เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/2568 ขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 1.2% YoY ต่ำกว่าที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ก่อนหน้านี้ที่ 1.6% และหดตัวจากไตรมาสก่อนหน้าที่ -0.6% QoQ โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการส่งออกสินค้าที่ยังขยายตัวดี แม้ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้า หนุนโดยการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และทองคำ ส่งผลให้ดุลการค้าสูงขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า แม้การนำเข้าก็เร่งสูงขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนยังขยายตัวดีต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของยอดขายรถยนต์ และการเพิ่มขึ้นของการลงทุนในเครื่องจักรและนิคมอุตสาหกรรม
- ปัจจัยกดดันหลักมาจากการบริโภคและการลงทุนภาครัฐที่หดตัว สอดคล้องกับการเบิกจ่ายที่ชะลอลงท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง นอกจากนี้ ภาคการผลิตหดตัวและสินค้าคงคลังยังติดลบสูง โดยการส่งออกที่ขยายตัวในระดับสูงไม่ได้ส่งผ่านมายังภาคการผลิตไทย โดยผู้ประกอบการมีการลดปริมาณสินค้าคงคลังแทนการผลิตเพิ่มท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับปริมาณการสั่งซื้อในระยะข้างหน้า
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 เป็น 2.0% จากเดิมที่ 1.8% โดยมอง GDP ไตรมาส 4/2568 จะขยายตัวราว 0.8% YoY แทนที่จะหดตัวเล็กน้อยตามที่ประเมินก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สูงกว่าที่คาดไว้ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค
- โครงการคนละครึ่งพลัสและการเติมเงินบัตรสวัสดิการคาดว่าจะหนุนการใช้จ่ายเพิ่มเติม 0.15% ของ GDP ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้งบประมาณปี 2568-2569 ที่มีการจัดสรรอยู่เดิม และได้ถูกประเมินรวมในประมาณการ GDP ไทยก่อนหน้านี้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่เนื่องจากโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นการร่วมจ่ายระหว่างรัฐบาลและประชาชนส่งผลให้มียอดใช้จ่ายเพิ่มเติมจากประชาชนราว 0.15% ของ GDP
- จำนวนนักท่องเที่ยวคาดว่าจะหดตัวลดลงในไตรมาส 4/2568 และทั้งปี 2568 คาดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน จากประมาณการเดิมที่ 32.2 ล้านคน และรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 5 หมื่นล้านบาทมาอยู่ที่ 1.52 ล้านล้านบาท ซึ่งช่วยหนุน GDP เพิ่มเติมราว 0.18% โดยแรงหนุนส่วนหนึ่งมาจากงานอีเวนท์ คอนเสิร์ตและกีฬาซีเกมส์ ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนมีแนวโน้มหดตัวลดลง ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจากยุโรปคาดว่าจะยังขยายตัวได้ดี
- การลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐมีแนวโน้มพลิกกลับมาขยายตัวเล็กน้อยจากการเร่งเบิกจ่ายของรัฐบาล โดยการเบิกจ่ายงบทั่วไปและงบลงทุนในเดือนต.ค. 2568 ขยายตัวถึง 31% และ 23% ตามลำดับ หรือคิดเป็นประมาณ 18.2% ของงบประมาณ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเดือนต.ค. ในช่วงปี 2014-2024 ที่อยู่ที่ 13.9%
- การส่งออกคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง แต่ในอัตราที่ชะลอลงที่ราว 2.6% จากการเร่งส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ก่อนสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีเซมิคอนดักเตอร์และแรงหนุนจากอุตสาหกรรม AI ขณะที่การนำเข้าคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องเช่นกัน จากการนำเข้าสินค้าทุน สินค้าขั้นกลาง และสินค้าบริโภคราคาถูกจากจีนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดุลการค้าโดยรวมเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก
มองไปในปี 2569 คาดเศรษฐกิจไทยขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงมาอยู่ในกรอบประมาณการ 1.5-1.8% ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงจากการชะลอของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนทางการเมือง
- การส่งออกไทยคาดว่าจะหดตัวเล็กน้อย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาพรวมการค้าโลก การปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และฐานสูงจากปีก่อน ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ เรื่องภาษีทรัมป์ภายใต้กฎหมาย IEEPA ขณะเดียวกัน การนำเข้าคาดว่าจะชะลอตัวตามการส่งออก แต่ยังคงเห็นการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากจีน รวมถึงสินค้าบางประเภทจากสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นตามข้อตกลงการค้า ส่งผลให้ดุลการค้าไทยมีแนวโน้มลดลง
- การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มอ่อนแรงหลังมาตรการกระตุ้นสิ้นสุด แม้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะต่อเนื่องไปจนถึงต้นปีหน้า แต่ด้วยวงเงินจำกัด ส่งผลให้มาตรการกระตุ้นระยะต่อไปมีขอบเขตน้อยลง นอกจากนี้ การบริโภคบางส่วนเป็นการดึงความต้องการในอนาคตมาใช้ ส่งผลให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคหลังมาตรการมีแนวโน้มชะลอลง นอกจากนี้ ตลาดแรงงานที่อ่อนแรง ซึ่งสะท้อนจากอัตราว่างงานในระบบประกันสังคมไตรมาส 2/2568 ที่เพิ่มขึ้นมาแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี รวมถึงการลดหนี้ (debt deleveraging) ภายใต้หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง จะเป็นแรงกดดันต่อการบริโภคเพิ่มเติมในระยะข้างหน้า
- การท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า โดยภาคการท่องเที่ยวไทยเผชิญความท้าทายมากขึ้นจากทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของไทยที่ลดลง และความกังวลของนักท่องเที่ยวด้านความปลอดภัย
- การบริโภคภาครัฐมีแนวโน้มทรงตัว และการลงทุนภาครัฐคาดขยายตัวชะลอลง ตามกรอบงบประมาณปี 2569 ที่ลดลงจากปีก่อนหน้า ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมืองจากการเลือกตั้งอาจส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณในระยะข้างหน้า
- การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอลง เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มยังไม่ฟื้นตัว ขณะที่การลงทุนในเครื่องจักรมีแนวโน้มชะลอลงตามการส่งออกหลังจากมีการเร่งตัวในปี 2568 อย่างไรก็ดี เม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรม Data center ยังเป็นแรงหนุนสำคัญ
Disclaimer
รายงานวิจัยนี้จัดทำโดย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) เพื่อเผยแพร่เป็นการทั่วไป โดยอาศัยแหล่งข้อมูลสาธารณะ หรือ ข้อมูลที่เชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือที่ปรากฏขณะจัดทำ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา ทั้งนี้ KResearch มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ ความเหมาะสม ความครบถ้วนสมบูรณ์ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้ชวน เสนอแนะ ให้คำแนะนำ หรือจูงใจในการตัดสินใจเพื่อดำเนินการใดๆ แต่อย่างใด ดังนั้น ท่านควรศึกษาข้อมูลด้วยความระมัดระวังและใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใดๆ KResearch จะไม่รับผิดในความเสียหายใดที่เกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว
ข้อมูลใดๆ ที่ปรากฎในรายงานวิจัยนี้ถือเป็นทรัพย์สินของ KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี) การนำข้อมูลดังกล่าว (ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน) ไปใช้ต้องแสดงข้อความถึงสิทธิความเป็นเจ้าของแก่ KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี) หรือแหล่งที่มาของข้อมูลนั้นๆ ทั้งนี้ ท่านจะไม่ทำซ้ำ ปรับปรุง ดัดแปลง แก้ไข ส่งต่อ เผยแพร่ หรือกระทำในลักษณะใดๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในทางการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้า เป็นลายลักษณ์อักษรจาก KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี)