ปัจจุบันอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของไทยปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 0.86 ตันต่อการผลิตปูนซีเมนต์ 1 ตัน ซึ่งสูงกว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาค ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ภายในปี 2030 ต้นทุนคาร์บอนที่เพิ่มสูงขึ้นอาจทำให้อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันใน EU เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคหรือการผลิตในภายใน EU เอง เทคโนโลยีการลดการปล่อยคาร์บอน ได้แก่ ปูนซีเมนต์ผสม (Blended Cement) เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอน และการทดแทนเชื้อเพลิงด้วยชีวมวล เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านส่งออก
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 29
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 สหภาพยุโรปจะเริ่มจัดเก็บภาษีนำเข้าภายใต้มาตรการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) โดยในระยะแรก ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า CBAM จะส่งผลกระทบต่อ 3.8% ของสินค้าส่งออกของไทยไปสหภาพยุโรปในปี 2569 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 28,000 ล้านบาท ในประเทศไทย สองอุตสาหกรรมหลักที่จะได้รับผลกระทบ คือ เหล็กและเหล็กกล้า (มีมูลค่าส่งออก 95.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567) และอะลูมิเนียม (มีมูลค่าส่งออก 56.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567) ขณะที่การส่งออกปูนซีเมนต์และปุ๋ยมีมูลค่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่สำหรับ อุตสาหกรรมที่ยังไม่อยู่ในขอบเขตโดยตรง เช่น โพลิเมอร์ พลาสติก เคมีภัณฑ์ แก้ว เซรามิก เยื่อและกระดาษ และ การประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ควรเร่ง วัดการปล่อยคาร์บอนต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ (Product Carbon Footprint) และศึกษา/เตรียมแผนลงทุน เทคโนโลยีปล่อยคาร์บอนต่ำ (Low-carbon) ตั้งแต่ตอนนี้
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 08
EU ประกาศผ่อนปรนกฎระเบียบสำหรับ SMEs ที่อยู่ภายใต้ CBAM ในปี 2026 โดยยกเว้นกฎระเบียบ (De Minimis) ให้ธุรกิจที่ส่งออกน้อยกว่า 50 ตันต่อปี จากเดิมจำกัดเฉพาะการนำเข้าที่มูลค่าน้อยกว่า 150 ยูโร/การขนส่ง และอนุญาตให้ใช้ค่าเฉลี่ย 10 ประเทศที่ปล่อย CO2 สูงสุดของสินค้านั้นในการหักลดคาร์บอนแทนการจ่ายจริง ส่งผลให้ผู้นำเข้าประหยัดต้นทุนรวมได้มากกว่า 832 ล้านยูโร/ปี และครอบคลุมผู้นำเข้ากว่า 182,000 ราย 4 ธุรกิจไทยที่จะได้รับประโยชน์จากการผ่อนปรนครั้งนี้ ได้แก่ ธุรกิจเหล็กและเหล็กกล้า ซีเมนต์ อะลูมิเนียม และปุ๋ย อย่างไรก็ดี กฎระเบียบใหม่ที่ผ่อนปรนยังคงมีความเข้มงวด จาก (1) ค่าปรับลงโทษที่สูงถึง 300 – 500 ยูโร/ตัน (2) ไม่ครอบคลุมธุรกิจไฟฟ้าหรือไฮโดนเจน และ (3) ห้ามแบ่งนำเข้าสินค้าเป็นหลายส่วน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Nov 11
เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2025 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศเลื่อนการรายงานความยั่งยืนตามมาตรฐาน ESRS สำหรับบริษัทนอก EU ที่อยู่ภายใต้ CSRD จากปี 2026 เป็นปี 2028 ทั้งนี้ การประกาศเลื่อนดังกล่าวไม่กระทบการบังคับใช้ CBAM ในปี 2026 ผู้ส่งออกไทยไปยัง EU ยังต้องปรับตัวให้ “กรีน” เพื่อลดค่าปรับ โดยเฉพาะกลุ่ม เหล็ก&เหล็กกล้า ซีเมนต์ และ อลูมิเนียม แนวทางการทำให้ธุรกิจ “กรีนขึ้น” เพื่อลดภาระจาก EU CBAM อาจเริ่มจาก (1) เก็บข้อมูลคาร์บอนในการผลิต (2) ลุยโครงการที่ทำได้ทันที เช่น การติดตั้งโซลาร์ การจัดการของเสียอย่างยั่งยืน และ (3) เข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวเพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงิน (Greenium) ผ่านสินเชื่อและพันธบัตรสีเขียว
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 17
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้