เดือน มี.ค. 68 เงินเฟ้อจีนติดลบติดต่อกัน 2 เดือน ได้รับแรงกดดันจากราคาอาหาร ทั้งในส่วนของราคาไข่ และผักสด อย่างไรก็ดี เงินเฟ้อพื้นฐานกลับมาเป็นบวกสะท้อนว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนที่ทยอยออกมา เช่น โครงการ Trade in เริ่มส่งผลบวกต่อการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยเงินเฟ้อในส่วนของเสื้อผ้า สินค้าในบ้าน ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคารถยนต์ซึ่งเป็นสินค้าในโครงการ Trade in เริ่มมีสัญญาณชะลอการปรับลดลงเล็กน้อย
แม้มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของจีนจะเริ่มส่งผลบวกต่อการใช้จ่ายของครัวเรือน และทางการจีนยังมีแนวโน้มที่จะทยอยออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ แต่คาดว่าผลจากมาตรการจะเข้ามาชดเชยผลกระทบจากสงครามการค้ารอบใหม่ได้เพียงบางส่วน ปัญหาเงินฝืดจะยังเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจจีน มีรายละเอียด ดังนี้
- ดัชนีราคาผู้ผลิตของจีนยังคงปรับลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 30 และในระยะข้างหน้ายังมีทิศทางปรับลดลงต่อจากปัญหาสงครามการค้ารอบใหม่ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่จะยิ่งกดดันปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในประเทศของจีน
- ล่าสุดสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นรวมทั้งหมด 125% ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกจีนไปสหรัฐฯ ราว 50% กดดันให้สินค้าบางส่วนที่เคยถูกส่งออกไปสหรัฐฯ ถูกนำมาระบายในประเทศกดดันราคาสินค้าในจีนให้ยังมีแนวโน้มปรับลดลง
- ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำจากปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจีนยังกดดันมุมมองเกี่ยวกับรายได้ และการจ้างงาน
เงินเฟ้อจีนปี 2568 มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำกว่า 1% (Bloomberg consensus) โดยยังต้องติดตามความรุนแรงของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทางการจีนจะทยอยออกมาเพื่อชดเชยผลกระทบเพิ่มเติม
Disclaimer
รายงานวิจัยนี้จัดทำโดย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) เพื่อเผยแพร่เป็นการทั่วไป โดยอาศัยแหล่งข้อมูลสาธารณะ หรือ ข้อมูลที่เชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือที่ปรากฏขณะจัดทำ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา ทั้งนี้ KResearch มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ ความเหมาะสม ความครบถ้วนสมบูรณ์ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้ชวน เสนอแนะ ให้คำแนะนำ หรือจูงใจในการตัดสินใจเพื่อดำเนินการใดๆ แต่อย่างใด ดังนั้น ท่านควรศึกษาข้อมูลด้วยความระมัดระวังและใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใดๆ KResearch จะไม่รับผิดในความเสียหายใดที่เกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว
ข้อมูลใดๆ ที่ปรากฎในรายงานวิจัยนี้ถือเป็นทรัพย์สินของ KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี) การนำข้อมูลดังกล่าว (ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน) ไปใช้ต้องแสดงข้อความถึงสิทธิความเป็นเจ้าของแก่ KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี) หรือแหล่งที่มาของข้อมูลนั้นๆ ทั้งนี้ ท่านจะไม่ทำซ้ำ ปรับปรุง ดัดแปลง แก้ไข ส่งต่อ เผยแพร่ หรือกระทำในลักษณะใดๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในทางการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้า เป็นลายลักษณ์อักษรจาก KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี)