Narrative Banner
เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคำว่า FED

FED

/th/Pages/FED-holds-rates-May-2025-eyes-import-tariffs-66522 FOMC

เฟดคงดอกเบี้ยในการประชุม 6-7 พ.ค. 2568 เพื่อรอดูผลของการปรับขึ้นภาษีนำเข้า

ในการประชุมวันที่ 6–7 พฤษภาคม 2568 ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.25–4.50% พร้อมส่งสัญญาณไม่เร่งรีบในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ตลาดจะคาดการณ์ว่าจะมีการลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง โดยสิ้นปีอาจอยู่ที่ระดับ 3.75% ขณะเดียวกัน FED ยังคงดำเนินมาตรการลดงบดุล (QT) ในระดับเดิม ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค โดยเฉพาะหากผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้ารุนแรงขึ้น

author ลลิตา เธียรประสิทธิ์

เผยแพร่เมื่อ 2025 May 08

/th/Pages/FED-meeting-May-2025-rates-steady-trade-risk-66339 FOMC

ประชุม FOMC วันที่ 6-7 พ.ค. คาดเฟดคงดอกเบี้ย เพื่อรอดูผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าที่ยังไม่แน่นอนสูง

​ในการประชุม FOMC วันที่ 6-7 พ.ค. ซึ่งเป็นรอบที่ 3 จากทั้งหมด 8 รอบในปีนี้ คาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ระดับ 4.25-4.50% เพื่อรอดูผลกระทบจากมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า เฟดจะปรับลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ จากเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญจากผลกระทบที่ชัดเจนขึ้นของการปรับขึ้นภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal tariffs) หลังการชะลอการปรับขึ้นภาษีฯ สิ้นสุดลง ทั้งนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 1/ 2568 ที่ออกมาเบื้องต้นหดตัวที่ -0.3% (Annualized %QoQ, s.a.) สะท้อนความเปราะบางของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค (Technical recession) ในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้ามีความรุนแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ตลาดแรงงานมีความเสี่ยงที่จะชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญในระยะข้างหน้า

author ลลิตา เธียรประสิทธิ์

เผยแพร่เมื่อ 2025 May 02

/th/Pages/FED-holds-rates-March-2025-stagflation-risk-65678 FOMC

เฟดคงดอกเบี้ยในการประชุม 18-19 มี.ค. มองความเสี่ยง Stagflation มีมากขึ้น

การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เมื่อวันที่ 18–19 มีนาคมที่ผ่านมา มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 5.25–5.50% ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะงักงันพร้อมเงินเฟ้อ หรือที่เรียกว่า “Stagflation” ซึ่งเป็นภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตช้า แต่ราคาสินค้ายังคงปรับตัวสูงขึ้น จากการประเมินของคณะกรรมการ FOMC เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2025 คาดว่าจะเติบโตที่ระดับ 2.0% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (PCE) และเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) อยู่ที่ 2.2% ส่วนอัตราการว่างงานคาดว่าจะอยู่ที่ 4.4% ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามของ Fed ในการควบคุมเงินเฟ้อโดยไม่ทำให้ตลาดแรงงานเสียสมดุลมากเกินไป แม้จะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจและเงินเฟ้อให้สูงขึ้น แต่ Fed ส่งสัญญาณว่าจะมีการลดดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปี 2024 ซึ่งถือเป็นการดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวังในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การคงดอกเบี้ยของ Fed อาจทำให้อัตราดอกเบี้ยในไทยยังคงอยู่ในระดับเดิม ขณะที่การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจส่งผลดีต่อการส่งออกของไทย อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงในระยะข้างหน้า

author ลลิตา เธียรประสิทธิ์

เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 20