Narrative Banner

ส่งออกน้ำมันรำข้าวไทยปี 2568 มูลค่าโตพุ่ง 12.8% สูงสุดในรอบ 3 ปี

ลัดดาวัลย์ เฉลิมแสนยากร

  • น้ำมันรำข้าว ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวไทย และจะเป็นหนึ่งในทางรอดของข้าวไทยได้อย่างยั่งยืน จากแรงกระตุ้นสำคัญที่น้ำมันรำข้าวมีราคาสูงและผันผวนน้อยกว่าราคาข้าว สร้างมูลค่าเพิ่มจากข้าวได้ 3.3 เท่า และยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพที่โดดเด่นกว่าน้ำมันพืชอื่น 
     
  • ในปี 2568 มูลค่าส่งออกน้ำมันรำข้าวไทย คาดว่าจะโต 12.8% ไปอยู่ที่ 73.3 ล้านดอลลาร์ฯ มาจากทั้งปริมาณโต 8.8% และราคาโต 3.6% 

  • แรงหนุนมาจากตลาดส่งออกหลักอย่างญี่ปุ่นที่โตสูงกว่า 19.1% ตามการเติบโตของตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ในเกาหลีใต้อาจหดตัว 0.4% จากแรงกดดันของอุปทานน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันปาล์มที่เพิ่มขึ้น  

น้ำมันรำข้าว ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวที่สร้างมูลค่าเพิ่มและช่วยยกระดับข้าวไทยสู่ความยั่งยืน     

น้ำมันรำข้าวไทยช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวไทย และจะเป็นหนึ่งในทางรอดได้อย่างยั่งยืน ท่ามกลางผลผลิตข้าวไทยที่ล้นตลาด โดยแรงกระตุ้นสำคัญในการมุ่งไปสู่น้ำมันรำข้าว มีดังนี้
  • ราคาน้ำมันรำข้าวสูงกว่าราคาข้าวเฉลี่ย 1.3 ดอลลาร์ฯต่อกก. โดยในช่วงปี 2565-2567 ราคาส่งออกน้ำมันรำข้าวไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.9 ดอลลาร์ฯต่อกก. ขณะที่ราคาส่งออกข้าวไทยที่เป็นสินค้าขั้นต้นเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 0.6 ดอลลาร์ฯต่อกก.  

  • ราคาน้ำมันรำข้าวผันผวนน้อยกว่าราคาข้าว สะท้อนจากในช่วงที่มีปัจจัยสำคัญมากระทบตลาด เช่น สภาพอากาศแปรปรวน นโยบายการค้าของผู้เล่นหลัก เป็นต้น พบว่าราคาน้ำมันรำข้าวจะเคลื่อนไหวขึ้นหรือลงไม่แรงมากนักเมื่อเทียบกับราคาข้าวที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์เกษตรที่มีราคาขึ้นอยู่กับตลาดโลกเป็นหลัก อีกทั้งส่วนหนึ่งมาจากน้ำมันรำข้าวมีตลาดเฉพาะกลุ่มและมีการผลิตที่จำกัดกว่าสินค้าข้าวที่เป็นตลาดที่มีกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก (Mass Market)

  • น้ำมันรำข้าวสร้างมูลค่าเพิ่มจากข้าวราว 3.3 เท่า สูงกว่าผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวอื่น เช่น แป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียวที่สร้างมูลค่าเพิ่มจากข้าวได้เพียง 1.4-1.8 เท่า เป็นต้น

  • น้ำมันรำข้าวมีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีคุณสมบัติในการปรุงอาหารที่โดดเด่นกว่าน้ำมันพืชอื่น ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะเป็นมิตรต่อหัวใจ ทั้งในแง่ของปริมาณกรดไขมันอิ่มตัวที่ไม่สูง มีจุดเกิดควันสูง มีวิตามินอีสูง มีแกมมา-โอรีซานอลที่พบได้เฉพาะในน้ำมันรำข้าวเท่านั้น รวมไปถึงราคาจำหน่ายของน้ำมันรำข้าวที่ไม่สูงนักเมื่อเทียบกับน้ำมันพืชอื่น ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ไม่ยาก
ส่งออกน้ำมันรำข้าวไทยปี 2568 มูลค่าพุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี 

ในปี 2568 มูลค่าส่งออกน้ำมันรำข้าวไทย คาดว่าจะโต 12.8% ไปอยู่ที่ 73.3 ล้านดอลลาร์ฯ โดยเป็นผลมาจากทั้งปริมาณโต 8.8% และราคาโต 3.6%

แรงหนุนมาจากตลาดส่งออกหลักอย่างญี่ปุ่นที่เติบโตดี ขณะที่ในเกาหลีใต้อาจเผชิญความท้าทายให้หดตัวเล็กน้อย

ญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกน้ำมันรำข้าวศักยภาพของไทยที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ขณะที่เกาหลีใต้มีสัดส่วนการส่งออกลดลง โดยในช่วงปี 2565-2567 มูลค่าส่งออกน้ำมันรำข้าวไทยไปญี่ปุ่นมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นไปเฉลี่ยที่ 24% หรือมากกว่า 2.7 เท่าเทียบ

กับช่วงปี 2562-2564 ขณะที่ไทยส่งออกไปเกาหลีใต้ในช่วงปี 2565-2567 มีสัดส่วนลดลงไปเฉลี่ยที่ 27% จาก 31% ในช่วงปี 2562-2564

ในปี 2568 มูลค่าส่งออกน้ำมันรำข้าวไทยไปญี่ปุ่น คาดว่าจะโต 19.1% ขณะที่ส่งออกไปเกาหลีใต้ คาดว่ามูลค่าจะหดตัว 0.4% ทั้งนี้ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มีการนำเข้าน้ำมันรำข้าวเพื่อใช้บริโภคเป็นหลัก  ซึ่งใช้เป็นส่วนประกอบในเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
 
  • ญี่ปุ่น เป็นตลาดศักยภาพ โดยญี่ปุ่นนำเข้าจากไทยเป็นหลักกว่า 64.8%ตามด้วยเวียดนาม 34.6%  และแม้ราคาของไทยจะสูงกว่าเวียดนามเฉลี่ยราว 0.3 ดอลลาร์ฯต่อ กก. แต่ด้วยคุณภาพที่ดีและปริมาณส่งมอบที่มีเพียงพอ ทำให้น้ำมันรำข้าวไทยสามารถครองใจผู้บริโภคญี่ปุ่นได้ ทั้งนี้ ความต้องการบริโภคน้ำมันรำข้าวของญี่ปุ่น มาจากผู้บริโภคกว่า 39% เลือกบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ  โดยตลาดอาหารเพื่อสุขภาพและอาหารเพื่อสุขภาพเฉพาะ ของญี่ปุ่น คาดว่าจะโตเฉลี่ย 5.9% ต่อปีในช่วงปี 2568-2576 ไปอยู่ที่ 24,500 ล้านดอลลาร์ฯในปี 2576  ตามความตระหนักด้านสุขภาพที่ดีและจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น

  • เกาหลีใต้ เป็นตลาดที่ท้าทาย แม้ว่าเกาหลีใต้จะเป็นตลาดส่งออกใหญ่สุดของไทย และเกาหลีใต้เองก็นำเข้าจากไทยเป็นหลักกว่า 94% จากราคาของไทยที่ถูกกว่าคู่แข่งอย่างเวียดนามราว 0.1 ดอลลาร์ฯต่อกก. แต่ด้วยความนิยมบริโภคน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันปาล์มเป็นหลักกว่า 78% ซึ่งคาดว่าในปี 2568 เกาหลีใต้จะมีอุปทานน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันปาล์มเพิ่มกว่า 4.5% จะกดดันความต้องการบริโภคพืชน้ำมันอื่น รวมถึงการบริโภคน้ำมันรำข้าวไทยที่จะส่งออกไปให้ได้รับผลกระทบในเชิงลบด้วย


ภาพปกวิดีโอจาก YouTube

มูลค่าการส่งออก IC คาดเติบโต 22% ในปี 2026 แรงหนุนหลักมาจากการขยายตัวของ AI และ Data Center

รินรดา อัมพรสิทธิกูล

การประชุม กนง. 25 ก.พ. 69 มติไม่เป็นเอกฉันท์ลดดอกเบี้ยลงมาอยู่ที่ 1.00%

ลลิตา เธียรประสิทธิ์

ราคาเอทิลีนในปี 2569 คาดหดตัว 6.4% จากภาวะอุปทานส่วนเกิน

ณัฐนรี จิรัปปภา

1 ปี ภาษีทรัมป์ สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสินค้าเพิ่มขึ้น ขาดดุลกับไทยมากขึ้น และเป็นอันดับ 7 ในปี 2025

เกวลิน หวังพิชญสุข

การเผาพื้นที่เกษตรไทยต้นปี 2569 มีแนวโน้มชะลอลง จากการรวมศูนย์คำสั่งและใช้ดาวเทียมตรวจเรียลไทม์ทั่วประเทศ

นราพร สังสะนา

หลังศาลสูงสหรัฐสั่งยกเลิกใช้ IEEPA จัดเก็บภาษี คาดยังเห็นการส่งออกจีนผ่านประเทศที่ 3

จิรดา ภักดิ์วิไลเกียรติ

เงินรูเปียห์อ่อนค่ายังเป็นแรงกดดันสำคัญ BI คงดอกเบี้ยที่ 4.75%

ทัศน์วรรณ ขาวอุปถัมภ์

Video

ภาพปกวิดีโอจาก YouTube