Narrative Banner

ประชุม FOMC วันที่ 29-30 ก.ค. 2568 คาดเฟดคงดอกเบี้ยต่อเนื่อง รอดูผลกระทบหลัง Reciprocal Tariffs บังคับใช้ 1 ส.ค. 2568

ลลิตา เธียรประสิทธิ์

  • ในการประชุม FOMC วันที่ 29-30 ก.ค. 2568 คาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ระดับ 4.25-4.50% เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงสะท้อนภาพแข็งแกร่ง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ขยับขึ้น สะท้อนผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้า
  • อย่างไรก็ดี คาดว่ามติคงดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้อาจออกมาไม่เป็นเอกฉันท์ เนื่องจากสมาชิกเฟดบางรายได้แสดงความเห็นสนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยในเดือนก.ค. ในการดำเนินนโยบายเชิงรุกล่วงหน้า (ahead of the curve) เพื่อรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจ
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยครั้งแรกเร็วสุดในเดือนกันยายน 2568 และอีกครั้งในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ จากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังการบังคับใช้ภาษีฯ 1 ส.ค. 68 

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงสะท้อนภาพแข็งแกร่ง เป็นปัจจัยหนุนเฟดให้ยังคงท่าทีรอดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยในเดือนมิ.ย. 68 อัตราว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 4.1% จาก 4.2% ในเดือนก่อนหน้า อีกทั้งตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-farm payrolls) เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดที่ 147,000 ตำแหน่ง ขณะที่ยอดค้าปลีกในเดือนมิ.ย.68 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย.-ก.ค. ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ขยับขึ้น สะท้อนผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้า ซึ่งเริ่มส่งผ่านมายังราคาสินค้าผู้บริโภคในหมวดต่างๆ เช่น เสื้อผ้าและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ทั้งนี้ หลังวันที่ 1 ส.ค. 68 ที่มีการบังคับใช้ภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariffs) รวมถึงหากมีการใช้ภาษีนำเข้ารายอุตสาหกรรมเพิ่มเติม (มาตรา 232) เงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจเร่งตัวขึ้นในระยะข้างหน้า

อย่างไรก็ดี คาดว่ามติคงดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้อาจออกมาไม่เป็นเอกฉันท์ เนื่องจากสมาชิกเฟดบางราย อาทิ Christopher Waller และ Michelle Bowman ได้แสดงความเห็นสนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยในเดือนก.ค. เนื่องจากมองว่าความเสี่ยงด้านลบต่อตลาดแรงงานเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงด้านบวกต่อเงินเฟ้อมีจำกัด ซึ่งเฟดควรดำเนินนโยบายเชิงรุกล่วงหน้า (ahead of the curve) เพื่อรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยครั้งแรกเร็วสุดในเดือนกันยายน 2568 และอีกครั้งในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ จากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังการบังคับใช้ภาษีฯ 1 ส.ค. 68 โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าชัดเจนขึ้น ท่ามกลางการลดลงของการสะสมสินค้าคงคลัง ซึ่งจะเห็นการส่งผ่านต้นทุนภาษีฯ มายังราคาสินค้าผู้บริโภคมากขึ้น และเป็นตัวกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภค ทั้งนี้ ทิศทางการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดจะยังขึ้นอยู่กับพัฒนาการของข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเป็นสำคัญ แม้เฟดจะเผชิญแรงกดดันทางการเมืองจากฝ่ายรัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งมีท่าทีวิจารณ์เฟดมาอย่างต่อเนื่อง 

มูลค่าการส่งออก IC คาดเติบโต 22% ในปี 2026 แรงหนุนหลักมาจากการขยายตัวของ AI และ Data Center

รินรดา อัมพรสิทธิกูล

การประชุม กนง. 25 ก.พ. 69 มติไม่เป็นเอกฉันท์ลดดอกเบี้ยลงมาอยู่ที่ 1.00%

ลลิตา เธียรประสิทธิ์

ราคาเอทิลีนในปี 2569 คาดหดตัว 6.4% จากภาวะอุปทานส่วนเกิน

ณัฐนรี จิรัปปภา

1 ปี ภาษีทรัมป์ สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสินค้าเพิ่มขึ้น ขาดดุลกับไทยมากขึ้น และเป็นอันดับ 7 ในปี 2025

เกวลิน หวังพิชญสุข

การเผาพื้นที่เกษตรไทยต้นปี 2569 มีแนวโน้มชะลอลง จากการรวมศูนย์คำสั่งและใช้ดาวเทียมตรวจเรียลไทม์ทั่วประเทศ

นราพร สังสะนา

หลังศาลสูงสหรัฐสั่งยกเลิกใช้ IEEPA จัดเก็บภาษี คาดยังเห็นการส่งออกจีนผ่านประเทศที่ 3

จิรดา ภักดิ์วิไลเกียรติ

เงินรูเปียห์อ่อนค่ายังเป็นแรงกดดันสำคัญ BI คงดอกเบี้ยที่ 4.75%

ทัศน์วรรณ ขาวอุปถัมภ์

Video

ภาพปกวิดีโอจาก YouTube