ภายใต้การบริหารของ Trump 2.0 สหรัฐฯ ได้ปรับเพิ่มภาษีนำเข้าจากจีนอย่างต่อเนื่องจนรวมสูงถึง 125% โดยมีการออกคำสั่งพิเศษ (Executive Order) เพื่อเก็บภาษีสินค้าขนาดเล็กเพิ่มอีก 3 เท่า ส่งผลให้การส่งออกจากจีนไปสหรัฐฯ คาดว่าจะลดลงอย่างน้อยหนึ่งในสาม โดยเฉพาะสินค้าหลักอย่างโทรศัพท์มือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งอาจกระทบต่อ GDP ของจีนไม่ต่ำกว่า 1.0% ทั้งนี้ สหรัฐฯ ถือเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของจีนที่มีสัดส่วนถึง 15% ตามด้วยฮ่องกง เวียดนาม ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ขณะที่การปรับภาษีในปี 2568 มีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง ได้แก่ 10%, 34%, 50% และล่าสุด 104% สะท้อนแรงกดดันทางการค้าระหว่างสองประเทศที่ทวีความรุนแรงขึ้น
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 09
การส่งออกเม็ดพลาสติกชนิดโพลีเอทิลีน (PE) จากไทยไปยังจีนกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ท่ามกลางแนวโน้มที่จีนพยายามพึ่งพาตนเองมากขึ้นในด้านการผลิตวัตถุดิบอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกที่เป็นฐานสำคัญของหลายอุตสาหกรรม downstream ตั้งแต่ปี 2016 ถึง 2022 จีนเพิ่มกำลังการผลิต PE อย่างต่อเนื่องปีละ 2.2 ล้านตัน สะท้อนถึงความตั้งใจในการลดการพึ่งพาการนำเข้า แม้จะมีการผลิตภายในประเทศเพิ่มขึ้น แต่ไทยยังคงมีบทบาทในตลาดจีน โดยในปี 2022 การส่งออก PE จากไทยไปจีนคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 9.6% ของการส่งออกทั้งหมด ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศคู่ค้าอื่น ๆ เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น และเวียดนาม คาดการณ์ว่าในปี 2024 สัดส่วนการส่งออก PE จากไทยไปจีนจะเพิ่มขึ้นเป็น 10% ของยอดส่งออกทั้งหมด ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในการรักษาและขยายส่วนแบ่งตลาด จีนยังมีแนวโน้มเพิ่มกำลังการผลิต PE เฉลี่ยปีละ 2.9% ในช่วงปี 2023–2027 ซึ่งอาจส่งผลต่อการแข่งขันในตลาดนำเข้า ไทยจึงจำเป็นต้องปรับตัวเชิงกลยุทธ์ ทั้งในด้านการพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของจีน และการกำหนดราคาที่เหมาะสม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 19
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้