ตลอดทั้งปี 2568 ธนาคารพาณิชย์ทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 4 ครั้ง โดยรอบล่าสุด เริ่มมีผลแล้วตั้งแต่ช่วงวันที่ 22-24 ธ.ค. 2568 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ผลบวกสุทธิต่อลูกหนี้จะทยอยเกิดขึ้นในปี 2569 คาดว่า ภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้ธุรกิจและรายย่อย จะปรับลดลงรวมกันประมาณ 3,800-4,800 ล้านบาท ภายในครึ่งแรกของปี 2569 การปรับลดดอกเบี้ยเพียงปัจจัยเดียว อาจมีผลค่อนข้างจำกัดต่อทิศทางการปล่อยสินเชื่อใหม่ เพราะการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวมยังเปราะบาง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงตัวเลขคาดการณ์สินเชื่อระบบแบงก์ไทยในปี 2569 ไว้ที่ -0.7% ยังต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่ม SME และรายย่อย ขณะที่ คาดว่าสัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพหรือ NPL Ratio ในปี 2569 จะยังคงอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 2.80-2.97% ของสินเชื่อรวม
เผยแพร่เมื่อ 2025 Dec 26
ในช่วงกลางเดือนส.ค. 2568 ธ.พ. ขนาดใหญ่หลายแห่งทยอยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% หลังจากที่ กนง. มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ไปที่ระดับ 1.50% ในการประชุมวันที่ 13 ส.ค. 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้รอบนี้ ส่งผ่านได้ “เร็วและเต็มที่” กว่ารอบก่อน ๆ โดยขนาดการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ MLR MRR และ MOR ลง 0.25% ในรอบนี้ เท่ากับขนาดการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งไม่พบบ่อยในการปรับลดดอกเบี้ยช่วงที่ผ่านมา คาดว่า ผลของการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้อ้างอิงลงถึง 0.25% ทั้ง 3 ประเภท (MLR, MRR, MOR) จะช่วยบรรเทาภาระทางการเงินให้กับลูกหนี้ได้ถึง 5-7 พันล้านบาท โดยผลส่วนใหญ่จะอยู่ในสินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบุคคลที่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อบ้านแลกเงิน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 19
เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับสุทธิอยู่ที่ 13.68 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2568 ลดลง 1.26% YoY เนื่องจากยังคงเผชิญแรงกดดันจากการชำระคืนหนี้ของลูกหนี้ ประกอบกับธนาคารยังคงพิจารณาปล่อยสินเชื่อใหม่อย่างระมัดระวัง สอดคล้องกับภาพรวมที่ธนาคารต่าง ๆ ส่งสัญญาณเน้นการเติบโตของสินเชื่อใหม่ในกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการช่วยเหลือลูกหนี้เดิมที่อยู่ในกลุ่มเปราะบาง ด้านเงินรับฝาก อยู่ที่ระดับ 16.14 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2568 ขยายตัว 1.01% YoY หลักๆ จากการขยายตัวของเงินฝากออมทรัพย์ ขณะที่เงินฝากประจำขยับลดลงซึ่งเป็นไปตามทิศทางดอกเบี้ยที่ปรับตัวลง อย่างไรก็ดีแม้เงินฝากจะขยายตัวในกรอบต่ำ แต่ไม่กระทบสภาพคล่องโดยรวมที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 04
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปข้อมูลสินเชื่อและเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ไทย 17 แห่ง ณ สิ้นเดือน พ.ค. 2568 เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับสุทธิอยู่ที่ 13.68 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน พ.ค. 2568 ลดลง 1.3% YoY ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2567 สะท้อนแรงกดดันจากการชำระคืนหนี้ ประกอบกับธนาคารยังคงพิจารณาปล่อยสินเชื่อใหม่อย่างระมัดระวังต่อเนื่องท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนเงินรับฝากยังคงเพิ่มขึ้น แต่เป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงมาที่ 1.0% YoY ในเดือนพ.ค. 2568 โดยมียอดคงค้างอยู่ที่ 16.23 ล้านล้านบาท โดยการชะลอตัวของเงินฝากสอดคล้องกับภาพรวมสินเชื่อที่ยังคงอ่อนแอ แต่ไม่กระทบสภาพคล่องโดยรวมที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jul 03
ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ธนาคารไทยเผชิญแรงกดดันจากรายได้ธุรกิจหลักที่ปรับตัวลดลง โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิหดตัว -3.4% QoQ และรายได้ค่าธรรมเนียมลดลง -4.7% YoY ขณะที่กำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินและเงินลงทุนเข้ามาช่วยพยุงผลประกอบการ คิดเป็นถึง 30% ของกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ ด้าน NIM ลดลงจาก 3.44% ในไตรมาสก่อนหน้าเหลือ 3.28% สะท้อนผลจากดอกเบี้ยที่ปรับลดลง ส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อเริ่มทรงตัวที่ 1.50% และ NPL Ratio กลับมาสูงขึ้นเป็น 3.14% สะท้อนความเปราะบางของคุณภาพสินเชื่อ ท่ามกลางโจทย์ท้าทายตลอดปี เช่น แนวโน้มดอกเบี้ยขาลง เศรษฐกิจที่โตช้า และการกระจายตัวของรายได้จากธุรกิจหลัก
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 23
หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 2.00% เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2568 ที่ผ่านมา อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินและตลาดพันธบัตรต่างก็ปรับตัวลดลงตามในทันที ตามกลไกการส่งผ่านของนโยบายการเงิน จุดสนใจหลังผลการประชุมกนง. รอบนี้ ก็คือ การประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ที่เริ่มขึ้นภายใน 1 วันตามหลังกนง. และเป็นการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขาเดียว โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR, MRR และ MOR ปรับตัวลงในกรอบประมาณ 0.10-0.25% ซึ่งมีผลตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค. 2568 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การปรับลดดอกเบี้ยจะมีผลต่อสัญญาเงินกู้ของสินเชื่อปล่อยใหม่ แต่จะช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้พอร์ตปัจจุบันก็ต่อเมื่อหนี้ก้อนนั้นเข้าสู่ช่วงปรับดอกเบี้ยที่เป็นตัวอ้างอิง โดยคาดว่า สินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจที่น่าจะได้รับอานิสงส์จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ภายในช่วงกลางปีนี้ จะมีสัดส่วนประมาณ 56.4% ของสินเชื่อรวมทั้งระบบแบงก์ไทย สำหรับ 2 เรื่องสำคัญที่ต้องติดตามในช่วงที่เหลือของปี จะอยู่ที่อัตราดอกเบี้ยในประเทศจะลดลงอีกหรือไม่ และโมเมนตัมของสินเชื่อและสถานการณ์เศรษฐกิจในภาพรวม
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 04
งบการเงินปี 2567 ของกลุ่มแบงก์ (9 แห่ง) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สะท้อนประเด็นสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ (1) รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีทิศทางดีขึ้น แม้รายได้หลักของกลุ่มแบงก์จะยังมาจากรายได้ดอกเบี้ยเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม (2) ระดับหนี้เสียยังบริหารจัดการได้ แต่สัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมยังขยับขึ้นเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 และ (3) ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯ ต่อสินเชื่อ เริ่มทยอยลดลง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี สำหรับในปี 2568 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่ามีโจทย์ท้าทาย 5 เรื่องที่ธุรกิจแบงก์ต้องเตรียมรับมือท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งไทยและต่างประเทศ ประกอบด้วย (1) รายได้จากธุรกิจหลักจะยังมีกรอบการฟื้นตัวที่จำกัด (2) การดูแลจัดการประสิทธิภาพของค่าใช้จ่ายและต้นทุนต่างๆ (3) การติดตามดูแลให้ระดับค่าใช้จ่ายในการกันสำรองฯ สอดคล้องกับสภาวะความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่อ (4) การจัดการปัญหาคุณภาพสินเชื่อในเชิงรุกต่อเนื่อง และ (5) ติดตามเกณฑ์ของทางการที่อาจออกมาเพิ่มเติมและเตรียมกลยุทธ์รับมือกับสภาพการแข่งขันที่อาจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจาก Virtual Bank
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jan 24
ธนาคารในสหรัฐฯ หลายแห่งประกาศถอนตัวจากกลุ่ม the Net-Zero Banking Alliance (NZBA) ในช่วง 1 เดือนก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ การเข้ามาดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจทำให้สถาบันการเงินต้องลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ ถึงแม้ว่าการถอนตัวจากกลุ่ม Net Zero ของกลุ่มธุรกิจบริการด้านการเงินหลายแห่ง จะไม่ส่งผลกระทบการดำเนินการเพื่อลด GHG แต่แสดงให้เห็นถึงบริบทที่เปลี่ยนไปตามนโยบายของผู้นำประเทศ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jan 23
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้