ในเดือนก.ย.68 การส่งออกจีนเร่งตัวขึ้นอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน เติบโตที่ 8.3%YoY ทั้งนี้ การนำเข้าของจีนเติบโตเร่งตัวขึ้นเช่นกันอยู่ที่ 7.4%YoY เดือนก.ย.68 จีนเกินดุลการค้าอยู่ที่ 90 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การส่งออกจีนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 เติบโตดีกว่าคาดการณ์ ขณะที่ความตึงเครียดของสงครามการค้ารอบใหม่คาดไม่ทำให้อัตราภาษีที่สหรัฐฯ เก็บจากสินค้านำเข้าจีนกลับไปสูงกว่า 100% เหมือนในเดือน เม.ย.68 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าการส่งออกจากจีนไปสหรัฐฯ จะยังมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง แต่การส่งออกไปประเทศอื่นๆ เช่น อาเซียน และอียู จะช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 14
ในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน การค้าระหว่างประเทศไทยและกัมพูชามีสัดส่วนการค้าชายแดนสูงถึง 48% ของมูลค่ารวม โดยไทยส่งออกสินค้าผ่านชายแดนไปกัมพูชามูลค่า 108.4 พันล้านบาท คิดเป็น 46% ของการส่งออกทั้งหมด ขณะที่การนำเข้าผ่านชายแดนมีมูลค่า 17.9 พันล้านบาท หรือ 80% ของการนำเข้าทั้งหมดจากกัมพูชา สินค้าส่งออกหลักจากไทย ได้แก่ เครื่องดื่ม เครื่องยนต์สันดาปภายใน น้ำตาลทราย สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร และยางพารา ส่วนสินค้านำเข้าหลักจากกัมพูชา ได้แก่ ผักและของป่า เศษสิ่งทอ ลวดและสายเคเบิล เสื้อผ้าสำเร็จรูป และชิ้นส่วนรถยนต์
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jun 10
ในรายงานล่าสุดของสหรัฐฯ ได้เพิ่มไอร์แลนด์และสวิตเซอร์แลนด์เข้าสู่รายชื่อประเทศที่ต้องจับตา (Monitoring List) เนื่องจากเข้าเงื่อนไข 2 ใน 3 ข้อ ได้แก่ การเกินดุลการค้าและการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด โดยรายชื่อดังกล่าวยังคงรวมประเทศสำคัญอย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และเยอรมนี ขณะที่ประเทศไทยไม่อยู่ในรายงานรอบนี้ สะท้อนถึงสถานะการค้าระหว่างประเทศที่ยังไม่เข้าเกณฑ์การตรวจสอบของสหรัฐฯ ในช่วงเวลานี้
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jun 06
สหรัฐฯ กำลังเผชิญความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีศุลกากร หลังศาลการค้าระหว่างประเทศมีคำสั่งระงับการจัดเก็บภาษีตามนโยบายทรัมป์เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 โดยศาลฎีกาส่งสัญญาณเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมว่าอาจพิจารณายกเลิกภาษีหากพบว่าขัดต่อกฎหมาย ขณะเดียวกัน วันที่ 12 สิงหาคมเป็นกำหนดครบเวลาการชะลอภาษี Reciprocal Tariff กับจีน ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการค้าระหว่างประเทศในระยะถัดไป แม้คำสั่งศาลจะมีผลชัดเจน แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายอื่น เช่น IEEPA และ Section 301 เพื่อดำเนินมาตรการภาษีต่อได้ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าความไม่แน่นอนยังคงอยู่
เผยแพร่เมื่อ 2025 May 30
ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนบรรเทาลง หลังในวันที่ 12 พ.ค. 2568 สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงทางการค้าเบื้องต้นที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสหรัฐฯ จะปรับลดภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariffs) กับสินค้านำเข้าจากจีนเป็นระยะเวลา 90 วัน ลดลงมาอยู่ที่ 10% จากเดิมที่ 125% ขณะที่ฝั่งจีนได้ปรับลดภาษีตอบโต้กับสหรัฐฯ ลงมาอยู่ที่ 10% และจะยกเลิกมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff barriers) ที่ประกาศหลัง 2 เม.ย.2568 การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีนในครั้งนี้ ถือเป็นการบรรลุข้อตกลงที่สามารถปรับลดภาษีได้มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ซึ่งคาดว่าการส่งออกจากจีนไปสหรัฐฯ จะกลับมาเร่งตัวขึ้นชั่วคราว การปรับลดภาษีของสหรัฐฯ ครั้งนี้คาดว่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะสั้นทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค ขณะที่ในระยะกลางถึงยาวอัตราภาษีที่อยู่ในระดับสูงจะยังส่งผลให้การค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีแนวโน้มปรับลดลง
