เศรษฐกิจไทยในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงเหลือราว 1.6% จาก 2.0% ในปีก่อนหน้า โดยมีแรงกดดันสำคัญจากภาคการส่งออกที่มีแนวโน้มหดตัว จากฐานสูง การชะลอตัวของอุปสงค์โลก และผลกระทบจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจยังคงมาจากการบริโภคภาคเอกชน อย่างไรก็ดี แรงส่งมีแนวโน้มอ่อนแอลง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าคงทนที่หดตัว รวมถึงแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ลดลง นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองอาจส่งผลต่อความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงเพิ่มเติมจากการแข็งค่าของเงินบาท ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง ตลอดจนยังต้องติดตามภาวะเงินฝืดอย่างใกล้ชิด
เผยแพร่เมื่อ 2026 Jan 23
เศรษฐกิจเวียดนามไตรมาสที่ 4/2025 เติบโตเร่งขึ้นที่ 8.5% จากการลงทุนและการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่อง การส่งออกเวียดนามไปสหรัฐฯ ไตรมาสที่ 4/2025 ยังเติบโตได้ดี เพราะการเร่งส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังไม่ถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ เศรษฐกิจเวียดนามปี 2026 คาดเติบโตชะลอลงที่ 6.5%-7.0% โดยการส่งออกมีแนวโน้มหดตัวจากการถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐฯเต็มปี บนฐานสูงของปีก่อนหน้าที่มีการเร่งส่งออก
เผยแพร่เมื่อ 2026 Jan 09
เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/2568 ขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 1.2% YoY ต่ำกว่าที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ก่อนหน้านี้ที่ 1.6% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการส่งออกสินค้าที่ยังขยายตัวดี แม้ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้า และการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ยังขยายตัวดีต่อเนื่อง ขณะที่ ปัจจัยกดดันหลักมาจากการบริโภคและการลงทุนภาครัฐที่หดตัว ประกอบกับภาคการผลิตหดตัวและสินค้าคงคลังยังติดลบสูง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 เป็น 2.0% จากเดิมที่ 1.8% โดยมอง GDP ไตรมาส 4/2568 จะขยายตัวราว 0.8% YoY สาเหตุหลักมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สูงกว่าที่คาดไว้ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค มองไปในปี 2569 คาดเศรษฐกิจไทยขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงมาอยู่ในกรอบประมาณการ 1.5-1.8% ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงจากการชะลอของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนทางการเมือง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Nov 17
เศรษฐกิจอินโดนีเซียไตรมาส 3/2025 ขยายตัว 5.04%YoY ส่งผลให้ในช่วง 9 เดือนแรกของปีขยายตัวที่ 5.01%YoY โดยแม้การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนชะลอลงจากฐานสูงในไตรมาส 2 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเทศกาล แต่เศรษฐกิจยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากแรงส่งของมาตรการกระตุ้นภาครัฐและการส่งออกที่ยังเติบโต ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แนวโน้มไตรมาสสุดท้ายของปีมีโอกาสเร่งตัวขึ้น ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจทั้งปี 2025 มีโอกาสจะเติบโตใกล้เป้าหมายรัฐบาลที่ 5.2% จากแรงส่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่และนโยบายการเงินที่ยังเอื้อต่อการฟื้นตัว ขณะเดียวกันยังต้องจับตาอุปสงค์ในประเทศที่ฟื้นตัวช้า และการส่งออกไปสหรัฐฯ ที่ชะลอลงอาจเป็นแรงฉุดต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น
เผยแพร่เมื่อ 2025 Nov 06
รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 29-30 ก.ย. 2568 ซึ่งนโยบายเศรษฐกิจระยะสั้น (Quick Win) ของรัฐบาลคาดว่าจะช่วยบรรเทาค่าครองชีพในระยะสั้นและประคองเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี อย่างไรก็ดี ในระยะถัดไป ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่การคลัง (Fiscal Space) รวมถึงข้อกังวลสถานะการคลังจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agency) การดำเนินนโยบายทางการคลังต้องเน้นประสิทธิภาพทั้งฝั่งรายได้และรายจ่าย อีกทั้ง ต้องเข้มงวดกับกรอบวินัยทางการคลังมากขึ้น นอกจากนี้ การดำเนินนโยบายของรัฐบาลยังมีความท้าทายจากกรอบเวลาบริหารราชการในระยะสั้นๆ อย่างไรก็ตาม ภายใต้กรอบเวลาสั้นๆ รัฐบาลมีอีกเครื่องมือในการประคองเศรษฐกิจโดยการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณโดยเฉพาะงบลงทุน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Sep 30
เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2568 ขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 2.8% YoY ตามที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ก่อนหน้านี้ โดยได้รับแรงหนุนจากการเร่งส่งออก และผลผลิตการเกษตรที่ปรับสูงขึ้น ในขณะที่ภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนชะลอลง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 ที่ 1.5% โดยมีมุมมองเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ จากแรงส่งของการส่งออกที่ลดลงหลังมีการเร่งส่งออกสูงในช่วงครึ่งแรกของปี แม้ไทยได้รับอัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariff) ของสหรัฐฯ ดีกว่าเดิมที่ 19% นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวคาดว่าจะยังหดตัวต่อเนื่องไปในไตรมาส 3-4 ของปีนี้ และมองทั้งปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวคาดว่าจะอยู่ที่ 32.2 ล้านคน อีกทั้ง การลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐมีแนวโน้มชะลอตัวในไตรมาส 3-4 ของปีนี้ จากทั้งปัจจัยการเบิกจ่ายงบประมาณที่ช้าลง และผลของฐานต่ำที่หมดไป
