ในไตรมาสแรกของปี 2568 ชาวต่างชาติโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยจำนวนหน่วยที่ถือครองลดลงจาก 3,938 เหลือ 3,919 หน่วย ถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 3 ปี แม้บางพื้นที่จะยังมีการเติบโต เช่น ภูเก็ตเพิ่มขึ้น 14% และประจวบคีรีขันธ์เพิ่มขึ้น 11% แต่ชลบุรีลดลงถึง 14% ขณะที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลเพิ่มขึ้นเพียง 9% ด้านสัญชาติผู้ซื้อพบว่าชาวจีนลดลง 7%, รัสเซียลดลง 2%, สหรัฐฯ ลดลง 10% ส่วนเมียนมาร์และไต้หวันกลับเพิ่มขึ้น 12% และ 38% ตามลำดับ โดยมีปัจจัยกดดันจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย และการหยุดแผนการลงทุนใหม่ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้การซื้อคอนโดฯ โดยชาวต่างชาติในไทยลดลงต่อเนื่องตลอดปี
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jun 09
ในปี 2568 ตลาดคอนโดมิเนียมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงเผชิญกับภาวะอุปทานสะสม แม้จำนวนยูนิตที่รอขายจะลดลงเหลือประมาณ 77,000 หน่วยจาก 78,000 หน่วยในปี 2567 แต่ก็ยังอยู่ในระดับสูง โดยในปี 2567 มีการเปิดตัวโครงการใหม่ราว 30,000 หน่วย เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน ขณะที่ยอดขายคาดว่าจะอยู่ที่ 31,000 หน่วย เพิ่มขึ้น 7% สะท้อนถึงการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ด้านราคายูนิตที่ขายได้ในปี 2567 ส่วนใหญ่กระจุกตัวในช่วง 2–5 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่ม 3–5 ล้านบาทที่ครองสัดส่วนสูงสุดถึง 35% อย่างไรก็ตาม ตลาดยังเผชิญความท้าทายจากหนี้ครัวเรือนที่สูง อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และเงื่อนไขสินเชื่อที่เข้มงวด ทำให้ผู้ประกอบการต้องเน้นเจาะกลุ่มดีมานด์จริง พร้อมเสนอทางเลือกการชำระเงินที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 25
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้