Narrative Banner

ไตรมาส 1/2568 เศรษฐกิจจีนเติบโตดีกว่าคาดการณ์ที่ 5.4% การปรับขึ้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ จะกดดันเศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่เหลือของปี 2568

จิรดา ภักดิ์วิไลเกียรติ

  • ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกคือ การส่งออกขยายตัวแข็งแกร่ง การใช้จ่ายในประเทศขยายตัวดี และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเร่งตัวขึ้นตามทิศทางการส่งออก
  • ไตรมาสที่เหลือของปี 2568 ยังเผชิญความไม่แน่นอนสูงจาก 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การส่งออกจีนจะเริ่มมีทิศทางชะลอลงจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ, ความไม่แน่นอนจากการเจรจาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ, ความเสี่ยงเรื่องเงินฝืดสูงขึ้น และ ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจจีน
  • ปี 2568 เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงจากปีก่อนที่ 3.6%

เศรษฐกิจจีนไตรมาส 1/2568 เติบโต 5.4%YoY ดีกว่าคาดการณ์ที่ 5.2%YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุน คือ
  1. การส่งออกขยายตัวแข็งแกร่ง (คิดเป็นประมาณ 20% ของ GDP) โดยการส่งออกไปประเทศคู่ค้าหลัก เช่น สหรัฐฯ และ ASEAN เร่งตัวขึ้นอย่างมากในเดือนมี.ค.68 จากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้ารอบใหม่

  2. การใช้จ่ายในประเทศ (คิดเป็นประมาณ 50% ของ GDP) ขยายตัวดีจากโครงการ Trade-in (สินค้าเก่าและสินค้าใหม่) ที่มีการขยายวงเงินเพิ่มขึ้นจากปีก่อน

  3. ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเร่งตัวขึ้นตามทิศทางการส่งออก โดยผลผลิตที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเติบโตแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ยังหดตัวเป็นปัจจัยกดดันต่อเศรษฐกิจจีน แม้เศรษฐกิจจีนไตรมาสแรกจะเติบโตดีกว่าคาดการณ์ แต่ในไตรมาสที่เหลือของปี 2568 ยังเผชิญความไม่แน่นอนสูงจาก 4 ปัจจัยสำคัญ ดังนี้
  1. การส่งออกจีนจะเริ่มมีทิศทางชะลอลง หลังสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าจีนล่าสุดที่  145% ซึ่งในอัตราภาษีนี้คาดส่งออกจีนไปสหรัฐฯ ปรับลดลงกว่าครึ่งหนึ่งของการส่งออกเดิม โดยการยกเว้นภาษี Reciprocal tariff สำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ คิดเป็น 22% สินค้าที่สหรัฐฯ นำเข้าจากจีน เช่น smartphone และคอมพิวเตอร์ จะช่วยลดทอนผลกระทบได้บางส่วน (ยังคงถูกเก็บเพิ่มขึ้นที่ 20% จากข้อหาที่จีนส่งเฟนทานิลไปสหรัฐฯ) ขณะที่การยกเว้นภาษี Reciprocal tariffs 90 วันให้กับประเทศอื่น ๆ นอกจากจีนอาจส่งผลให้การส่งออกจีนไปประเทศใน ASEAN ยังเพิ่มขึ้น แต่ไม่เพียงพอชดเชยผลกระทบจากการส่งออกไปสหรัฐฯ (ส่งออกจีนไปสหรัฐฯ คิดเป็น 2.8% ของเศรษฐกิจจีน)

  2. ความไม่แน่นอนจากการเจรจาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ ที่อาจส่งผลให้มีประเทศที่ปรับขึ้นภาษีจีนเพิ่มขึ้นนอกจากสหรัฐฯ ซึ่งจะยิ่งเป็นอุปสรรคต่อการหาตลาดใหม่ของจีน  

  3. ความเสี่ยงเงินฝืดสูงขึ้น อุปสงค์ในประเทศยังมีแนวโน้มชะลอตัวจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ระดับราคายังได้รับปัจจัยกดดันจากปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินที่มีมากขึ้นจากความเสี่ยงสงครามการค้ารอบใหม่ นอกจากนี้ผลผลิตอุตสาหกรรมในประเทศมีทิศทางชะลอลงจากการชะลอตัวของการส่งออก ซึ่งจะทำให้การจ้างงาน และรายได้ในประเทศมีทิศทางชะลอลงซ้ำเติมปัญหาเงินฝืดที่จีนเผชิญอยู่

  4. ภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนจะยังเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นในประเทศ
ทางการจีนมีแนวโน้มทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเพิ่มเติม ทั้งในส่วนของภาคการคลังที่จะสนับสนุนการใช้จ่ายในประเทศ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมการผลิตใหม่ รวมถึงเงินอุดหนุนในกลุ่มผู้ส่งออก อีกทั้งการผ่อนคลายในภาคการเงิน เช่น การปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย แต่คาดว่ายังไม่สามารถชดเชยผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสงครามการค้ารอบใหม่ได้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าเศรษฐกิจจีนปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตชะลอลงจากปีก่อนอยู่ที่ 3.6%

มูลค่าการส่งออก IC คาดเติบโต 22% ในปี 2026 แรงหนุนหลักมาจากการขยายตัวของ AI และ Data Center

รินรดา อัมพรสิทธิกูล

การประชุม กนง. 25 ก.พ. 69 มติไม่เป็นเอกฉันท์ลดดอกเบี้ยลงมาอยู่ที่ 1.00%

ลลิตา เธียรประสิทธิ์

ราคาเอทิลีนในปี 2569 คาดหดตัว 6.4% จากภาวะอุปทานส่วนเกิน

ณัฐนรี จิรัปปภา

1 ปี ภาษีทรัมป์ สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสินค้าเพิ่มขึ้น ขาดดุลกับไทยมากขึ้น และเป็นอันดับ 7 ในปี 2025

เกวลิน หวังพิชญสุข

การเผาพื้นที่เกษตรไทยต้นปี 2569 มีแนวโน้มชะลอลง จากการรวมศูนย์คำสั่งและใช้ดาวเทียมตรวจเรียลไทม์ทั่วประเทศ

นราพร สังสะนา

หลังศาลสูงสหรัฐสั่งยกเลิกใช้ IEEPA จัดเก็บภาษี คาดยังเห็นการส่งออกจีนผ่านประเทศที่ 3

จิรดา ภักดิ์วิไลเกียรติ

เงินรูเปียห์อ่อนค่ายังเป็นแรงกดดันสำคัญ BI คงดอกเบี้ยที่ 4.75%

ทัศน์วรรณ ขาวอุปถัมภ์

Video

ภาพปกวิดีโอจาก YouTube