ปัจจุบันประเทศไทยมีการลงทุนใน การเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance) มูลค่า 1.7 ล้านล้านบาท ในขณะที่มีความต้องการเงินทุนสูงถึง 28.7 ล้านล้านบาท เพื่อดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งการดำเนินงานตามมาตรการและแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นทั้งจากในและนอกประเทศ
Climate Finance กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยผู้ประกอบการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างไรก็ดี องค์กรจำนวนมากยังขาดความรู้และความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
ถึงแม้แหล่งเงินทุนทางเลือกหลัก เช่น การกู้สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ ที่เข้าถึงได้ง่ายและคุ้นเคยกว่า แต่ก็อาจมีอัตราดอกเบี้ย ภาระหนี้ และข้อกำหนดค้ำประกัน ซึ่งอาจเป็นภาระหนักสำหรับผู้ประกอบการเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ SMEs
กองทุนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทั่วโลกมีการระดมทุนจัดตั้งกองทุนขึ้นเพื่อสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในโครงการด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และโครงการเพื่อการปรับตัว (Adaptation) โดยมีกองทุนสำคัญ แบ่งเป็นกองทุนระดับโลก และกองทุนภายในประเทศ
แหล่งทุนด้าน Climate Change ไม่ได้มีลักษณะเหมือนสินเชื่อทั่วไป แต่ถูกออกแบบให้มีความหลากหลายของเครื่องมือทางการเงิน เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกันของหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และ SMEs โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ซึ่งมีความเหมาะสม ข้อดี และข้อจำกัด แตกต่างกันออกไป ได้แก่
- Grant (เงินสนับสนุนให้เปล่า)
- Seed Funding (ทุนตั้งต้น/เงินสนับสนุนโครงการทดลอง)
- Loan (เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ/เงินหมุนเวียน)
- Co-Finance/ Co-Pay (การร่วมลงทุน/รัฐสนับสนุนบางส่วน/เงินอุดหนุน)
การเข้าใจประเภทของแหล่งทุนจะช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถเลือกเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม กับลักษณะโครงการและศักยภาพทางธุรกิจของตน ไม่ว่าจะเป็นโครงการเล็กเชิงทดลอง หรือโครงการใหญ่ที่ต้องการลงทุนจริงจัง
ปัจจัยอื่นๆ ที่ธุรกิจต้องพิจารณา
องค์กรหรือภาคธุรกิจไทยควรพิจารณาข้อกำหนดของแต่ละกองทุนเพื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจ นอกจากนี้ยังควรติดตามข้อมูล ได้แก่ (1) นโยบายส่งเสริมการเข้าถึงเงินทุนของประเทศ (2) รอบการเปิดรับข้อเสนอโครงการ และ (3) การพัฒนาปรับปรุงข้อเสนอโครงการ เพื่อเป็นข้อได้เปรียบในการขอรับเงินทุน โดยสามารถศึกษารายละเอียดของผู้ให้ทุน ส่วนใหญ่จะมีการเปิดเผยข้อมูลในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลต่อสาธารณะ การศึกษาข้อมูลกองทุนช่วยให้การเตรียมตัวยื่นขอทุนมีความสมบูรณ์ถูกต้อง หากมีข้อสงสัยหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามหรือขอคำปรึกษาจากหน่วยงานผู้ให้ทุนได้