สวนลำไยภาคตะวันออกกว่า 90% ใช้แรงงานกัมพูชาเก็บเกี่ยว แต่แรงงานกัมพูชากลับประเทศ หลังเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนตั้งแต่ 24 ก.ค. 2568 ทำให้ขาดแคลนแรงงานเก็บลำไยที่ทยอยออกผลในช่วงเดือน ส.ค.-ธ.ค. ผลผลิตลำไยเพิ่มขึ้น 12% ในช่วงเดือน ส.ค.-ธ.ค.2568 ไปอยู่ที่ 288,809 ตัน เนื่องจากอากาศเอื้ออำนวย จึงต้องใช้แรงงานกัมพูชาเพิ่มขึ้นกว่า 4,000 คน ไปอยู่ที่ 37,617 คน ซึ่งปัจจุบันแรงงานกัมพูชาคงเหลือราว 2,000 คน คาดว่าสามารถหาแรงงานทดแทนได้เพียง 30,000 คน แต่จะมีต้นทุนจากแรงงานทดแทนที่เพิ่มขึ้น สร้างความเสียหาย 1,430 ล้านบาท อีกทั้งจะมีผลผลิตเสียหายจากการขาดแคลนแรงงานอีก 5,617 คน ทำให้เสียหาย 1,176 ล้านบาท รวมแล้วจะมีมูลค่าความเสียหายต่อลำไยภาคตะวันออกราว 2,606 ล้านบาท
เผยแพร่เมื่อ 2025 Sep 10
ปัจจัยกดดันราคาในปี 2568 มาจากอากาศเอื้ออำนวย โดยเฉพาะในภาคเหนือที่เป็นแหล่งผลิตหลัก (เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา) ดันผลผลิตรวมเพิ่มขึ้น 19% สูงกว่าอดีต 1.2 เท่า อีกทั้งผลผลิตต่อไร่ที่เพิ่มขึ้น 17.2% จากเกษตรกรใช้สารกระตุ้นการออกดอกและบำรุงต้นลำไยมากขึ้น รวมไปถึงแรงจูงใจด้านราคาลำไยที่อยู่ในเกณฑ์ดีในปีก่อน โดยในปี 2566-2567 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 28.3 บาทต่อ กก. ผลกระทบจากราคาลำไยที่ลดลงและผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในปี 2568 จะกระทบเกษตรกร 0.21 ล้านครัวเรือน ให้มีรายได้ลดลง 23.6% ไปอยู่ที่ 30,343 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอดีตถึง 3,883 ล้านบาท และยังส่งผลต่อการส่งออกให้มีมูลค่าส่งออกลำไยสดของไทยที่โต 4.7% ชะลอลงจากปีก่อนที่โต 20.5% จากแรงฉุดด้านราคา
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 31
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้