การออก ESG Bond ใหม่ในประเทศไทย เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในปี 2025 หลังตลาดชะลอตัวมาหลายปี ด้วยมูลค่าตราสารหนี้ออกใหม่ที่เพิ่มขึ้นกว่า 5.7% จากปีก่อน ตลาด ESG Bond ปี 2025 ฟื้นตัวจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่เพิ่มการออก Sustainability-linked Bond และ Sustainability Bond ขณะที่ภาคเอกชนชะลอการออก ESG Bond โดยยอดออก Green Bond ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต จากจำนวนโครงการ ESG ใหม่ที่มีให้ลงทุนลดลง ในปี 2025 Sustainability-linked Bond และ Blue Bond ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากผู้ออกตราสารหนี้ เนื่องจากความยืดหยุ่นด้านกฎระเบียบของ Sustainability-linked Bond ที่ให้ผู้ออกกำหนด KPI ความยั่งยืน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 29
เหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนว่าไทยได้รับผลกระทบจาก Climate Change สูงขึ้น ในรูปแบบ "แม่น้ำในชั้นบรรยากาศ" ที่ทำให้ฝนตกปริมาณมากในระยะเวลาสั้นๆ ในต่างประเทศ รัฐบาลมหานครโตเกียว (Tokyo Metropolitan Government) ลงทุนกว่า 50,000 ล้านเยน (ราว 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อเสริมความพร้อมของเมืองต่อพายุและน้ำท่วมที่รุนแรงขึ้น โดยการออกพันธบัตร Climate Resilience Bonds เพื่อรับมือผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและ Climate Change ภาครัฐไทยจึงควรเร่งออก ESG Bonds เช่น Climate Resilience Bonds เพื่อลงทุนระบบป้องกันและลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้นในอนาคต
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 11
ภายในปี 2593 กระบวนการผลิตและเทคโนโลยีที่ก่อให้เกิดการปล่อยคาร์บอนจำนวนมากอาจจะกลายเป็นสินทรัพย์สูญค่าในอนาคต (Stranded Assets) ได้ และหากไม่มีมาตรการบรรเทาการด้อยค่าของสินทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ ประเทศไทยอาจเผชิญความเสี่ยงที่บริษัทต่างๆ จะต้องตัดมูลค่าสินทรัพย์ในงบดุล หรืออัตราส่วนวงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) อาจลดลงต่ำกว่าระดับที่ยอมรับได้ ในแผนพลังงาน PDP 2024 คาดว่าจะยังมีโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลหลายแห่งดำเนินการผลิตไฟฟ้าอยู่หลังปี 2593 และโรงไฟฟ้าเหล่านี้อาจประสบปัญหาในการสร้างรายได้ เนื่องจากข้อกำหนดเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินลดลง ในภาคขนส่ง ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้า BEV ยังมีสัดส่วน 1.2% ของจำนวนรถยนต์ทั้งหมดในประเทศ และคาดว่าจะไม่สามารถทดแทนสต็อกรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ได้ทัน 2593 ได้ ภาครัฐจะต้องเร่งออก กฎระเบียบ Regulatory Sunset Clauses สำหรับสินทรัพย์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงให้ลดลงอย่างต่อเนื่องในระยะยาวแทนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Nov 10
ไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่นำตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond: SLB) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลักเซมเบิร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินที่ยั่งยืน และมีมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่เข้มงวดที่สุดในโลก การยกระดับมาตรฐานตราสารหนี้ยั่งยืนของไทยครั้งนี้จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือและเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับโครงการด้านความยั่งยืนในต่างประเทศ เนื่องจาก 1) ตลาดหลักทรัพย์ลักเซมเบิร์กใหญ่เป็นอันดับที่ 9 ของตลาดหลักทรัพย์ยั่งยืนโลก และ 2) กลุ่มประเทศ EM นิยมจดทะเบียนตราสารหนี้ยั่งยืนในตลาดหลักทรัพย์ระดับโลกเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าแม้ต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ยั่งยืนต่ำกว่าตราสารหนี้ทั่วไป (Greenium) ไม่มากนัก แต่ไทยจะได้รับความน่าเชื่อถือด้านความยั่งยืนจากนักลงทุนเพิ่มขึ้น
