Narrative Banner

สินเชื่อยั่งยืนในไทย : ทางเลือกแหล่งเงินทุนใหม่สำหรับ SMEs และรายย่อย

นราพร สังสะนา

  • ​สินเชื่อยั่งยืน จะช่วยให้ธุรกิจ SMEs และรายย่อยได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อทั่วไป อีกทั้งยังได้รับเทคนิคและความรู้ ทำให้ SMEs สามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาดที่เน้นความยั่งยืนมากขึ้น
  • ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ในไทยเร่งออกสินเชื่อยั่งยืนมากขึ้น จนสัดส่วนยอดคงค้างสินเชื่อยั่งยืนต่อสินเชื่อรวมเร่งขึ้นจากเฉลี่ย 1.6% ในปี 2021 เป็น 3.9% ในปี 2024
  • จากการเร่งบรรลุเป้าหมายการสนับสนุนการเงินยั่งยืน ศูนย์วิจัยกสิกร คาดว่า พอร์ตสินเชื่อของธนาคารจะทยอยเพิ่มสัดส่วนไปสู่ Green Portfolio มากขึ้นในระยะยาว จากแนวโน้มการขยายเป้าหมายวงเงินสนับสนุนการเงินยั่งยืน หลังใกล้บรรลุเป้าหมายเดิม

สินเชื่อยั่งยืนและโครงการสีเขียวอาจจะช่วย SMEs และรายย่อยเข้าถึงเม็ดเงินลงทุนถูกได้

สินเชื่อยั่งยืน จะช่วยให้ธุรกิจ SMEs และรายย่อยได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อทั่วไป เช่น อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านยั่งยืนต่ำกว่าสินเชื่อบ้านทั่วไปเฉลี่ย 0.7% ในบางธนาคาร  อีกทั้งยังได้รับเทคนิคและความรู้ ทำให้ SMEs สามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาดที่เน้นความยั่งยืนมากขึ้น

สินเชื่อยั่งยืนในไทยเติบโตกว่าสินเชื่อทั่วไปตั้งแต่ปี 2021

ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ในไทย เร่งออกสินเชื่อยั่งยืนมากขึ้น จนสัดส่วนยอดคงค้างสินเชื่อยั่งยืนต่อสินเชื่อรวมเร่งขึ้นจากเฉลี่ย 1.6% ในปี 2021 เป็น 3.9% ในปี 2024 จากการเร่งบรรลุเป้าหมายการสนับสนุนการเงินยั่งยืน  โดย ณ สิ้นปี 2024 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของไทย 3 แห่ง บรรลุเป้าหมายการสนับสนุนการเงินยั่งยืนอย่างรวดเร็ว  เฉลี่ย 74.1% จากเป้าหมาย 1.5  - 2.5 แสนล้านบาท ภายในปี 2025 – 2030

ศูนย์วิจัยกสิกรคาดว่าพอร์ตสินเชื่อของธนาคารจะทยอยเพิ่มสัดส่วนไปสู่ Green Portfolio มากขึ้นในระยะยาว จากแนวโน้มการขยายเป้าหมายวงเงินสนับสนุนการเงินยั่งยืน หลังใกล้บรรลุเป้าหมายเดิม

แม้สินเชื่อยั่งยืนยังกระจุกในบริษัทใหญ่ แต่การแข่งขันระหว่างธนาคารพาณิชย์จะเปิดโอกาสเข้าถึงสินเชื่อให้ SMEs และรายย่อย

ณ สิ้นปี 2024 สินเชื่อยั่งยืนกระจุกอยู่ในบริษัทขนาดใหญ่เกือบ 90%  โดยเฉพาะภาคพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และพลังงาน จากการเร่งปรับตัวของอุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนสูง ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนน้อยที่สุดเพียง 2% จากข้อจำกัดด้านต้นทุนและความซับซ้อนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่กระบวนการผลิตที่ยั่งยืน

แต่ในระยะข้างหน้า ช่องว่างตลาด (1.6 แสนล้านบาท) มีแนวโน้มกระจายมายัง SMEs และรายย่อยมากขึ้น จากการขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่ได้รับบริการเพียงพอ (underserved market) เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของสินเชื่อสำหรับธนาคารพาณิชย์  

อีกทั้ง การแข่งขันทั้งในแง่ราคาและบริการจะเข้มข้นมากขึ้น จากการจำกัดอุตสาหกรรมที่ผ่านเกณฑ์ Thailand Taxonomy ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ต้องการเพิ่มการปล่อยสินเชื่อยั่งยืน  ส่งผลให้ผู้ประกอบการ SMEs และรายย่อยมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อยั่งยืนได้มากขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ในไทยอาจพิจารณาออกผลิตภัณฑ์ ‘ลดอัตราดอกเบี้ยตามการลดคาร์บอน’(Outcome-Based Rate) ถ้า SME ลดการปล่อย CO₂ ได้ตามแผน  หรือเพิ่มบริการวัดคาร์บอนฟรี

แนวทางเตรียมตัวขอรับสินเชื่อยั่งยืนสำหรับ SMEs และรายย่อย

การเตรียมตัวเพื่อขอรับสินเชื่อยั่งยืน ต้องแสดงให้เห็นถึงผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมทั้งความโปร่งใสในการดำเนินโครงการ  โดย SMEs และรายย่อยอาจเตรียมตัวยื่นขอสินเชื่อยั่งยืน ดังนี้
  1. พัฒนาโครงการที่สอดคล้องกับเกณฑ์ ESG ออกแบบหรือปรับโครงการให้มีผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมหรือสังคม เช่น โครงการ Solar PV โครงการ Wastewater Recycling
  2. จัดเตรียมข้อมูลและหลักฐานสนับสนุน โดย รวบรวมข้อมูลหรือรายงานที่แสดงผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น รายงานการลดการปล่อยคาร์บอน  ใบรับรองระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม เช่น ISO 14001 เอกสารรับรองผลิตภัณฑ์ เช่น Thai Green Label
  3. ใช้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีช่วยตรวจสอบและวัดผล เพิ่มความโปร่งใสโดยใช้เทคโนโลยีตรวจวัดและติดตาม เช่น ระบบ Smart Meter หรือตัววัดพลังงานแบบเรียลไทม์ ติดตั้งระบบ Energy Monitoring Dashboard
  4. จัดเตรียมแผนธุรกิจและแผนทางการเงินที่ชัดเจน นำเสนอแผนธุรกิจที่แสดงถึงความมั่นคงและผลตอบแทนของโครงการ เช่น จัดทำแผนธุรกิจที่แสดงรายได้ ค่าใช้จ่าย และจุดคุ้มทุนของโครงการ แสดงการประหยัดต้นทุนระยะยาว เช่น ค่าไฟฟ้าที่ลดลง

มูลค่าการส่งออก IC คาดเติบโต 22% ในปี 2026 แรงหนุนหลักมาจากการขยายตัวของ AI และ Data Center

รินรดา อัมพรสิทธิกูล

การประชุม กนง. 25 ก.พ. 69 มติไม่เป็นเอกฉันท์ลดดอกเบี้ยลงมาอยู่ที่ 1.00%

ลลิตา เธียรประสิทธิ์

ราคาเอทิลีนในปี 2569 คาดหดตัว 6.4% จากภาวะอุปทานส่วนเกิน

ณัฐนรี จิรัปปภา

1 ปี ภาษีทรัมป์ สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสินค้าเพิ่มขึ้น ขาดดุลกับไทยมากขึ้น และเป็นอันดับ 7 ในปี 2025

เกวลิน หวังพิชญสุข

การเผาพื้นที่เกษตรไทยต้นปี 2569 มีแนวโน้มชะลอลง จากการรวมศูนย์คำสั่งและใช้ดาวเทียมตรวจเรียลไทม์ทั่วประเทศ

นราพร สังสะนา

หลังศาลสูงสหรัฐสั่งยกเลิกใช้ IEEPA จัดเก็บภาษี คาดยังเห็นการส่งออกจีนผ่านประเทศที่ 3

จิรดา ภักดิ์วิไลเกียรติ

เงินรูเปียห์อ่อนค่ายังเป็นแรงกดดันสำคัญ BI คงดอกเบี้ยที่ 4.75%

ทัศน์วรรณ ขาวอุปถัมภ์

Video

ภาพปกวิดีโอจาก YouTube