ในเดือน ส.ค.68 ตลาดหุ้นจีน (CSI300) พุ่งขึ้นหนุนให้ผลตอบแทนของดัชนี CSI300 เร่งตัวขึ้นเหนือตลาดหุ้นหลักในหลายประเทศรวมถึงไทย แม้ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจจีนยังอ่อนแอ แต่แรงซื้อจากกองทุน Hedge fund และนลท.รายย่อยหนุนดัชนีให้ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าส่วนนึงมาจากดอกเบี้ยในจีนอยู่ในระดับต่ำส่งผลให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ทั้งนี้ มูลค่าเงินกู้ยืมเพื่อมาซื้อขายหลักทรัพย์ปรับสูงขึ้นใกล้เคียงในระดับเดียวกับปี 2015 ที่เกิดวิกฤตฟองสบู่ในตลาดหุ้นจีน ส่งผลให้บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งออกมาเพิ่มมาตรการในการซื้อขายหลักทรัพย์
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 29
ในการประชุม FOMC 29-30 ก.ค. 2568 เฟดมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 9:2 เสียง คงดอกเบี้ยที่ 4.25-4.50% ตามคาด โดย 2 เสียงมองให้ปรับลดดอกเบี้ย 0.25% โดยเฟดยังคงมุมมอง wait-and-see ท่ามกลางความไม่แน่นอนสูง และมองตลาดแรงงานยังแข็งแกร่งและเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดเฟดปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในเดือนต.ค. และ ธ.ค. แม้ตลาดเริ่มให้น้ำหนักเฟดปรับลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้มากขึ้น โดยมองเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอลงในระยะข้างหน้าจากผลกระทบการขึ้นภาษีนำเข้าที่ชัดเจนขึ้น
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 31
การส่งออกไทยเดือนมิ.ย. 2568 ขยายตัวดีต่อเนื่องที่ 15.5%YoY จากการเร่งส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และการส่งออกทุเรียนสดไปจีนที่เข้ามาช่วยหนุน ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 การส่งออกไทยมีแนวโน้มหดตัวราว 10%YoY หลังมีการเร่งส่งออกสินค้าไปมากแล้วในช่วงก่อนหน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการส่งออกไทยในปี 2568 อยู่ที่ 1.5% แต่ยังต้องติดตามผลการเจรจาอัตราภาษีที่ไทยจะได้รับในวันที่ 1 ส.ค. 2568
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 24
ในการประชุม FOMC วันที่ 6-7 พ.ค. ซึ่งเป็นรอบที่ 3 จากทั้งหมด 8 รอบในปีนี้ คาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ระดับ 4.25-4.50% เพื่อรอดูผลกระทบจากมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า เฟดจะปรับลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ จากเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญจากผลกระทบที่ชัดเจนขึ้นของการปรับขึ้นภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal tariffs) หลังการชะลอการปรับขึ้นภาษีฯ สิ้นสุดลง ทั้งนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 1/ 2568 ที่ออกมาเบื้องต้นหดตัวที่ -0.3% (Annualized %QoQ, s.a.) สะท้อนความเปราะบางของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค (Technical recession) ในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้ามีความรุนแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ตลาดแรงงานมีความเสี่ยงที่จะชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญในระยะข้างหน้า
เผยแพร่เมื่อ 2025 May 02
ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกคือ การส่งออกขยายตัวแข็งแกร่ง การใช้จ่ายในประเทศขยายตัวดี และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเร่งตัวขึ้นตามทิศทางการส่งออก ไตรมาสที่เหลือของปี 2568 ยังเผชิญความไม่แน่นอนสูงจาก 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การส่งออกจีนจะเริ่มมีทิศทางชะลอลงจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ, ความไม่แน่นอนจากการเจรจาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ, ความเสี่ยงเรื่องเงินฝืดสูงขึ้น และ ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจจีน ปี 2568 เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงจากปีก่อนที่ 3.6%
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 16
เศรษฐกิจเวียดนามไตรมาส 1/2568 เติบโตอยู่ที่ระดับ 6.93%YoY ชะลอจากไตรมาสที่ 4/2567 ที่ 7.55%YoY เนื่องจากการนำเข้าที่เร่งตัวขึ้นถึง 16.9%YoY ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการนำเข้าเครื่องจักรที่เพิ่มขึ้น หลังพายุไต้ฝุ่นยางิสร้างความเสียหายให้กับฐานการผลิตภาคอุตสาหกรรม เวียดนามเป็นประเทศที่ถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ในอัตรา 46% และเสี่ยงส่งผลกระทบเชิงลบต่อ GDP สูงถึง 1.5%จากการที่เศรษฐกิจเวียดนามพึ่งพาการส่งออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดสหรัฐฯ ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอาเซียนอื่น ๆ ในเบื้องต้น Reciprocal Tariffs คาดส่งผลให้เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตชะลอลงมาที่ 5.3% แต่ยังมีปัจจัยบวกหากการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ประสบผลสำเร็จ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 08
สถานการณ์การปิดโรงงานในปี 2567 ยังคงมากกว่า 100 แห่งต่อเดือน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยเป็นที่น่าสังเกตว่าโรงงานที่ปิดตัวลง เป็นโรงงานขนาดเล็ก (SMEs) มากขึ้น สะท้อนจากทุนจดทะเบียนรวมของโรงงานที่ปิดตัวน้อยกว่าปี 2566 ราว 3.8 เท่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า โรงงานยังเสี่ยงปิดตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs จากปัจจัยเสี่ยงทางด้านภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง สงครามการค้ารอบใหม่ รวมถึงแรงกดดันจากการแข่งขันกับสินค้านำเข้าที่มีมากขึ้น
เผยแพร่เมื่อ 2025 Feb 06
เศรษฐกิจจีนไตรมาส 4/24567 เติบโตเร่งขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายเดือนก.ย. 2567 หนุนให้ทั้งปี 2567 เศรษฐกิจจีนเติบโตได้ตามเป้าหมายของทางการ เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างไม่ทั่วถึง ภาคการผลิตยังเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ขณะที่การบริโภคในประเทศยังได้รับปัจจัยกดดันจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อยู่ในระดับต่ำ และภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจจีนในปี 2567 ในปี 2568 ท่ามกลางความเสี่ยงสงครามการค้ารอบใหม่ ทางการจีนจึงจะมุ่งเน้นกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนในประเทศผ่านการผ่อนคลายมาตรการเงินและคลังครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ปัญหาภายในประเทศที่ยังยืดเยื้อ จะยังเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจจีน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงมองว่า ปี 2568 เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงที่ 4.6%
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jan 17
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้