ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2568 ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง จีนตอบโต้โดยประกาศขึ้นภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ ถึง 34% และขยายการจัดเก็บภาษีครอบคลุมทุกประเภท ขณะที่สหรัฐฯ จะเพิ่มอีก 50% ในวันที่ 7–8 เมษายน พร้อมขู่ว่าจะยกเลิกการเจรจาหากจีนไม่ถอนมาตรการตอบโต้ นอกจากนี้ ทรัมป์ อาจใช้ Tiktok เป็นเครื่องมือกดดัน โดยการแบนแอปดังกล่าวออกไปอีก 75 วัน สะท้อนการใช้เทคโนโลยีเป็นกลยุทธ์ในสงครามการค้าระดับโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนในภูมิภาค รวมถึงไทย
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 08
ในวันที่ 12 มีนาคม 2025 สหรัฐฯ เริ่มใช้มาตรา 232 เพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมในอัตรา 25% โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งส่งผลให้หลายประเทศตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีของตนเอง เช่น: จีน: เก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ 128 รายการ รวมถึงเนื้อหมูและผลไม้ แคนาดา: ตอบโต้ด้วยภาษีเหล็ก อลูมิเนียม และสินค้าหลากหลาย เม็กซิโก: เก็บภาษีเนื้อหมูและสินค้าอื่นจากสหรัฐฯ สหภาพยุโรป: ตอบโต้ด้วยภาษีมอเตอร์ไซค์ ยีนส์ และเบอร์เบิน สำหรับไทยและอาเซียน ภูมิภาคนี้ติดอันดับ Top 10 แหล่งนำเข้าเหล็กของสหรัฐฯ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ ทั้งทางตรง (ต้นทุนส่งออกที่สูงขึ้น) และทางอ้อม (การเปลี่ยนแปลงในห่วงโซ่อุปทานโลก) มาตรา 232 เปิดช่องให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้อำนาจเก็บภาษีเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ซึ่งในกรณีนี้คือเหล็กและอลูมิเนียม โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการผลิตภายในประเทศและลดการพึ่งพาการนำเข้า
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 25
จีนประกาศเรียกเก็บภาษีบางรายการจากสหรัฐฯ ในอัตรา 10-15% ซึ่งครอบคลุมสินค้าจำพวกอาหาร และสินค้าเกษตร เช่น ถั่วเหลือง มาตรการตอบโต้ของจีนเร็วและแรงกว่าในครั้งก่อน ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังมีแนวโน้มแย่ลง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 04
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้