ในปี 2568 ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลกลับมาเติบโตอีกครั้ง โดยคาดว่าจะมีจำนวนหน่วยรวมถึง 150,000 หน่วย เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีเพียง 135,000 หน่วย สะท้อนถึงความต้องการที่อยู่อาศัยที่ฟื้นตัวและการปรับตัวของผู้ประกอบการที่เน้นโครงการแนวราบมากกว่าแนวสูง โดยในปี 2567 โครงการแนวราบเปิดใหม่คิดเป็น 60% ของทั้งหมด ขณะที่แนวสูงมีเพียง 40% ด้านราคาที่อยู่อาศัยแนวราบส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วง 3–5 ล้านบาท (33%) และต่ำกว่า 3 ล้านบาท (27%) ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการบ้านหลังแรกหรือขยายครอบครัว ปัจจัยสนับสนุนการเติบโต ได้แก่ ความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น การปรับตัวของผู้ประกอบการ นโยบายภาครัฐ และแนวโน้มเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว