Narrative Banner

BI คงดอกเบี้ยที่ 4.75% เน้นรักษาเสถียรภาพค่าเงิน

ทัศน์วรรณ ขาวอุปถัมภ์

  • BI ยังคงดอกเบี้ยที่ 4.75% เพื่อประคองค่าเงินท่ามกลางเงินทุนไหลออกต่อเนื่อง ทำให้ BI ต้องเน้นเสถียรภาพ แม้เงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบที่เปิดโอกาสให้ลดดอกเบี้ยได้ ขณะที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวแบบเปราะบางหลังน้ำท่วมใหญ่ที่เกาะสุมาตรา

  • แนวโน้มปี 2026 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า BI มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยได้อีกอย่างน้อย 2 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 หากค่าเงินรูเปียห์เริ่มมีเสถียรภาพ เงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย และแรงกดดันจากเงินทุนไหลออกทยอยคลี่คลาย

ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 4.75% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในการประชุมครั้งสุดท้ายของปี ระหว่างวันที่ 16-17 ธ.ค.2025 พร้อมคงดอกเบี้ยเงินฝากที่ 3.75% และดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 5.50% สะท้อนจุดยืนเชิงนโยบายที่ยังให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพค่าเงินและตลาดการเงิน โดยมีรายละเอียดดังนี้

ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่ายังเป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อการลดดอกเบี้ย ตั้งแต่ต้นปีรูเปียห์อ่อนค่าลง 3.35% มาอยู่ที่ 16,722 รูเปียห์ต่อดอลลาร์ฯ (ณ วันที่ 19 ธ.ค.) จากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติในตลาดตราสารหนี้ ส่งผลให้ดุลบัญชีการเงินปี 2025 มีแนวโน้มขาดดุลครั้งแรกในรอบ 3 ปี ทำให้ BI จึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการพยุงค่าเงินอย่างต่อเนื่อง ผ่านการแทรกแซงตลาดเงินควบคู่กับการซื้อพันธบัตรรัฐบาล และการใช้เครื่องมือเสริมสภาพคล่องเพื่อช่วยบริหารกดต้นทุนทางการเงิน 

อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย โดยอัตราเงินเฟ้อเดือน พ.ย.อยู่ที่ 2.72% อยู่ในกรอบเป้าหมาย 1.5-3.5% แม้เปิดโอกาสให้ BI สามารถลดดอกเบี้ยได้ แต่ความเสี่ยงจากต้นทุนนำเข้าที่อาจเพิ่มขึ้นตามค่าเงินที่อ่อนค่า ทำให้ BI ต้องดำเนินนโยบายด้วยความระมัดระวัง 

การฟื้นตัวของสินเชื่อยังช้าต่ำกว่าเป้าหมายของ BI ที่ 8-11% ในปีนี้ โดยสินเชื่อรวมใน ต.ค. ขยายตัวช้าลงต่อเนื่องเหลือ 6.96%YoY จากที่ขยายตัว 8.97%YoY ในเดือน ม.ค. ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดไมโคร ขนาดกลางและขนาดเล็ก (Micro, Small and Medium Enterprises: MSMEs) ซึ่งมีสัดส่วน 18% ของสินเชื่อทั้งระบบหดตัวเล็กที่ -0.1%YoY สะท้อนว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจยังต้องการแรงสนับสนุนเพิ่มเติม

เศรษฐกิจอินโดนีเซียยังเผชิญแรงกดดันจากภัยพิบัติขนาดใหญ่ เหตุอุทกภัยและดินโคลนถล่มที่เกาะสุมาตราตอนเหนือ 3 พื้นที่ ประกอบด้วยอาเจะห์ สุมาตราเหนือ และสุมาตราตะวันตกซึ่งคิดเป็น 7.78% ของ GDP ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตร ยางพารา ปาล์มน้ำมัน พริก และห่วงโซ่อุปทานอาหารของประเทศ รัฐบาลประเมินงบประมาณเพื่อการฟื้นฟูไว้ที่ราว 3.2 พันล้านดอลลาร์ฯ หรือราว 0.2% ของ GDP ปัจจัยดังกล่าวยิ่งตอกย้ำความจำเป็นที่ BI ต้องคงท่าทีผ่อนคลายทางการเงินในลักษณะผ่อนคลายอย่างระมัดระวัง

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า BI มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยได้อีกอย่างน้อย 2 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 หากค่าเงินรูเปียห์เริ่มมีเสถียรภาพ เงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย และแรงกดดันจากเงินทุนไหลออกทยอยคลี่คลาย

มูลค่าการส่งออก IC คาดเติบโต 22% ในปี 2026 แรงหนุนหลักมาจากการขยายตัวของ AI และ Data Center

รินรดา อัมพรสิทธิกูล

การประชุม กนง. 25 ก.พ. 69 มติไม่เป็นเอกฉันท์ลดดอกเบี้ยลงมาอยู่ที่ 1.00%

ลลิตา เธียรประสิทธิ์

ราคาเอทิลีนในปี 2569 คาดหดตัว 6.4% จากภาวะอุปทานส่วนเกิน

ณัฐนรี จิรัปปภา

1 ปี ภาษีทรัมป์ สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสินค้าเพิ่มขึ้น ขาดดุลกับไทยมากขึ้น และเป็นอันดับ 7 ในปี 2025

เกวลิน หวังพิชญสุข

การเผาพื้นที่เกษตรไทยต้นปี 2569 มีแนวโน้มชะลอลง จากการรวมศูนย์คำสั่งและใช้ดาวเทียมตรวจเรียลไทม์ทั่วประเทศ

นราพร สังสะนา

หลังศาลสูงสหรัฐสั่งยกเลิกใช้ IEEPA จัดเก็บภาษี คาดยังเห็นการส่งออกจีนผ่านประเทศที่ 3

จิรดา ภักดิ์วิไลเกียรติ

เงินรูเปียห์อ่อนค่ายังเป็นแรงกดดันสำคัญ BI คงดอกเบี้ยที่ 4.75%

ทัศน์วรรณ ขาวอุปถัมภ์

Video

ภาพปกวิดีโอจาก YouTube