Narrative Banner

ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าทำสถิติใหม่ กดดัน BI คงดอกเบี้ยที่ 4.75% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4

ทัศน์วรรณ ขาวอุปถัมภ์

  • ธนาคารกลางอินโดนีเซีย(BI) คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 4.75% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ในการประชุมนโยบายการเงินครั้งแรกของปีระหว่างวันที่ 20-21 ม.ค. 2026  เพื่อให้น้ำหนักกับการรักษาเสถียรภาพค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าทำสถิติใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินทุนไหลออกและความผันผวนในตลาดการเงิน

  • แนวโน้มปี 2026 ยังมีโอกาสลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากแรงกดดันด้านค่าเงินเริ่มคลี่คลาย โดยคาดว่า BI อาจปรับลดดอกเบี้ยรวมราว 2 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี จากเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ การฟื้นตัวของอุปสงค์ที่ค่อยเป็นค่อยไป และการส่งผ่านนโยบายการเงินที่ยังไม่สมบูรณ์

ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 4.75% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ในการประชุมนโยบายการเงินครั้งแรกของปีระหว่างวันที่ 20-21 ม.ค. 2026 พร้อมคงดอกเบี้ยเงินฝากที่ 3.75% และดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 5.50% สะท้อนจุดยืนที่ให้น้ำหนักกับการรักษาเสถียรภาพค่าเงินรูเปียห์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าทำสถิติใหม่และจัดอยู่ในกลุ่มสกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดในเอเชีย

แรงกดดันสำคัญมาจากความผันผวนของค่าเงินรูเปียห์และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย โดยค่าเงินรูเปียห์ในวันที่ 21 ม.ค. 2026 เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 17,000 รูเปียห์/ดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ประกอบกับเงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดการเงินในลักษณะ Portfolio outflows โดย BI ระบุว่า ณ วันที่ 19 ม.ค. 2026 เกิดกระแสเงินทุนไหลออกสุทธิราว 1.6 พันล้านดอลลาร์ฯ รวมถึงความต้องการถือครองเงินตราต่างประเทศของภาคธุรกิจในประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ BI เดินหน้ามาตรการรักษาเสถียรภาพค่าเงินอย่างเข้มข้น ผ่านการแทรกแซงทั้งในประเทศต่างประเทศควบคู่กับการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลในตลาดรอง เพื่อช่วยลดความผันผวนและเสริมเสถียรภาพในตลาดการเงิน

แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยปี 2026 ยังมีโอกาสที่ BI ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยมีความเป็นไปได้ที่จะลดอีก 2 ครั้ง สู่ระดับ 4.25% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ภายใต้เงื่อนไขว่าแรงกดดันด้านค่าเงินเริ่มคลี่คลายและปัจจัยอื่นเอื้ออำนวย โดยปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางและจังหวะการลดดอกเบี้ยที่ต้องติดตามมีดังนี้

  • อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมาย เปิดโอกาสให้ BI สามารถลดดอกเบี้ยได้ โดยอัตราเงินเฟ้อสิ้นปี 2025 อยู่ที่ 2.92% และคาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบเป้าหมายของ BI ที่ 1.5-3.5% ต่อเนื่องในปี 2026-2027 สอดคล้องกับเงินเฟ้อพื้นฐานที่อยู่ในระดับต่ำ สะท้อนว่าอุปสงค์ภายในประเทศยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ 

  • แรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ในประเทศที่ยังอ่อนแอ กดดันให้ BI ผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม โดยเศรษฐกิจอินโดนีเซียต้องเผชิญผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่บังคับใช้อย่างเต็มปี การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรปที่เริ่มมีผลต่อภาคการผลิตและการส่งออก ขณะที่กำลังซื้อในประเทศยังฟื้นตัวไม่สม่ำเสมอ สะท้อนจากยอดค้าปลีกที่ปรับตัวขึ้นเป็นช่วงๆ ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าการฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง ปัจจัยเหล่านี้สร้างแรงกดดันให้ BI คงท่าทีผ่อนคลายทางการเงิน

  • การส่งผ่านนโยบายการเงินยังไม่เต็มที่ ส่งผลให้การฟื้นตัวของสินเชื่อยังไม่เต็มศักยภาพ สนับสนุนให้ BI เดินหน้าผ่อนคลายทางการเงิน โดยสินเชื่อรวมในปี 2025 ขยายตัว 9.69%YoY เป็นไปตามกรอบเป้าหมายของ BI ขณะที่เป้าหมายสินเชื่อปี 2026 อยู่ที่เติบโต 8-12% อย่างไรก็ดี สินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก(MSMEs) ยังหดตัว 0.63%YoY ณ เดือน พ.ย.2025 สะท้อนว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศต้องการแรงสนับสนุน

  • ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากการขาดดุลแฝด (Twin deficits) อาจจำกัดจังหวะการลดดอกเบี้ย โดยการขาดดุลการคลังมีแนวโน้มเข้าใกล้ระดับ 3% ต่อ GDP ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงหลังโควิด-19 ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดมีความเสี่ยงกลับมาขาดดุลเพิ่มขึ้นในปี 2026 โครงสร้างดังกล่าวเพิ่มความเปราะบางของค่าเงินและกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย ส่งผลให้การลดดอกเบี้ยจำเป็นต้องดำเนินไปอย่างระมัดระวัง

  • ความเชื่อมั่นด้านนโยบายและธรรมาภิบาลยังเป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสำคัญต่อเสถียรภาพค่าเงิน แม้รัฐบาลภายใต้การนำของนายปราโบโว ซูเบียนโต จะได้รับการตอบรับเชิงบวกในปีแรกของการบริหาร สะท้อนจากผลสำรวจของ Indikator ที่ระบุว่าระดับความนิยมของประธานาธิบดีอยู่ที่ 77.7% อย่างไรก็ดี ตลาดการเงินยังคงติดตามพัฒนาการด้านกรอบนโยบายและการดำเนินงานของภาครัฐอย่างใกล้ชิดรวมถึงความชัดเจนด้านโครงสร้างการดำเนินงานของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ Danantara ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน และอาจมีบทบาทต่อบรรยากาศตลาดการเงินและจังหวะการดำเนินนโยบายการเงินในระยะถัดไป

มูลค่าการส่งออก IC คาดเติบโต 22% ในปี 2026 แรงหนุนหลักมาจากการขยายตัวของ AI และ Data Center

รินรดา อัมพรสิทธิกูล

การประชุม กนง. 25 ก.พ. 69 มติไม่เป็นเอกฉันท์ลดดอกเบี้ยลงมาอยู่ที่ 1.00%

ลลิตา เธียรประสิทธิ์

ราคาเอทิลีนในปี 2569 คาดหดตัว 6.4% จากภาวะอุปทานส่วนเกิน

ณัฐนรี จิรัปปภา

1 ปี ภาษีทรัมป์ สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสินค้าเพิ่มขึ้น ขาดดุลกับไทยมากขึ้น และเป็นอันดับ 7 ในปี 2025

เกวลิน หวังพิชญสุข

การเผาพื้นที่เกษตรไทยต้นปี 2569 มีแนวโน้มชะลอลง จากการรวมศูนย์คำสั่งและใช้ดาวเทียมตรวจเรียลไทม์ทั่วประเทศ

นราพร สังสะนา

หลังศาลสูงสหรัฐสั่งยกเลิกใช้ IEEPA จัดเก็บภาษี คาดยังเห็นการส่งออกจีนผ่านประเทศที่ 3

จิรดา ภักดิ์วิไลเกียรติ

เงินรูเปียห์อ่อนค่ายังเป็นแรงกดดันสำคัญ BI คงดอกเบี้ยที่ 4.75%

ทัศน์วรรณ ขาวอุปถัมภ์

Video

ภาพปกวิดีโอจาก YouTube