การส่งออกไทยในเดือน ม.ค. 2568 ขยายตัว 13.6%YoY สูงกว่าคาด และขยายตัวสูงที่สุดในช่วงเวลาเดียวกันนับตั้งแต่ปี 2561 โดยเป็นผลมาจาก
- การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังเติบโตดีต่อเนื่องตามขาขึ้นของวัฏจักรสินค้า ประกอบกับการเร่งนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ซึ่งหนุนให้การส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ขยายตัว 22.4%YoY โดยสินค้าส่งออกที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ รวมถึง HDDs และหม้อแปลงไฟฟ้า
- นอกจากนี้ การส่งออกไปจีนที่ขยายตัวดีต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ที่ 13.2%YoY ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากการส่งออกสินค้าขั้นกลางที่ขยายตัวดี อาทิ พลาสติกและเคมีภัณฑ์ การส่งออกไปยังอาเซียนกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือนที่ 4.8% เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนชั่วคราวจากการส่งออกที่เกี่ยวเนื่องกับอากาศยาน ซึ่งหากหักออก การส่งออกไปอาเซียนจะยังขยายตัวที่ 0.9%YoY
การส่งออกไทยคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการเร่งนำเข้าสินค้าในตลาดต่าง ๆ ไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2568 ถึงแม้ว่าการส่งออกเกาหลีใต้ในช่วง 20 วันแรกของเดือนก.พ.2568 ขยายตัวสูงถึง 16.0%YoY แต่หากเฉลี่ยการส่งออกตั้งแต่ต้นปี 2568 พบว่าหดตัว -0.8%YoY สะท้อนโมเมนตัมที่อ่อนแอลง
อย่างไรก็ตาม จากความไม่แน่นอนของการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมินผลกระทบในเบื้องต้นไว้ที่ -0.5% ซึ่งได้รวมอยู่ในประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยในปี 2568 แล้วที่ 2.5% ชะลอจากปีก่อนหน้า โดยผลกระทบมาจาก
- สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้า 25% ทั่วโลก ในรายการเหล็กและอลูมิเนียม เซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ ยา และไม้แปรรูป โดยการส่งออกไทยในสินค้ากลุ่มดังกล่าวของไทยมีสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับการส่งออกรวมไปสหรัฐฯ แต่การส่งออกรถยนต์นั่งขนาดเล็กของไทยไปสหรัฐฯ ในปี 2568 คาดว่าจะหดตัว
- มาตรการภาษีแบบตอบโต้ (Reciprocal tariff) ที่คาดว่าจะประกาศใช้ในเดือนเม.ย. 2568 ซึ่งไทยอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะถูกปรับขึ้นภาษีนำเข้า เนื่องจาก 1) ไทยได้ดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในระดับสูงเป็นอันดับที่ 11 ในปี 2567 2) ไทยมีอัตราภาษีนำเข้า (MFN) รวมกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สูงกว่าสหรัฐฯ โดยอยู่ในระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน ขณะที่สินค้าที่ไทยมีอัตราภาษีสูงกว่าสหรัฐฯ มาก ได้แก่ กลุ่มเกษตร อาทิ น้ำมันปาล์ม น้ำตาล และยานยนต์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับการปกป้องในไทย
อย่างไรก็ตาม ไทยคงต้องเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตร เช่น ข้าวโพด ข้าวสาลี ถั่วเหลือง เป็นต้น สินค้าพลังงานอย่างน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงอาวุธ ยุทโธปกรณ์ เช่นเดียวกับกรณีที่อินเดียได้เจรจาข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ ไปก่อนหน้า
Disclaimer
รายงานวิจัยนี้จัดทำโดย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) เพื่อเผยแพร่เป็นการทั่วไป โดยอาศัยแหล่งข้อมูลสาธารณะ หรือ ข้อมูลที่เชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือที่ปรากฏขณะจัดทำ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา ทั้งนี้ KResearch มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ ความเหมาะสม ความครบถ้วนสมบูรณ์ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้ชวน เสนอแนะ ให้คำแนะนำ หรือจูงใจในการตัดสินใจเพื่อดำเนินการใดๆ แต่อย่างใด ดังนั้น ท่านควรศึกษาข้อมูลด้วยความระมัดระวังและใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใดๆ KResearch จะไม่รับผิดในความเสียหายใดที่เกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว
ข้อมูลใดๆ ที่ปรากฎในรายงานวิจัยนี้ถือเป็นทรัพย์สินของ KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี) การนำข้อมูลดังกล่าว (ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน) ไปใช้ต้องแสดงข้อความถึงสิทธิความเป็นเจ้าของแก่ KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี) หรือแหล่งที่มาของข้อมูลนั้นๆ ทั้งนี้ ท่านจะไม่ทำซ้ำ ปรับปรุง ดัดแปลง แก้ไข ส่งต่อ เผยแพร่ หรือกระทำในลักษณะใดๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในทางการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้า เป็นลายลักษณ์อักษรจาก KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี)