อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือน ส.ค. 2568 ยังติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ที่ -0.79%YoY จากแรงกดดันด้านอุปทานเป็นสำคัญ โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ปรับลดลง -7.4%YoY ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบโลกและมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของภาครัฐฯ รวมถึงราคาผักผลไม้สดและไข่ไก่ที่ปรับลดลง -13.7%YoY และ -7.8%YoY ตามลำดับ จากผลผลิตที่ล้นตลาดและกดดันราคาให้ปรับลดลง ขณะที่อุปสงค์ในประเทศชะลอตัว
เงินเฟ้อไทยยังมีความเสี่ยงของสภาวะเงินฝืด จากราคาที่ปรับลดลงขยายวงกว้าง (Broad-based) มากขึ้น เมื่อเทียบกับเดือน ก.ค. 2568 มีรายการสินค้าที่ราคาปรับลดลงเพิ่มขึ้น 10 รายการ เช่น นมและผลิตภัณฑ์นม ผลไม้แปรรูป เครื่องแต่งกายบางชนิด เป็นต้น รวมเป็น 183 รายการ จากรายการทั้งหมดในตะกร้าสินค้าที่ใช้คำนวณอัตราเงินเฟ้อจำนวน 464 รายการ หรือคิดเป็นราว 40%
อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังปรับเพิ่มขึ้นที่ 0.81%YoY ในเดือนส.ค. 2568 และผู้บริโภคยังมีความกังวลต่อค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง โดยราคาสินค้าหลายรายการยังปรับเพิ่มขึ้น อาทิ อาหารสำเร็จรูป ยา ค่าวัสดุก่อสร้าง รวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับการบริการที่ปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ ค่าเช่าบ้าน ค่าบำรุงรักษารถยนต์ ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมีส่วนกดดันให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนส.ค. 2568 อยู่ที่ 47.9 ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นที่ลดลง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดประมาณการอัตราเงินเฟ้อในปี 2568 ลงมาอยู่ที่ 0.1% จาก 0.3% โดยไตรมาสที่ 3 คาดว่าจะติดลบมากกว่าคาดเล็กน้อย ขณะที่ในไตรมาส 4 คาดว่าเงินเฟ้ออาจพลิกกลับมาเป็นบวกได้แต่จะน้อยกว่าที่เคยประเมินไว้ เนื่องจาก
- ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศมีแนวโน้มปรับลดลง ตามราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในช่วงที่เหลือของปีคาดว่าจะต่ำกว่าปีก่อนเกือบ 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ค่าไฟฟ้าในเดือนก.ย.-ธ.ค. 2568 ปรับลงมาอยู่ที่ 3.94 บาทต่อหน่วย จากมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของรัฐบาล
- ราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มลดลง จากผลผลิตที่ออกมาเกินความต้องการ เนื่องจากสภาพอากาศที่มีความเหมาะสมในการเพาะปลูกมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน และจากการนำเข้าผักและผลไม้สดราคาถูกจากจีนและเวียดนาม
- แนวโน้มอุปสงค์ในประเทศชะลอลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเมืองจะส่งผลต่อความต่อเนื่องของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี 2568 นอกจากนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต่ำกว่าที่คาดส่งผลต่อการใช้จ่ายในประเทศเช่นกัน
Disclaimer
รายงานวิจัยนี้จัดทำโดย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) เพื่อเผยแพร่เป็นการทั่วไป โดยอาศัยแหล่งข้อมูลสาธารณะ หรือ ข้อมูลที่เชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือที่ปรากฏขณะจัดทำ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา ทั้งนี้ KResearch มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ ความเหมาะสม ความครบถ้วนสมบูรณ์ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้ชวน เสนอแนะ ให้คำแนะนำ หรือจูงใจในการตัดสินใจเพื่อดำเนินการใดๆ แต่อย่างใด ดังนั้น ท่านควรศึกษาข้อมูลด้วยความระมัดระวังและใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใดๆ KResearch จะไม่รับผิดในความเสียหายใดที่เกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว
ข้อมูลใดๆ ที่ปรากฎในรายงานวิจัยนี้ถือเป็นทรัพย์สินของ KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี) การนำข้อมูลดังกล่าว (ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน) ไปใช้ต้องแสดงข้อความถึงสิทธิความเป็นเจ้าของแก่ KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี) หรือแหล่งที่มาของข้อมูลนั้นๆ ทั้งนี้ ท่านจะไม่ทำซ้ำ ปรับปรุง ดัดแปลง แก้ไข ส่งต่อ เผยแพร่ หรือกระทำในลักษณะใดๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในทางการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้า เป็นลายลักษณ์อักษรจาก KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี)