สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปกำลังเผชิญความตึงเครียดทางการค้า โดย EU เตรียมขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ เป็น 50% ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2025 หลังจากเปิดทางเจรจาเลื่อนจากกำหนดเดิมวันที่ 1 มิถุนายน ขณะที่สหรัฐฯ เรียกร้องให้ EU ลดภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีบริการดิจิทัล ส่วน EU เสนอให้สหรัฐฯ ขยายการนำเข้าพลังงานและความร่วมมือด้าน 5G/6G ปัจจุบันสหรัฐฯ เก็บภาษี EU 25% สำหรับสินค้ายุทธศาสตร์ และ 10% สำหรับสินค้าขนาดใหญ่ ซึ่งจะเพิ่มเป็น 50% ในเดือนกรกฎาคม ด้าน EU ตอบโต้ด้วยภาษี 25% มูลค่า 21 พันล้านยูโร และเตรียมเก็บเพิ่มอีก 95 พันล้านยูโร โดยสหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับ EU สูงถึง 2.5 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง
เผยแพร่เมื่อ 2025 May 26
โดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มเดินหน้ามาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ โดยเป้าหมายกลุ่มแรกอยู่ที่ แคนาดา เม็กซิโก และจีน ซึ่งการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ในรอบนี้เป็นเครื่องมือที่มีขอบเขตมากกว่าการค้า โดยใช้ต่อรองประเทศคู่ค้าให้ยอมเจรจาตามเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ มากขึ้น สหภาพยุโรป เวียดนาม รวมถึงไทย มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกใช้เครื่องมือภาษีนำเข้าเพื่อต่อรองผลประโยชน์กับสหรัฐฯ ในลำดับถัดไป ซึ่งดูจากยอดมูลค่าการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ และสัดส่วนการพึ่งพิงตลาดส่งออกสหรัฐฯ เทียบกับ Nominal GDP สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทย ไทยมีแนวโน้มเผชิญผลกระทบโดยตรงจากการส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ที่ลดลง และผลกระทบทางอ้อมจากการส่งออกไปตลาดโลกได้น้อยลงจากการแข่งขันกับสินค้าจีนในตลาดโลกที่รุนแรงขึ้น รวมถึงการส่งออกไทยไปจีนที่คาดว่าจะลดลงในกลุ่มที่มีความเกี่ยวเนื่องกับห่วงโซ่อุปทานการผลิตของจีน ซี่งสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากสุด ได้แก่ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ยาง เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น
เผยแพร่เมื่อ 2025 Feb 04
โดนัลด์ ทรัมป์ สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ สมัยที่ 2 อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา โดยทรัมป์ระบุว่าจะมีการเดินหน้านโยบายหลักต่างๆ ที่เคยหาเสียงไว้ อาทิ ถอนสหรัฐฯ ออกจากความตกลงปารีส เพิ่มการผลิตพลังงานในประเทศ เนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมาย รวมถึงถอนสหรัฐฯ ออกจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นต้น ในด้านนโยบายการปรับขึ้นภาษีนำเข้า ทรัมป์ยังไม่มีการปรับขึ้นภาษีนำเข้าในทันที แต่เตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้า 25% กับสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโกอย่างเร็วสุดในวันที่ 1 ก.พ. 2568 นี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคพลังงานและยานยนต์ของสหรัฐฯ ขณะที่อาจเป็นการเพิ่มโอกาสให้แก่การส่งออกไทยไปยังสหรัฐฯ มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน ในระยะข้างหน้า ความไม่แน่นอนจากนโยบายของสหรัฐฯ ยังมีอยู่สูง และมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะพิจารณาเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มเติม รวมถึงอาจมีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากอาเซียนและไทย โดยผลกระทบต่อเศรษฐกิจคงขึ้นอยู่กับจังหวะการปรับขึ้นภาษีนำเข้า สินค้าที่ถูกเรียกเก็บภาษี รวมถึงการเจรจาของแต่ละประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ทั้งนี้ หลังการเข้ารับตำแหน่งของทรัมป์ฯ ค่าเงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลงจากการชะลอแผนปรับขึ้นภาษีนำเข้า ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามาเข้าใกล้ระดับ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเซียเปิดบวก
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jan 21
สหรัฐฯ จะถอนตัวจากข้อตกลงปารีส ที่เป็นกรอบร่วมมือของสหประชาชาติ เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้น้อยกว่า 2 °C ยกเลิก “Electric Vehicle Mandate” ของ Biden ที่กำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องเริ่มลดการปล่อยมลพิษของรถยนต์ขนาดเล็กลงครึ่งหนึ่งตั้งแต่ปี 2027 สหรัฐฯ จะเริ่มขุดเจาะหา LNG และน้ำมันเบนซินเพิ่ม โดยทรัมป์ได้ยกเว้นกฎด้านสิ่งแวดล้อมหลายข้อที่จำกัดการขุดเจาะ และยังสั่งให้หน่วยงานของรัฐสนับสนุนการขุดเจาะอย่างจริงจัง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด อาจไม่ได้ส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ สหรัฐฯ จะยังคงมีการลงทุน และเพิ่มการลงทุนต่อไป เนื่องจากหลายรัฐในสหรัฐฯ ได้ผลประโยชน์ทางการเงินโดยตรงผ่าน IRA
เงินบาทปิดตลาดสิ้นปี 2567 ที่ระดับ 34.11 บาทต่อดอลลาร์ฯ ซึ่งหากมองที่ระดับก็อาจดูเหมือนว่า เป็นระดับที่ใกล้เคียงระดับปิดสิ้นปี 2566 แต่หากมองการเคลื่อนไหวระหว่างปีคงต้องยอมรับว่า กรอบการเคลื่อนไหวระหว่างปีค่อนข้างกว้าง และจับทิศทางยาก สำหรับในปี 2568 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า คงต้องติดตาม 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1) ปัจจัยจากสหรัฐฯ ทั้งทิศทางดอกเบี้ยเฟดและผลกระทบจากนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ 2) แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และ 3) ปัจจัยพื้นฐานที่อ่อนแอและเสี่ยงต่อการฟื้นตัวช้าของเศรษฐกิจไทย ที่อาจทำให้เงินบาทมีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่า แนวโน้มการอ่อนค่าของเงินบาทอาจชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเฟดขยับเข้าใกล้จุดสิ้นสุดของวงจรการปรับลดดอกเบี้ย โดยเงินบาทอาจปิดสิ้นปี 2568 ที่ระดับ 35.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ (คาดการณ์โดยธนาคารกสิกรไทย)
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jan 03
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้