เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 ขยายตัวเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 2.5% YoY และพลิกกลับมาขยายตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ 1.9% QoQ ส่งผลให้สามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคได้ และทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัวที่ 2.4% สูงกว่า 2.0% ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ก่อนหน้านี้ GDP ไตรมาส 4/2568 ได้่รับแรงหนุนจาก การเร่งซื้อยานยนต์ก่อนมาตรการ EV 3.0 จะหมดอายุสิ้นปี 2568 และมาตรการภาครัฐที่หนุนการบริโภคภาคเอกชนให้ขยายตัวเร่งขึ้น การลงทุนเอกชนที่เร่งตัว ประกอบกับผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่พลิกกลับมาขยายตัว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ทบทวนตัวเลข GDP ปี 2569 โดยปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขึ้นจาก 1.6% มาอยู่ที่ 1.9% จากโมเมนตัมการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มดีกว่าคาด พร้อมทั้งปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การส่งออกและนำเข้า แต่ภาพรวมดุลการค้าไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
เผยแพร่เมื่อ 2026 Feb 16
เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 นายกรัฐมนตรีได้ประกาศ ยุบสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ เปิดทางสู่การจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่แบบเร่งด่วน ซึ่งการเลือกตั้งใหม่ต้องจัดขึ้นภายใน 45-60 วัน นับจากวันที่ยุบสภา ซึ่งคาดว่าจะอยู่ระหว่างวันที่ 26 ม.ค.-10 ก.พ. 2569 การยุบสภาส่งผลให้การเมืองไทยเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน และรัฐบาลรักษาการมีอำนาจจำกัด โดยไม่สามารถอนุมัติโครงการใหม่หรือที่มีผลผูกพันต่อรัฐบาลชุดถัดไปได้ ยกเว้นรายการที่กำหนดไว้แล้วในงบประมาณรายจ่ายประจำปี ขณะที่การอนุมัติการใช้งบกลางฉุกเฉิน ไม่สามารถทำได้ เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจาก กกต. ก่อน สำหรับผลกระทบทางเศรษฐกิจ การยุบสภาเกิดเร็วกว่าที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ราวครึ่งเดือน ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนภาพรวมของเศรษฐกิจไทยปี 2569 โดยยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่ 1.6% อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากที่ประเมินไว้เดิม ขณะที่เศรษฐกิจในไตรมาส 3/2569 อาจขยายตัวสูงกว่าคาดการณ์เดิม
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 12
การเติบโตของเศรษฐกิจจีนยังคงต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกอย่างภาคการส่งออก ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจภายในประเทศส่งสัญญาณอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจจีนยังเผชิญความท้าทาย 3 ด้านหลัก ได้แก่ (1) ทิศทางการส่งออกยังมีความไม่แน่นอนสูง (2) มาตรการ Anti-involution ที่จะเข้ามาควบคุมกำลังการผลิตส่วนเกินอาจทำให้มีการควบรวมบริษัท และปรับลดแรงงาน (3) การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการเงิน และนโยบายการคลังคาดมีจำกัด ทั้งนี้ ในวันนี้จีนมีเปิดการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 4 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (Fourth plenum) (20-23 ต.ค.2025) คาดว่าจะมีการหารือกันในประเด็นสำคัญอย่าง แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 (2026-2030)
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 20
เศรษฐกิจเวียดนามไตรมาสที่ 3/2025 เติบโตเร่งขึ้นจากการลงทุนภาครัฐ การใช้จ่ายในประเทศ และการส่งออก การส่งออกยังขยายตัวต่อเนื่อง แม้เผชิญภาษีสหรัฐฯ โดยมูลค่าส่งออกไตรมาสที่ 3 เติบโตที่ 18.4%YoY ทั้งปี 2025 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าเศรษฐกิจเวียดนามมีแนวโน้มเติบโตดีกว่าคาดการณ์เดิมมาอยู่ที่ 7.5% จาก 6.7% จากตัวเลขเศรษฐกิจเวียดนามในไตรมาสที่ 3 ที่ดีกว่าคาดมาก ซึ่งเป็นผลจากการเร่งตัวขึ้นของการลงทุนภาครัฐ และการส่งออกไปสหรัฐฯที่ดีกว่าคาด
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 07
เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2568 ขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 2.8% YoY ตามที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ก่อนหน้านี้ โดยได้รับแรงหนุนจากการเร่งส่งออก และผลผลิตการเกษตรที่ปรับสูงขึ้น ในขณะที่ภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนชะลอลง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 ที่ 1.5% โดยมีมุมมองเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ จากแรงส่งของการส่งออกที่ลดลงหลังมีการเร่งส่งออกสูงในช่วงครึ่งแรกของปี แม้ไทยได้รับอัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariff) ของสหรัฐฯ ดีกว่าเดิมที่ 19% นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวคาดว่าจะยังหดตัวต่อเนื่องไปในไตรมาส 3-4 ของปีนี้ และมองทั้งปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวคาดว่าจะอยู่ที่ 32.2 ล้านคน อีกทั้ง การลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐมีแนวโน้มชะลอตัวในไตรมาส 3-4 ของปีนี้ จากทั้งปัจจัยการเบิกจ่ายงบประมาณที่ช้าลง และผลของฐานต่ำที่หมดไป
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 18
1 ส.ค.68 สหรัฐฯ ประกาศอัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariff) ใหม่ต่อไทย ในอัตราที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากระดับ 36% มาอยู่ที่ 19% ใกล้เคียงกับภูมิภาคอาเซียน และดีกว่าเวียดนาม ส่งผลให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับมุมมองการส่งออกไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ดีขึ้นกว่าเดิม ภายใต้ข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ ไทยต้องยกเว้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ราว 90% ของสินค้าทั้งหมด รวมถึงลดมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีลงนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การเปิดตลาดนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ อาจไม่ทำให้สินค้าสหรัฐฯ ไหลบ่าเข้ามาในไทยมากอย่างที่กังวล ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2568 คาดส่งออกจะช่วยหนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตดีขึ้นเล็กน้อยที่ 1.5% จากเดิม 1.4% ท่ามกลางท่องเที่ยวโตต่ำกว่าคาด ประกอบกับปัจจัยกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา รวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณที่อาจต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 01
ไทยโดนภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 36% สูงกว่าประเทศเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ อย่างไรก็ดี อัตราภาษีฯ ที่ 36% ยังสามารถเจรจาได้ ขึ้นกับเงื่อนไขการค้าและที่ไม่ใช่การค้าที่สหรัฐฯ ยอมรับ หากไทยโดนภาษีที่ 36% เสี่ยงเสียตลาดสหรัฐฯ ให้กับประเทศในภูมิภาคที่ได้รับภาษีต่ำกว่า และยังต้องติดตามผลกระทบจากภาษีรายอุตสาหกรรมตามมาตรา 232 ที่จะส่งผลกระทบเพิ่มเติม GDP ปี 2568 เสี่ยงโตต่ำกว่า 1.4% ยังต้องติดตามการเจรจาของไทยหลังจากนี้ รวมถึงการเจรจาสหรัฐฯ - จีน หลังครบ 90 วัน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 08
GDP เวียดนามไตรมาสที่ 2/2568 โตเร่งขึ้นที่ 7.96%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออก การลงทุนภาครัฐ และการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ทั้งปี 2568 เศรษฐกิจเวียดนามคาดเติบโตที่ 6.7% โดยจะโตชะลอลงในครึ่งหลังของปีจากผลกระทบภาษี reciprocal 20% และผู้นำเข้าส่วนใหญ่ได้สต๊อกสินค้าเอาไว้แล้วในช่วงไตรมาสที่ 2 ทั้งนี้ มองว่าการเกินดุลการค้าของเวียดนามจะลดลงจากการเปิดตลาดสินค้าให้กับสหรัฐฯ นอกจากนี้ เศรษฐกิจเวียดนามยังมีปัจจัยเสี่ยงจากการอ่อนค่าของเงินดอง และปัญหาหนี้เสียในระบบธนาคาร
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 07
เวียดนามบรรลุข้อตกลงให้สหรัฐฯ เก็บภาษี 20% สำหรับสินค้าเวียดนามและ 40% สำหรับสินค้าที่ประเทศอื่นส่งออกผ่านเวียดนาม การบรรลุข้อตกลงนี้คาดหนุนเศรษฐกิจเวียดนามโต 6.7% ในปี 2025 ไทยเจอโจทย์ยากที่ต้องบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ ก่อนเส้นตาย โดยที่ไทยไม่เสียเปรียบสหรัฐฯ มากเกินไป และต้องได้อัตราภาษีที่ไม่สูงกว่าคู่แข่งในอาเซียน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 03
ในการประชุมครั้งนี้ กนง. มีการปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2568 มาอยู่ที่ 2.3% จากเดิม 2.0% ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 ที่ 1.4% จากความเสี่ยงที่ยังอยู่ในระดับสูง เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังยังมีความเสี่ยงจะเกิดภาวะถดถอยทางเทคนิค จากการส่งออกและท่องเที่ยวที่อ่อนแรงลง ในขณะที่เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจลดลงจากปีที่แล้ว
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jun 26
เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2568 ขยายตัวที่ 3.1% YoY และ 0.7% QoQ เนื่องจากดุลการค้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากจากการเร่งส่งออกก่อนการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ประกอบกับการลงทุนภาครัฐที่เร่งขึ้นอย่างมากจากฐานที่ต่ำในช่วงไตรมาส 1/2567 อย่างไรก็ดี สินค้าคงคลังและการลงทุนภาคเอกชนยังเป็นแรงฉุดเศรษฐกิจ โดยการส่งออกที่ขยายตัวในระดับสูงไม่ได้ส่งผ่านมายังภาคการผลิตไทย ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนและรายได้ภาคการท่องเที่ยวชะลอลง แม้ในไตรมาส 1/2568 ภาครัฐมีการออกมาตรการกระตุ้นทั้งมาตรการแจกเงินสดแก่กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป (ดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 2) รวมถึงมาตรการลดหย่อนภาษี (Easy E-Receipt 2.0) ทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี 2568 ยังมีความไม่แน่นอนสูง แม้สหรัฐฯ จะเริ่มมีข้อตกลงทางการค้าออกมา โดยเฉพาะกับจีน แต่การบรรลุข้อตกลงกับไทยยังไม่มีกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน ในขณะที่แรงส่งจากท่องเที่ยวในปีนี้คาดว่าจะติดลบ ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 ไว้ที่ 1.4%
เผยแพร่เมื่อ 2025 May 19
เศรษฐกิจอินโดนีเซียไตรมาส 1/2025 เติบโตชะลอลงมาอยู่ที่ 4.87%YoY เป็นการเติบโตรายไตรมาสที่ต่ำสุดนับจากไตรมาส 3/2021 ผลจากการบริโภคในประเทศอ่อนแอและการใช้จ่ายภาครัฐหดตัว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เศรษฐกิจอินโดนีเซียปี 2025 อาจโตต่ำกว่า 5% โดยมีความเสี่ยงชะลอลงถึง 4.5% หากการเจรจาเพื่อลดผลกระทบจากนโยบาย Reciprocal Tariffs ของสหรัฐฯ ไม่คืบหน้า ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังต้องการแรงกระตุ้นเพิ่มเติม การผ่อนคลายทางการเงินเผชิญข้อจำกัดจากการอ่อนค่าของเงินรูเปียห์และกระแสเงินทุนไหลออก ส่งผลให้ธนาคารกลางต้องชะลอการลดดอกเบี้ย ความท้าทายหลักของรัฐบาลในช่วงที่เหลือของปีจึงอยู่ที่การใช้เครื่องมือเชิงนโยบายที่มีอยู่อย่างรอบคอบเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ
เผยแพร่เมื่อ 2025 May 06
ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกคือ การส่งออกขยายตัวแข็งแกร่ง การใช้จ่ายในประเทศขยายตัวดี และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเร่งตัวขึ้นตามทิศทางการส่งออก ไตรมาสที่เหลือของปี 2568 ยังเผชิญความไม่แน่นอนสูงจาก 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การส่งออกจีนจะเริ่มมีทิศทางชะลอลงจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ, ความไม่แน่นอนจากการเจรจาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ, ความเสี่ยงเรื่องเงินฝืดสูงขึ้น และ ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจจีน ปี 2568 เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงจากปีก่อนที่ 3.6%
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 16
สหรัฐฯ ประกาศอัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับจีนที่ 34% โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 9 เม.ย.2568 ซึ่งจะส่งผลให้อัตราภาษีนำเข้าเฉลี่ยที่สหรัฐฯ เก็บจากจีนสูงถึง 75% นอกจากนี้ สหรัฐฯ เตรียมยกเลิกข้อยกเว้นภาษีนำเข้ากับสินค้าสินค้าขั้นต่ำที่มีมูลค่าไม่เกิน 800 ดอลลาร์สหรัฐฯ (De Minimis) มีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 พ.ค. 2568
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 04
ในวันที่ 2 เม.ย. 2568 สหรัฐฯ ประกาศปรับเพิ่มภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับทุกชาติ ไทยโดนภาษีในอัตรา 37% (ขยับจากเดิม 36%) ในขณะที่คู่ค้าอื่นๆ ถูกปรับขึ้นภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ในอัตราที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. 2568 ผลกระทบต่อการค้าของไทย (ยังไม่ได้รวมผลจากการเจรจา) ส่งออกไทยปี 2568 มีแนวโน้มหดตัวลงมาอยู่ที่ -0.5% จากประมาณการเดิมที่ 2.5% จากการปรับขึ้นภาษีนาเข้าของสหรัฐฯ กับสินค้าไทยที่อัตรา 37% มากกว่าที่คาดไว้ที่อัตรา 10% อย่างมีนัยสำคัญ ผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย: การลงทุนเอกชนจะมีความล่าช้าออกไป และการบริโภคครัวเรือนได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เช่นเดียวกับภาคการท่องเที่ยวที่มีความเสี่ยงมากขึ้น
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 03
หากสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) กับไทยในอัตรา 25% จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่า GDP อาจหดตัวได้ถึง -2.4% จากผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยผลกระทบทางตรงมาจากภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยที่คิดเป็น 0.8% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด ส่วนผลกระทบทางอ้อมเกิดจากสินค้าจากไทยที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐฯ (0.5%) และของประเทศอื่นที่ได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ (1.1%) หากเก็บภาษีในอัตรา 10% GDP จะหดตัวประมาณ -0.8% ถึง -0.6% แต่หากเก็บในอัตรา 25% GDP อาจหดตัวได้ถึง -2.4% ถึง -1.6% สะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าระหว่างประเทศ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 31
เศรษฐกิจไทยปี 2567 โต 2.5% ต่ำกว่าที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ไว้ที่ 2.6% เล็กน้อย หลักๆ เป็นผลจากในไตรทมาส 4/2567 สินค้าคงคลังที่หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้ามากกว่าที่คาด ทั้งเป็นผลจากการปรับฐานในไตรมาส 4/2566 ให้สูงขึ้นกว่าเดิม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองเศรษฐกิจไทยปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงเล็กน้อยที่ 2.4% โดยการบริโภคภาคเอกชน การส่งออก และการท่องเที่ยวคาดว่าจะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ แต่มีโมเมนตัมชะลอลง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัวเร่งขึ้นจากเม็ดเงินการลงทุนจากต่างประเทศ ประกอบกับฐานที่ต่ำในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ การลงทุนและการบริโภคภาครัฐคาดว่าจะยังขยายตัวได้ดี แต่อัตราการขยายตัวอาจต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากฐานปี 2567 ที่ออกมาสูงกว่าที่คาด ประกอบกับการเบิกจ่ายงบรัฐวิสาหกิจที่คาดว่าลดลงในปีนี้
เผยแพร่เมื่อ 2025 Feb 17
ปัจจัยหนุนมาจากการบริโภคในประเทศ แต่อัตราการเติบโตยังคงห่างจากเป้าหมาย 8% ภายในปี 2029 ของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เศรษฐกิจอินโดนีเซียปี 2025 มีแนวโน้มเติบโตที่ 5.1% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ และแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ความเสี่ยงที่ต้องติดตามคือ สงครามการรอบใหม่และความท้าทายด้านการคลัง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Feb 06
เศรษฐกิจจีนไตรมาส 4/24567 เติบโตเร่งขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายเดือนก.ย. 2567 หนุนให้ทั้งปี 2567 เศรษฐกิจจีนเติบโตได้ตามเป้าหมายของทางการ เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างไม่ทั่วถึง ภาคการผลิตยังเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ขณะที่การบริโภคในประเทศยังได้รับปัจจัยกดดันจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อยู่ในระดับต่ำ และภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจจีนในปี 2567 ในปี 2568 ท่ามกลางความเสี่ยงสงครามการค้ารอบใหม่ ทางการจีนจึงจะมุ่งเน้นกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนในประเทศผ่านการผ่อนคลายมาตรการเงินและคลังครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ปัญหาภายในประเทศที่ยังยืดเยื้อ จะยังเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจจีน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงมองว่า ปี 2568 เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงที่ 4.6%
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jan 17
เศรษฐกิจเวียดนามปี 2567 เติบโตเร่งขึ้นมาที่ 7.09% สูงกว่า 5.05% ในปี2566 โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของการส่งออก (14.32%) การลงทุนในภาพรวม (7.02%) และการบริโภคในประเทศ (6.57%) เศรษฐกิจเวียดนามปี 2568 คาดเติบโตที่ 6.8% ท่ามกลางความเสี่ยงสงครามการค้ารอบใหม่ โดยมีปัจจัยหนุนจาก FDI ที่ยังคงเพิ่มขึ้นจากการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน และการส่งออกที่เติบโตได้ในเกณฑ์ดี แม้ว่าจะโตชะลอมาที่ 12.0% ในปี 2568 • ตามภาวะเศรษฐกิจหลักของโลกที่ชะลอลงและมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐในช่วงครึ่งหลังของปี อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจเวียดนามมีความเสี่ยงสูงจากผลกระทบการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ เนื่องจากพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ มากที่สุดในอาเซียนคิดเป็นสัดส่วน 22.4% ของ GDP โดยสินค้าที่เสี่ยงได้รับผลกระทบสูง ได้แก่ เสื้อผ้าเฟอร์นิเจอร์ ของเล่น และเครื่องหนัง นอกจากนี้ สงครามการค้ารอบใหม่อาจทำให้มีกำลังการผลิตส่วนเกินในจีนมากขึ้น ส่งผลให้สินค้าจีนระบายเข้าสู่ตลาดเวียดนามมากขึ้น นอกเหนือจากความเสี่ยงจากสงครามการค้ารอบใหม่ เศรษฐกิจเวียดนามยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากปัญหาคุณภาพสินทรัพย์ในระบบธนาคารและค่าเงินดองอ่อนค่า
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jan 07
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้