เผยแพร่เมื่อ 2025 May 13
ก่อนการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ซิดนีย์ในวันที่ 9–12 พฤษภาคม 2568 ธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 โดยปรับลดอัตราส่วนการกันสำรอง (RRR) ลง 0.5% ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ระบบถึง 1 ล้านล้านหยวน พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนระยะ 7 วันลง 0.1% เพื่อส่งสัญญาณการลดดอกเบี้ย LPR ในระยะถัดไป มาตรการเหล่านี้สะท้อนแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินของจีนตลอดปี 2568 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามการค้าและสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
เผยแพร่เมื่อ 2025 May 09
ในปี 2024 การเก็บภาษีของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการส่งออกของไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยไทยมีการค้ารวมคิดเป็น 115% ต่อ GDP และการส่งออกคิดเป็น 57% ต่อ GDP ขณะที่การค้ากับสหรัฐฯ คิดเป็น 14% และการส่งออกไปสหรัฐฯ อยู่ที่ 10% ต่อ GDP สินค้าส่งออกหลักที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคืออิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยังมีสัดส่วนต่ำ ทำให้ไทยอาจพิจารณาเพิ่มการนำเข้าสินค้ากลุ่มพลังงาน เกษตร และเครื่องบิน เพื่อลดการเกินดุลการค้าต่อสหรัฐฯ และบรรเทาผลกระทบจากมาตรการภาษีดังกล่าว
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 29
สหรัฐอเมริกาจะเริ่มใช้มาตรการ “Reciprocal Tariffs” หรือภาษีตอบโต้ในวันที่ 5 เมษายน 2568 โดยปรับอัตราภาษีนำเข้าให้เท่ากับที่แต่ละประเทศเรียกเก็บจากสินค้าสหรัฐฯ ส่งผลให้จีนถูกเก็บภาษีสูงสุดถึง 75% ตามด้วยกัมพูชา 49%, ลาว 48%, และเวียดนาม 46% ขณะที่ประเทศในข้อตกลง USMCA ได้รับการยกเว้นหรือปรับลดอัตราภาษี ภาพนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายการค้าระหว่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและความสามารถในการแข่งขันของประเทศคู่ค้าในหลายภูมิภาค
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 03
เวียดนามขาดดุลการค้า 1.55 พันล้านดอลลาร์ฯ ในเดือน ก.พ. จากการนำเข้าสินค้าที่เร่งตัวขึ้น ซึ่งเป็นผลจากฐานต่ำจากเทศกาลตรุษเวียดนาม ทั้งปี 2025 คาดเวียดนามเกินดุลการค้าลดลงจากปัจจัยเสี่ยงสงครามการค้า โดยเวียดนามเสี่ยงถูกเก็บภาษีตอบโต้ในอัตราค่อนข้างสูงจากการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากเป็นอันดับที่ 3 เวียดนามกำลังเผชิญแรงกดดันระหว่างถูกสหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้าเวียดนามหรือต้องนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมาก ซึ่งทั้งสองทางเลือกล้วนส่งผลให้เกินดุลการค้าน้อยลง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 06
ท่ามกลางสงครามการค้ารอบใหม่ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ในวันที่ 17 ก.พ. 2568 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จัดประชุมรวมผู้บริหารบริษัทเอกชนรายใหญ่ของจีน ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มาจากธุรกิจที่อยู่ในกำลังการผลิตใหม่ (New productive force) การประชุมดังกล่าวถือเป็นการส่งสัญญาณสำคัญจากทางการจีนในหลายประการ โดยต้องติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมในการประชุมสองสภาของจีนเดือน มี.ค. 2568
เผยแพร่เมื่อ 2025 Feb 19
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้