล (B100) เผชิญปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน โดยในปี 2564 อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 53% และลดสู่ระดับราว 39% ในปี 2567 รายได้ธุรกิจไบโอดีเซลในปี 2568 มีทิศทางลดลงจากปี 2567 เนื่องจากอุปสงค์ไบโอดีเซลมีแนวโน้มเติบโตไม่มากที่ 1.1% แม้ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐที่คาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว และการขยายตัวของอุปสงค์น้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล ขณะที่ในปี 2568 ราคาไบโอดีเซลมีแนวโน้มปรับตัวลงตามราคาน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตไบโอดีเซล
เผยแพร่เมื่อ 2025 Feb 04
ในปี 2568 ความต้องการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมีทิศทางเพิ่มสูงขึ้นทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน โดยปริมาณไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ขายให้ภาครัฐคาดว่าจะอยู่ที่ 23,555 GWh และภาคเอกชนคาดว่าจะอยู่ที่ 4,177 GWh เพิ่มขึ้น 2% และ 15% ตามลำดับ ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ผู้ประกอบการจำหน่ายมากที่สุดในปี 2568 ได้แก่ไฟฟ้าชีวมวลและแสงอาทิตย์ตามลำดับ มีสัดส่วนรวมกันเป็น 78% ของไฟฟ้าที่จำหน่ายให้ภาครัฐ และ 96% ของไฟฟ้าที่จำหน่ายให้ภาคเอกชน ในปี 2568 โรงไฟฟ้าชีวมวล คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นทั้งจากการขายให้ภาครัฐและเอกชน รวมทั้งอัตรากำไรขั้นต้นก็มีแนวโน้มเติบโต ในขณะเดียวกัน สำหรับธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รายได้ต่อหน่วยในการขายไฟให้ภาครัฐจะขึ้นอยู่กับราคารับซื้อ ซึ่งมีแนวโน้มลดลง ขณะที่รายได้รวมจากการขายไฟให้ภาคเอกชน มีแนวโน้มขยายตัวตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jan 30
ตลาดบริการรักษาภาวะมีบุตรยากของไทยในปี 2568 คาดโต 6.2% จากปี 2567 โดยมีมูลค่ากว่า 6.3 พันล้านบาท ตามความต้องการใช้บริการที่ยังเพิ่มขึ้นจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสอดคล้องไปกับเทรนด์ของโลก ในปี 2568 มูลค่าตลาดผู้รับบริการชาวไทย คาดว่าจะขยายตัว 5.0% จากค่านิยมมีบุตรช้าลง และปัญหาด้านการเจริญพันธุ์ที่มีความซับซ้อน และมีสาเหตุมาจากเพศชายมากขึ้น ทำให้ต้องพึ่งพาวิธีการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ขณะที่ มูลค่าตลาดผู้รับบริการชาวต่างชาติ คาดว่าจะขยายตัว 7.6% โดยมีแรงหนุนจากราคาและคุณภาพบริการที่ยังโดดเด่น รวมถึงการขยายตลาดใหม่ของธุรกิจ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jan 06
ธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์มีแนวโน้มต้องเผชิญกับความยากลำบากต่อไปอีกในปี 2568 โดยรายได้ของดีลเลอร์รถยนต์โดยภาพรวมทั้งตลาดคาดหดตัว 4.9% นำโดยการหดตัวของรายได้จากการขาย 5.4% จากปัญหายอดขายรถยนต์ในประเทศที่คาดลดลงเหลือ 530,000 คันในปี 2568 โดยเฉพาะกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ที่คาดจะหดตัวสูงจากความเสี่ยงเรื่องกำลังซื้อมากกว่ารถยนต์นั่ง ขณะที่รถยนต์นั่งอาจพบการหดตัวของกลุ่มที่ใช้น้ำมันล้วน (ICE) ตรงข้ามกับกลุ่มรถยนต์นั่ง xEV ซึ่งประกอบไปด้วย รถยนต์นั่ง HEV, PHEV และ BEV ที่มีทิศทางขยายตัว โดยในกลุ่มรถยนต์นั่ง BEV คาดว่ารถยนต์นั่งหรู BEV น่าจะขยายตัวสูงกว่าตลาด BEV รวม เพราะผู้ซื้อมีรายได้มั่นคง ด้านรายได้จากการซ่อมบำรุงก็คาดว่าจะหดตัวที่ 1.2% หลังจำนวนรถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 10 ปี ซึ่งเป็นลูกค้าหลักคาดทยอยลดลงจนเหลือ 8.89 ล้านคัน หลังยอดขายรถยนต์ในช่วงหลังเผชิญกับหลายวิกฤติ
เผยแพร่เมื่อ 2024 Dec 27
ปี 2568 ยอดขายขนมขบเคี้ยวไทยคาดอยู่ที่ 50,400 ล้านบาท หรือโต 2% ชะลอจากปี 2567 ที่โต 6% โดยกลุ่มขนมขบเคี้ยวรสเค็มหรือเผ็ด ซึ่งเป็นตลาดหลักจะโตได้ไม่มากที่ราว 1.4% ตามจำนวนผู้ออกเดินทางท่องเที่ยวและจำนวนผู้ใช้การสตรีมวิดีโอที่เติบโตชะลอ รวมถึงจำนวนอีเวนต์ใหญ่ที่ลดลง ขณะที่ยอดขายขนมขบเคี้ยวกลุ่มที่เติบโตได้สูงกว่าภาพรวมตลาดในปี 2568 คือ กลุ่มขนมปังกรอบและบิสกิตที่โต 2.7% แรงหนุนจากความเป็นเมืองและจำนวนร้านค้าปลีกสมัยใหม่ที่เพิ่มขึ้น และกลุ่มขนมขบเคี้ยวที่ทำจากสาหร่าย/เนื้อสัตว์/ธัญพืช คาดโต 2.4% จากเทรนด์การบริโภคที่ดูแลสุขภาพมากขึ้น
เผยแพร่เมื่อ 2024 Dec 23
ธุรกิจร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มในปี 2568 คาดมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 657,000 ล้านบาท เติบโต 4.6% จากปี 2567 จากภาคการท่องเที่ยวในประเทศที่ยังเติบโต การขยายสาขาของผู้ประกอบการไปยังภูมิภาค รวมถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคและความต้องการอาหารและเครื่องดื่มใหม่ที่เพิ่มขึ้นช่วยหนุนการเติบโตของตลาด แต่ธุรกิจมีการแข่งขันสูงทำให้การลงทุนยังต้องระวัง ธุรกิจร้านอาหารในปี 2568 คาดมูลค่าตลาดอยู่ที่ 572,000 ล้านบาท เติบโต 4.8% จากปี 2567 กลุ่มร้านอาหารข้างทาง (Street Food) มีอัตราการเติบโตดีกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากได้รับความนิยมจากคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่ธุรกิจร้านเครื่องดื่ม (รวมร้านเบเกอรี่และไอศกรีม) ในปี 2568 คาดมูลค่าตลาดอยู่ที่ 85,320 ล้านบาท เติบโต 3.2% จากปี 2567
เผยแพร่เมื่อ 2024 Dec 16
ในปี 2568 ต้นทุนเชื้อเพลิงเฉลี่ยของโรงไฟฟ้าฟอสซิลมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก ขณะที่รายได้การขายไฟต่อหน่วยคาดว่าจะทรงตัว ทั้งนี้ ธุรกิจยังคงมีทิศทางเติบโตจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศที่เพิ่มขึ้นแม้จะชะลอลงจากปีก่อนหน้า รายได้จากการผลิตไฟฟ้าฟอสซิลเพื่อขายให้ภาครัฐในปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้ว่าจะเพิ่มขึ้นช้าลงกว่าปี 2567 ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าในโครงข่ายภาครัฐที่ชะลอลง โดยคาดว่าจะโต 1.4% ในปี 2568 จาก 3.5% ในปีก่อนหน้า ในขณะที่รายได้จากการผลิตไฟฟ้าฟอสซิลเพื่อขายให้แก่ผู้ใช้งานในนิคมอุตสาหกรรมในปี 2568 ก็มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้จะชะลอลงจากปีก่อนหน้าจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นช้าลงตามกิจกรรมการผลิตเพราะแรงกดดันจากสินค้าจีนที่ล้นตลาด
เผยแพร่เมื่อ 2024 Dec 09
ยอดขายของธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปี 2568 คาดจะอยู่ที่ 2.29 แสนล้านบาท โต 3.3% จากปีก่อน จากการท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัว สภาพอากาศที่ร้อนและการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาด ทั้งนี้ เครื่องดื่มฟังก์ชันนัล เป็นสินค้าที่มีแนวโน้มโตสูงกว่าภาพรวมตลาด และน่าจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่ม มูลค่าการส่งออกเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ของไทยปี 2568 คาดจะอยู่ที่ 1,705 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โต 2.1% จากปีก่อน จากการฟื้นตัวของคู่ค้าหลัก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันกว่า 67% ขณะที่การส่งออกไปยังตลาดศักยภาพใหม่ อาทิ มาเลเซีย สหรัฐฯ ยังเติบโตต่อเนื่อง
เผยแพร่เมื่อ 2024 Dec 02
ในปี 2568 อุปสงค์น้ำมันเชื้อเพลิงไทย คาดว่าจะโต 0.8% เร่งตัวเล็กน้อยจาก 0.4% ในปี 2567 โดยความต้องการในตลาดภาคขนส่งมีโอกาสขยายตัว 0.9% จากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตทางการเกษตร และการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ขณะที่ความต้องการในภาคอุตสาหกรรม จะเติบโตเพียง 0.6% จากกิจกรรมการผลิตที่ฟื้นตัวเล็กน้อย และการก่อสร้างภาครัฐที่กลับมาดำเนินการได้ หลังจากการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้าในปี 2567 อย่างไรก็ดี ความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคการผลิตไฟฟ้าไทยคาดว่าจะหดตัว 13.8% ในปี 2568 เนื่องจากมีการกลับมาใช้ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณเพื่อผลิตไฟฟ้า
เผยแพร่เมื่อ 2024 Nov 27
ในปี 2568 คาดว่า มูลค่าตลาดเชื้อเพลิงขยะ RDF จะสูงขึ้นราว 6.3% จากการสนับสนุนจากภาครัฐในด้านการจัดการกับปัญหาขยะ และการเปลี่ยนถ่ายไปสู่พลังงานทดแทนซึ่งหนุนการขยายตัวของตลาดธุรกิจเชื้อเพลิงขยะ RDF ความต้องการ RDF ในภาคไฟฟ้า คาดว่า จะมีการเติบโตราว 9.9% ในปี 2568 จากการสนับสนุนของภาครัฐ ทำให้มีโรงผลิตไฟฟ้าขยะมากขึ้น ในขณะที่ ความต้องการ RDF สำหรับผลิตพลังงานความร้อนในภาคอุตสาหกรรมการผลิต คาดว่า เพิ่มขึ้น 1.1% จากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทดแทนและการลดการพึ่งพาถ่านหินจากมาตรการ CBAM
เผยแพร่เมื่อ 2024 Nov 20
ปี 2567 คาดว่า อุปทานเนื้อสุกรเพิ่มขึ้น 4.7%YoY ตามจำนวนสุกรเลี้ยงที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนหลักอย่างราคาอาหารสัตว์ปรับลดลง ทั้งรำสด ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง และปลาป่น โดยอุปทานเนื้อสุกรจะมาจากผู้ผลิตสุกรรายกลาง-ใหญ่เป็นสำคัญ ขณะที่ผู้ผลิตสุกรรายย่อยจะลดบทบาทลง อุปสงค์เนื้อสุกรปี 2567 คาดว่า ขยายตัวได้ราว 2.5%YoY ตามราคาเนื้อสุกรที่ปรับลดลงเป็นหลัก ซึ่งช่วยหนุนความต้องการของผู้บริโภคไทย นอกจากนี้ การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มการบริโภคเนื้อสุกรในประเทศ
เผยแพร่เมื่อ 2024 Sep 25
ในปี 2567 อุปสงค์ถ่านหินโลก คาดว่าจะเติบโต 0.4% ชะลอตัวจาก 2.6% ในปีที่ผ่านมา จากความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในอินเดียแต่ชะลอตัวลงในจีน โดยการเติบโตผลักดันให้จำนวนการจำหน่ายถ่านหินจากบริษัทไทยในตลาดต่างประเทศมีโอกาสขยายตัว 1.7% อย่างไรก็ตาม แนวโน้มราคาถ่านหินที่ลดลงจากภาวะการชะลอตัวของอุปสงค์ถ่านหินโลกและการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด ยังคงส่งผลกดดันต่อธุรกิจถ่านหินไทย การใช้ถ่านหินในประเทศปี 2567 คาดว่าจะหดตัวราว 6.3% โดยความต้องการถ่านหินในภาคอุตสาหกรรมคาดว่าจะหดตัวราว 25% ตามกระแสรักษ์โลกและกิจกรรมการผลิตที่ลดลง ทว่ายังได้รับแรงพยุงจากภาคการผลิตไฟฟ้าที่จะขยายตัวราว 4.5% ตามการใช้ถ่านหินที่เพิ่มขึ้นเพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า
เผยแพร่เมื่อ 2024 Sep 24
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้