การประชุมลู่เจียจุ่ย (Lujiazui Forum) ที่เป็นการประชุมของผู้นำภาคการเงิน และผู้กำกับดูแลจากทั่วโลกประจำปี 2568 ในวันที่ 18-19 มิ.ย.68 ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเพิ่มบทบาทของสกุลเงินหยวนในเวทีการค้าโลก ซึ่งสะท้อนความต้องการที่จะลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางความตีงเครียดของสงครามการค้าและเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และจีน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าทางการจีนจะทยอยเพิ่มบทบาทของเงินหยวนในเวทีการค้าโลก โดยคาดว่าจะมีมาตรการอื่น ๆ ออกมาสนับสนุนการใช้เงินหยวนในเวทีการค้าโลกเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม การที่หยวนจะขยับขึ้นมาทดแทนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเป็นสกุลเงินหลักของโลกคาดว่ายังต้องใช้เวลา
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jun 20
ในการประชุมเดือนมิ.ย.68 ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 5.50% ตามตลาดคาดการณ์ หลังปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนพ.ค.68 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นโยบายการเงินของอินโดนีเซียยังมีทิศทางผ่อนคลาย โดยคาดว่ามีโอกาสลดดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้งเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย - ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านจะกดดันเศรษฐกิจอินโดนีเซียที่เป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันดิบสุทธิ - กิจกรรมการลงทุนในประเทศที่ยังมีทิศทางอ่อนแอ - เงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบของธนาคารกลางที่ 1.5-3.5% สนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jun 19
รัฐบาลไทยเตรียมเปิดตัว “G-Token ดิจิทัลภาครัฐ” ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นประเทศแรกของโลกที่ออกตราสารหนี้ในรูปแบบดิจิทัล โดย G-Token มีคุณสมบัติเด่นคือซื้อขั้นต่ำต่ำกว่า 100 บาท อายุตราสารสั้นเพียง 1–3 ปี และให้ดอกเบี้ยสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไป พร้อมเปิดขายผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาต 9 แห่งทั่วประเทศ ในขณะที่พันธบัตรออมทรัพย์แบบเดิมมีวงเงินเสนอขายสูงกว่า อายุตราสารยาว 3–10 ปี และซื้อขั้นต่ำที่ 100–1,000 บาท การเปรียบเทียบนี้สะท้อนถึงความพยายามของรัฐในการกระจายการลงทุนให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น และลดภาระหนี้สาธารณะผ่านเครื่องมือการเงินใหม่
เผยแพร่เมื่อ 2025 May 14
ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าที่สุดในเอเชีย กดดันธนาคารกลางอินโดนีเซียคงดอกเบี้ยที่ 5.75% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในการประชุมวันที่ 22-23 เม.ย. โดยในช่วงที่ผ่านมา BI ใช้เครื่องมือทางการเงินแทรกแซงตลาดเพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงินรับมือกับผลกระทบจาก Reciprocal Tariffs แต่มาตรการดังกล่าวจะช่วยพยุงค่าเงินรูเปียห์ได้ในระยะสั้น ขณะที่การสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนในการบริหารงานภาครัฐจะหยุดแรงขายสินทรัพย์อินโดนีเซียและสกัดการไหลออกของเงินทุนได้ในระยะยาว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับต่ำเอื้อต่อการผ่อนคลายทางการเงิน แต่แรงกดดันจากการอ่อนค่าของรูเปียห์รวมถึงความไม่แน่นอนจาก Reciprocal Tariffs เป็นอุปสรรคต่อการลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ อย่างไรก็ดี หากความเชื่อมั่นในตลาดการเงินเริ่มฟื้นตัวและค่าเงินมีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี BI มีโอกาสลดดอกเบี้ย 1-2 ครั้ง เพื่อหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
เผยแพร่เมื่อ 2025 Apr 24
เศรษฐกิจไทยปี 2568 คาดว่าจะเติบโตช้าลงกว่าปี 2567 เล็กน้อย ตามแรงหนุนท่องเที่ยว ส่งออกที่ลดลง ท่ามกลางความเสี่ยงสงครามการค้า การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีน และภาคการผลิตไทยที่ยังไม่ฟื้นตัว สงครามการค้ารอบใหม่ คาดว่าจะส่งผลสุทธิเป็นลบต่อเศรษฐกิจไทย และเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อแนวโน้มการส่งออกในปี 2568 ภาคธุรกิจ ในปี 2568 จะยังเป็นปีที่ปั่นป่วน นอกจากผลของสงครามการค้า มาตรการรัฐบางเรื่องอาจกระทบต้นทุน และประเด็นเชิงโครงสร้างสะสม ทำให้สถานการณ์โดยรวมคงไม่ดีขึ้นได้มากนักจากปีก่อน สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ ที่จดทะเบียนในไทยเติบโตอย่างช้าๆ และอยู่ในระดับต่ำในปี 2568 สอดคล้องกับหลายปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในภาพรวม
เผยแพร่เมื่อ 2025 Jan 10
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้