การประชุม กนง. วันที่ 17 ธ.ค. 2568 มีมติเอกฉันท์ ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ลงมาอยู่ที่ 1.25% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวชัดเจนและมีความเสี่ยงมากขึ้น เงินเฟ้อต่ำลงซึ่งต้องติดตามความเสี่ยงภาวะเงินฝืดอย่างใกล้ชิด และค่าเงินบาทปรับแข็งค่าเร็วเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานและมากกว่าสกุลเงินอื่นในภูมิภาค ขณะที่ภาวะการเงินยังคงตึงตัว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ในปี 2569 กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอีก 1 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี ลงเหลือ 1.00% จากทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่จะชะลอลงจากปีนี้ ขณะที่โอกาสลดดอกเบี้ยนโยบายต่ำกว่า 1% ยังจำกัด หากภาพเศรษฐกิจไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดย กนง. ยังคงให้ความสำคัญกับจังหวะเวลา ประสิทธิผลของนโยบาย และการรักษา policy space
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 17
ในการประชุม FOMC วันที่ 9-10 ธ.ค. 2568 เฟดมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 3 เสียงปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ลงมาอยู่ที่ 3.50-3.75% ตามที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ เฟดจะกลับมาซื้อพันธบัตรรัฐบาลอีกครั้ง เพื่อเสริมสภาพคล่องในตลาดการเงินและเศรษฐกิจ มุมมองของคณะกรรมการเฟดมีความแตกต่างมากขึ้น สะท้อนความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในปี 2569 โดย 9 เสียงสนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ขณะที่ 2 เสียงไม่เห็นด้วยต่อการลดดอกเบี้ย และ 1 เสียงเสนอให้ลดดอกเบี้ยถึง 0.50% ในปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าเฟดมีแนวโน้มทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกราว 2-3 ครั้ง มากกว่าค่ากลางของเฟดที่ส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง และสอดคล้องกับตลาดที่คาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยราว 2 ครั้งในปีหน้า โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงมุมมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากในปีนี้
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 11
ในการประชุม FOMC วันที่ 9-10 ธ.ค. 2568 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายของปี 2568 คาดเฟดมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ลงมาอยู่ที่ 3.50-3.75% ท่ามกลางตัวเลขตลาดแรงงานที่ชะลอลง ในปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าเฟดมีแนวโน้มทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกราว 3 ครั้ง สอดคล้องกับภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะชะลอลงจากฝั่งการบริโภคภาคครัวเรือน นอกจากนี้ การสิ้นสุดวาระของประธานเฟด Jerome Powell ในเดือนพ.ค. 2569 เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ตลาดต้องจับตา เนื่องจากจุดยืนทางนโยบายของประธานเฟดคนใหม่อาจส่งผลต่อเส้นทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 05
ในการประชุม FOMC วันที่ 28-29 ต.ค. 2568 เฟดมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 10 ต่อ 2 เสียงปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ลงมาอยู่ที่ 3.75-4.00% ตามคาด พร้อมส่งสัญญาณยุติการลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening: QT) ในวันที่ 1 ธ.ค. 2568 หลังจากทำ QT มาต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2565 เฟดระบุการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในเดือนธ.ค. ยังมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมาย ประกอบกับขาดข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญจาก Government Shutdown ส่งผลให้เฟดยังคงมุมมองระมัดระวัง และอาจชะลอการปรับลดดอกเบี้ยเพื่อรอประเมินผลจากการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดในสองครั้งก่อนหน้า อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงมุมมองการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดมีอีก 0.25% ในเดือนธ.ค. เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอลง ขณะที่เงินเฟ้อสหรัฐฯ คาดว่าจะไม่เร่งตัวสูงขึ้นมากนัก อย่างไรก็ตาม จังหวะการปรับลดดอกเบี้ยคงขึ้นอยู่กับตัวเลขตลาดแรงงานและเงินเฟ้อที่ออกมาเป็นสำคัญ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 30
ในการประชุม FOMC วันที่ 28-29 ต.ค. 2568 คาดเฟดปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ลงมาอยู่ที่ 3.75-4.00% หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนก.ย. ออกมาต่ำกว่าคาด ท่ามกลางความกังวลภาวะตลาดแรงงานที่อ่อนแอลง และเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เผชิญความเสี่ยงเชิงลบเพิ่มขึ้น ขณะที่ เฟดมีแนวโน้มยังไม่หยุดทำ Quantitative Tightening (QT) ในการประชุมรอบนี้ เนื่องจากเฟดคงหลีกเลี่ยงที่จะหยุดทำ QT เร็วไป เพราะอาจกระตุ้นฟองสบู่ในสินทรัพย์และชะลอความคืบหน้าในการควบคุมเงินเฟ้อ หากสภาพคล่องไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า การประชุม FOMC รอบสุดท้ายของปีในเดือนธ.ค. 2568 มีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ตามสัญญาณจาก Dot Plot ล่าสุด ขณะที่ในปี 2569 เฟดอาจลดดอกเบี้ยมากกว่าที่ส่งสัญญาณไว้ โดยมีโอกาสปรับลดรวม 2–3 ครั้ง เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Oct 27
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้