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 18
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือน ก.ค. 2568 ติดลบสูงกว่าคาดที่ -0.70%YoY ถูกกดดันจากด้านอุปทานเป็นสำคัญ ได้แก่ ราคาพลังงาน ผักและผลไม้ ที่ปรับลดลง อัตราเงินเฟ้อไทยใน 7 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ในระดับต่ำที่ 0.21%YoY โดยยังมีความเสี่ยงของสภาวะเงินฝืด ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อไทยอยู่ที่ 0.3% ในปี 2568 โดยไตรมาสที่ 3 คาดว่าจะยังติดลบต่อเนื่อง ขณะที่ในไตรมาส 4 คาดว่าเงินเฟ้ออาจพลิกกลับมาเป็นบวกได้
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 06
ท่ามกลางปัจจัยกดดันเรื่องสงครามการค้าที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง เศรษฐกิจจีนไตรมาส 2/2568 เติบโตชะลอลงเล็กน้อยจากไตรมาสแรก แต่ยังเติบโตในอัตราที่สูงกว่าเป้าหมายของรัฐบาล โดยขยายตัวอยู่ที่ 5.2%YoY ทั้งนี้ เศรษฐกิจจีนครึ่งแรกของปี 2568 เติบโตดีกว่าคาดที่ 5.3%YoY ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าเศรษฐกิจจีนปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตดีกว่าคาดการณ์เดิมอยู่ที่ 4.8% จาก 4.2% ทั้งนี้ เศรษฐกิจจีนที่มีทิศทางเติบโตชะลอลงจะส่งผลกระทบมาถึงไทยผ่านภาคการท่องเที่ยวที่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนเริ่มเข้ามาในไทยน้อยลง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 15
อัตราภาษีดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนตามการเจรจาหลังจากนี้ โดยเบื้องต้นปรับภาษี 14 ประเทศ เริ่มมีผลบังคับใช้ 1 ส.ค. 2025 (เลื่อนจาก 9 ก.ค.) สินค้าที่ถูกเก็บภาษีตามมาตรา 232 (Sectoral tariff) เช่น เหล็ก/อลูมิเนียม รถยนต์/ชิ้นส่วน จะถูกเก็บในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 232 โดยไม่ถูกเก็บ Reciprocal Tariffs USMCA ได้รับการยกเว้นตามข้อกำหนดแหล่งกำเนิดสินค้า (Rule of Origins: ROOs) สินค้าจากเม็กซิโกและแคนาดาที่ไม่เป็นไปตาม ROOs จะโดนเก็บภาษี 25% ตามประกาศที่ได้ออกไปก่อนหน้า
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 08
หลังการระบาดของโควิด-19 การลงทุนใน Data Center ของไทยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 4.45 พันล้านบาทในปี 2019 เป็น 36.92 พันล้านบาทในปี 2024 สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลต่อเศรษฐกิจยุคใหม่ แม้การจ้างงานโดยตรงในอุตสาหกรรมนี้จะมีจำนวนไม่มาก—คาดการณ์เพียง 307 ตำแหน่งในปี 2024—แต่ล้วนเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทางและให้ผลตอบแทนสูง โดยทุกการลงทุน 1,000 ล้านบาทใน Data Center จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการจ้างงานราว 10–13 ล้านบาท และสร้างรายได้จากการให้บริการสูงถึง 240 ล้านบาท
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 09
สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ปกคลุมพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตประจำวัน สะท้อนจาก ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เฉลี่ยสูงกว่าระดับ 100 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ต่อเนื่องติดต่อกันเกิน 1 สัปดาห์ (18-26 มกราคม 2568) ทำให้คนบางกลุ่มต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะด้านสุขภาพ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจในมิติของค่าเสียโอกาสโดยเฉพาะประเด็นด้านสุขภาพของคนกรุงเทพฯ เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน จะอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ขณะที่ หากรวมกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่น เช่น การหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง การทำงานที่บ้าน การหยุดเรียน การท่องเที่ยว เป็นต้น รวมถึงผลกระทบที่เกิดในพื้นที่อื่นๆ ค่าเสียโอกาสทางเศรษฐกิจจะสูงกว่านี้
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jan 24
เศรษฐกิจไทยปี 2568 คาดว่าจะเติบโตช้าลงกว่าปี 2567 เล็กน้อย ตามแรงหนุนท่องเที่ยว ส่งออกที่ลดลง ท่ามกลางความเสี่ยงสงครามการค้า การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีน และภาคการผลิตไทยที่ยังไม่ฟื้นตัว สงครามการค้ารอบใหม่ คาดว่าจะส่งผลสุทธิเป็นลบต่อเศรษฐกิจไทย และเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อแนวโน้มการส่งออกในปี 2568 ภาคธุรกิจ ในปี 2568 จะยังเป็นปีที่ปั่นป่วน นอกจากผลของสงครามการค้า มาตรการรัฐบางเรื่องอาจกระทบต้นทุน และประเด็นเชิงโครงสร้างสะสม ทำให้สถานการณ์โดยรวมคงไม่ดีขึ้นได้มากนักจากปีก่อน สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ ที่จดทะเบียนในไทยเติบโตอย่างช้าๆ และอยู่ในระดับต่ำในปี 2568 สอดคล้องกับหลายปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในภาพรวม
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jan 10
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้