เศรษฐกิจจีนไตรมาส 1/2568 เติบโต 5.4%YoY ดีกว่าคาดการณ์ที่ 5.2%YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุน คือ
- การส่งออกขยายตัวแข็งแกร่ง (คิดเป็นประมาณ 20% ของ GDP) โดยการส่งออกไปประเทศคู่ค้าหลัก เช่น สหรัฐฯ และ ASEAN เร่งตัวขึ้นอย่างมากในเดือนมี.ค.68 จากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้ารอบใหม่
- การใช้จ่ายในประเทศ (คิดเป็นประมาณ 50% ของ GDP) ขยายตัวดีจากโครงการ Trade-in (สินค้าเก่าและสินค้าใหม่) ที่มีการขยายวงเงินเพิ่มขึ้นจากปีก่อน
- ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเร่งตัวขึ้นตามทิศทางการส่งออก โดยผลผลิตที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเติบโตแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ยังหดตัวเป็นปัจจัยกดดันต่อเศรษฐกิจจีน แม้เศรษฐกิจจีนไตรมาสแรกจะเติบโตดีกว่าคาดการณ์ แต่ในไตรมาสที่เหลือของปี 2568 ยังเผชิญความไม่แน่นอนสูงจาก 4 ปัจจัยสำคัญ ดังนี้
- การส่งออกจีนจะเริ่มมีทิศทางชะลอลง หลังสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าจีนล่าสุดที่ 145% ซึ่งในอัตราภาษีนี้คาดส่งออกจีนไปสหรัฐฯ ปรับลดลงกว่าครึ่งหนึ่งของการส่งออกเดิม โดยการยกเว้นภาษี Reciprocal tariff สำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ คิดเป็น 22% สินค้าที่สหรัฐฯ นำเข้าจากจีน เช่น smartphone และคอมพิวเตอร์ จะช่วยลดทอนผลกระทบได้บางส่วน (ยังคงถูกเก็บเพิ่มขึ้นที่ 20% จากข้อหาที่จีนส่งเฟนทานิลไปสหรัฐฯ) ขณะที่การยกเว้นภาษี Reciprocal tariffs 90 วันให้กับประเทศอื่น ๆ นอกจากจีนอาจส่งผลให้การส่งออกจีนไปประเทศใน ASEAN ยังเพิ่มขึ้น แต่ไม่เพียงพอชดเชยผลกระทบจากการส่งออกไปสหรัฐฯ (ส่งออกจีนไปสหรัฐฯ คิดเป็น 2.8% ของเศรษฐกิจจีน)
- ความไม่แน่นอนจากการเจรจาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ ที่อาจส่งผลให้มีประเทศที่ปรับขึ้นภาษีจีนเพิ่มขึ้นนอกจากสหรัฐฯ ซึ่งจะยิ่งเป็นอุปสรรคต่อการหาตลาดใหม่ของจีน
- ความเสี่ยงเงินฝืดสูงขึ้น อุปสงค์ในประเทศยังมีแนวโน้มชะลอตัวจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ระดับราคายังได้รับปัจจัยกดดันจากปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินที่มีมากขึ้นจากความเสี่ยงสงครามการค้ารอบใหม่ นอกจากนี้ผลผลิตอุตสาหกรรมในประเทศมีทิศทางชะลอลงจากการชะลอตัวของการส่งออก ซึ่งจะทำให้การจ้างงาน และรายได้ในประเทศมีทิศทางชะลอลงซ้ำเติมปัญหาเงินฝืดที่จีนเผชิญอยู่
- ภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนจะยังเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นในประเทศ
ทางการจีนมีแนวโน้มทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเพิ่มเติม ทั้งในส่วนของภาคการคลังที่จะสนับสนุนการใช้จ่ายในประเทศ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมการผลิตใหม่ รวมถึงเงินอุดหนุนในกลุ่มผู้ส่งออก อีกทั้งการผ่อนคลายในภาคการเงิน เช่น การปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย แต่คาดว่ายังไม่สามารถชดเชยผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสงครามการค้ารอบใหม่ได้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าเศรษฐกิจจีนปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตชะลอลงจากปีก่อนอยู่ที่ 3.6%
Disclaimer
รายงานวิจัยนี้จัดทำโดย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) เพื่อเผยแพร่เป็นการทั่วไป โดยอาศัยแหล่งข้อมูลสาธารณะ หรือ ข้อมูลที่เชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือที่ปรากฏขณะจัดทำ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา ทั้งนี้ KResearch มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ ความเหมาะสม ความครบถ้วนสมบูรณ์ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้ชวน เสนอแนะ ให้คำแนะนำ หรือจูงใจในการตัดสินใจเพื่อดำเนินการใดๆ แต่อย่างใด ดังนั้น ท่านควรศึกษาข้อมูลด้วยความระมัดระวังและใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใดๆ KResearch จะไม่รับผิดในความเสียหายใดที่เกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว
ข้อมูลใดๆ ที่ปรากฎในรายงานวิจัยนี้ถือเป็นทรัพย์สินของ KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี) การนำข้อมูลดังกล่าว (ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน) ไปใช้ต้องแสดงข้อความถึงสิทธิความเป็นเจ้าของแก่ KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี) หรือแหล่งที่มาของข้อมูลนั้นๆ ทั้งนี้ ท่านจะไม่ทำซ้ำ ปรับปรุง ดัดแปลง แก้ไข ส่งต่อ เผยแพร่ หรือกระทำในลักษณะใดๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในทางการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้า เป็นลายลักษณ์อักษรจาก KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี)