ราคาน้ำมันดิบได้พุ่งทะลุ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยมีประเด็นความตึงเครียดในภูมิภาคเป็นปัจจัยหนุน อย่างไรก็ตาม อิหร่านไม่ใช่ผู้ผลิตน้ำมันหลักของโลก โดยมีส่วนแบ่งการผลิตเพียง 4.6% เท่านั้น ดังนั้น ผลกระทบต่อราคาจากบทบาทของผู้ผลิตรายนี้จึงคาดการณ์ว่าจะเป็นไปอย่างชั่วคราวเมื่อพิจารณาส่วนแบ่งตลาดโลก สหรัฐอเมริกาถือเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดที่ 22.1% ตามมาด้วยกลุ่ม Non-OPEC+ (ไม่รวมสหรัฐฯ) ที่ 36.4% และซาอุดีอาระเบียที่ 10.4% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอุปทานหลักไม่ได้พึ่งพาอิหร่านโดยตรงแต่ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองอย่างยิ่งคือ ความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่ตั้งอยู่ใกล้กับโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันและท่าเรือของอิหร่านช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อตลาดพลังงานโลกอย่างมาก เพราะมี น้ำมันและปิโตรเลียมอื่นๆ ถึง 20% ของอุปทานทั่วโลก (คิดเป็น 20.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน) และ ก๊าซธรรมชาติ 22% ของอุปทานทั่วโลก (คิดเป็น 10.3 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน) ต้องขนส่งผ่านช่องทางนี้ ดังนั้น หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและเป็นวงกว้างต่ออุปทานพลังงานทั่วโลก แม้ว่าอิหร่านจะเป็นผู้ผลิตรอง แต่ภัยคุกคามในการปิดเส้นทางขนส่งนี้คือปัจจัยที่สร้างความกังวลสูงสุดต่อตลาดนั่นเอง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jun 18
ในปี 2568 รัฐบาลไทยดำเนินมาตรการชะลอการปรับขึ้นราคาพลังงานเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยราคาน้ำมันดีเซล, ก๊าซ LPG และค่าไฟฟ้า ถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่ไม่เพิ่มขึ้นตามต้นทุนพลังงานโลก ส่งผลให้ในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2565 อัตราเงินเฟ้อลดลงถึง -6.0 และ -1.1 หน่วยตามลำดับ ขณะที่ค่าใช้จ่ายของครัวเรือนลดลงกว่า 7.1 พันล้านบาทในเดือนกรกฎาคม มาตรการนี้สะท้อนถึงบทบาทของรัฐในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานในช่วงที่ต้นทุนการผลิตและราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มผันผวนสูง.
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 27
ภาษีคาร์บอนจะถูกรวมอยู่ในภาษีสรรพสามิตน้ำมัน โดยคิดอัตรา 200 บาทต่อตัน CO₂ เทียบเท่า โดยผู้ใช้น้ำมันจะจ่ายเพิ่มเพียง 0.069–0.623 บาท/ลิตร ตามระดับการปล่อย CO₂ ของแต่ละผลิตภัณฑ์ มาตรการนี้ไม่เพิ่มภาระอุตสาหกรรม แต่ช่วยสร้างกลไกราคาและความตระหนักเรื่องการปล่อยคาร์บอน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jan 22
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้