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 24
ช่องว่างทางการเงินด้าน Climate Finance ของไทยยังมีอยู่มาก โดยปัจจุบันไทยลงทุนด้านการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศเพียง 1.7 ล้านล้านบาท แต่ความต้องการสูงถึง 28.7 ล้านล้านบาท เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แม้มีแหล่งทุนระดับโลกและในประเทศหลากหลาย แต่การเข้าถึงยังยากเพราะขั้นตอนที่ซับซ้อน เงื่อนไขการกู้ และข้อจำกัดด้านความรู้ความเข้าใจทางการเงิน ทำให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนยาก รูปแบบมี ตั้งแต่ Grant, Seed Funding, Loan ไปจนถึง Co-Finance แต่ละประเภทมีข้อดี–ข้อจำกัดต่างกัน การเลือกใช้ที่เหมาะสมจะช่วยให้ธุรกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก สามารถขับเคลื่อนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและแข่งขันได้ในเวทีโลก
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 03
ธนาคารยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ทยอยถอนตัวจาก Net-Zero Banking Alliance จากนโยบายทรัมป์ที่ไม่สนับสนุน ESG การหาวิธีอื่นเพื่อบรรลุ Net-Zero และการขาดความเชื่อมั่นในกลุ่ม หลังการทยอยถอนตัว ยอดออกตราสารหนี้ ESG ในทั้ง 2 ประเทศลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่งจากช่วงก่อตั้ง NZBA ผลกระทบจากการถอนต่ออาจทำให้ความน่าสนในสินทรัพย์การเงินยั่งยืนและแรงกดดันด้าน ESG ในไทยลดลง ขณะที่จีนกลายเป็นผู้นำและแหล่งเงินทุนด้าน ESG ใหม่สำหรับไทย
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 13
สินเชื่อยั่งยืน จะช่วยให้ธุรกิจ SMEs และรายย่อยได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อทั่วไป อีกทั้งยังได้รับเทคนิคและความรู้ ทำให้ SMEs สามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาดที่เน้นความยั่งยืนมากขึ้น ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ในไทยเร่งออกสินเชื่อยั่งยืนมากขึ้น จนสัดส่วนยอดคงค้างสินเชื่อยั่งยืนต่อสินเชื่อรวมเร่งขึ้นจากเฉลี่ย 1.6% ในปี 2021 เป็น 3.9% ในปี 2024 จากการเร่งบรรลุเป้าหมายการสนับสนุนการเงินยั่งยืน ศูนย์วิจัยกสิกร คาดว่า พอร์ตสินเชื่อของธนาคารจะทยอยเพิ่มสัดส่วนไปสู่ Green Portfolio มากขึ้นในระยะยาว จากแนวโน้มการขยายเป้าหมายวงเงินสนับสนุนการเงินยั่งยืน หลังใกล้บรรลุเป้าหมายเดิม
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 14
ภายใต้ร่าง พ.ร.บ. Climate Change ไทยเตรียมจัดตั้ง “กองทุนภูมิอากาศ” โดยใช้งบจาก Carbon Credit เพื่อสนับสนุน SMEs ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและเงินทุนแบบให้เปล่า โดยมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน ขณะเดียวกันยังต้องติดตามการผลักดันกฎหมายเข้าสู่ ครม. การพัฒนาระบบตรวจสอบที่โปร่งใส และการจัดทำ Taxonomy เพื่อกำหนดมาตรฐานสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในภาคขนส่งและอุตสาหกรรมที่ยังพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก
เผยแพร่เมื่อ 2025 May 23
การเปลี่ยนหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ไปยังกองทุนใหม่ Thai ESGX จะช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดทุน หากกองทุน LTF ที่มูลค่าคงค้างในปัจจุบันราว 1.8 แสนล้านบาทถูกเทขาย
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 03
ธนาคารในสหรัฐฯ หลายแห่งประกาศถอนตัวจากกลุ่ม the Net-Zero Banking Alliance (NZBA) ในช่วง 1 เดือนก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ การเข้ามาดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจทำให้สถาบันการเงินต้องลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ ถึงแม้ว่าการถอนตัวจากกลุ่ม Net Zero ของกลุ่มธุรกิจบริการด้านการเงินหลายแห่ง จะไม่ส่งผลกระทบการดำเนินการเพื่อลด GHG แต่แสดงให้เห็นถึงบริบทที่เปลี่ยนไปตามนโยบายของผู้นำประเทศ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jan 23
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้