ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 ทางการจีนพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคการบริโภคในประเทศผ่านโครงการของเก่าแลกของใหม่ และการปรับลดดอกเบี้ย ขณะที่ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 วงเงินในโครงการของเก่าแลกของใหม่ลดลงกว่าครึ่งแรกของปี ทางการจีนจึงได้ประกาศแผนกระตุ้นการบริโภคครั้งใหม่ผ่าน “มาตรการอุดหนุนอัตราดอกเบี้ย” เพื่อลดต้นทุนการกู้ยืมเพื่อการบริโภค และกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลบวกต่อการใช้จ่ายคาดมีจำกัด โดยทิศทางการใช้จ่ายของชาวจีนที่ยังเผชิญความท้าทายจะยิ่งเป็นอีกปัจจัยกดดันต่อการเดินทางมาท่องเที่ยวไทย
เผยแพร่เมื่อ 2025 Aug 15
จีนกำลังปรับทิศทางนโยบายเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับแรงกดดันจากสงครามการค้ารอบใหม่ โดยเน้นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในด้านการคลัง รัฐบาลจีนใช้มาตรการลดภาษี เพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ และลดภาระทางการเงินของภาคธุรกิจ เพื่อเสริมสภาพคล่องและกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน นโยบายการเงินก็ถูกปรับให้ผ่อนคลายมากขึ้น ผ่านการลดอัตราดอกเบี้ย ลดสัดส่วนเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ และเพิ่มสภาพคล่องในระบบการเงิน เป้าหมายการกู้เงินของรัฐบาลจีนในปี 2025 สูงกว่าระดับก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 โดยมีการออกพันธบัตรหลายประเภท ทั้งพันธบัตรพิเศษ พันธบัตรรัฐบาลท้องถิ่น และพันธบัตรทั่วไป ซึ่งสะท้อนถึงการใช้เครื่องมือทางการคลังอย่างเข้มข้นเพื่อรองรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า การบริโภคภายในประเทศจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดยในปี 2025 คาดว่าจะมีสัดส่วนสูงถึง 46% ของ GDP ซึ่งถือเป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจากการพึ่งพาการส่งออกและการลงทุนภาภาครัฐ ไปสู่การขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์ภายในประเทศอย่างยั่งยืน
เผยแพร่เมื่อ 2025 Mar 18
การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้ของเรา
คุณสามารถเลือกประเภทของคุกกี้ที่ต้องการให้เราใช้ได้